เสาร์ ที่ 17 กันยายน 2559 20:43 สถิติที่ควรรู้จากเกม เยอรมัน-ยูเครน

View Share
SHARE

ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้วสำหรับการลงเตะแมตช์แรกในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ของ เยอรมัน และพวกเขาก็ยังโชว์ฟอร์มได้น่าพอใจ สมกับที่เป็นแชมป์ฟุตบอลโลกทีมล่าสุด

 

      "อินทรีเหล็ก" ชนะ ยูเครน เพื่อนร่วมกลุ่ม ซี 2-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ยังไม่แพ้ในการออกสตาร์ทรายการนี้จากการลงแข่ง 11 หน (ชนะ 6 เสมอ 5) ปี 1972 เยอรมันตะวันตก ชนะ เบลเยียม 2-1, ปี 1976 ชนะ ยูโกสลาเวีย 4-2 (หลังต่อเวลา), ปี 1980 ชนะ เชโกสโลวาเกีย 1-0, ปี 1984 เสมอ โปรตุเกส 0-0, ปี 1988 เสมอ อิตาลี 1-1, ปี 1992 เยอรมันที่รวมชาติแล้ว เสมอ เครือรัฐเอกราช 1-1, ปี 1996 ชนะ สาธารณรัฐเช็ก 2-0, ปี 2000 เสมอ โรมาเนีย 1-1, ปี 2004 เสมอ ฮอลแลนด์ 1-1, ปี 2008 ชนะ โปแลนด์ 2-0 และปี 2012 ชนะ โปรตุเกส 1-0

 

zoom

หาก เยโรม บัวเต็ง ไม่เซฟประตูในจังหวะนี้ เยอรมัน อาจไม่จบเกมกับยูเครน ด้วยสกอร์ 2-0 ก็เป็นได้

 

      แม้ฟอร์มช่วงหลังไม่ค่อยดี ชนะ 10 เสมอ 2 แพ้ 7 ครั้ง นับตั้งแต่คว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ แต่ เยอรมัน สามารถคว้าชัย 18 จาก 19 หนล่าสุดหากเป็นฝ่ายออกนำก่อนในครึ่งแรก ยกเว้นเกมแพ้ อังกฤษ 2-3 เมื่อ 26 มีนาคม 2016 เท่านั้น (จบ 45 นาทีแรกพลพรรค "อินทรีเหล็ก" ขึ้นนำก่อน 2-0 ขณะเดียวกัน เยอรมัน ก็ไม่เคยแพ้ ยูเครน ในการพบกันทั้งหมด 6 แมตช์ ชนะ 3 เสมอ 3 ครั้ง หนสุดท้ายที่เจอทีมดังกล่าว เป็นนัดอุ่นเครื่องเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2011 ที่สนามโอลิมปีสกี้ ในกรุงเคี๊ยฟ และเสมอกัน 3-3 โดย ยูเครน นำหลังจบครึ่งแรก 3-1

 

zoom

โยนาส เฮ็คตอร์ แบ๊กซ้ายจอมบุกของ เยอรมัน

 

        ตัวจริงของ เยอรมัน 10 คนในเกมล่าสุด มาจากชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ยกเว้น โยนาส เฮ็คตอร์ แต่แบ๊กซ้ายจากสโมสร 1. เอฟเซ โคโลญจน์ ก็เป็นคนเดียวที่มีส่วนกับการเตะของ เยอรมัน ตลอด 14 เกมที่ผ่านมา ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ แม้จะเริ่มต้นกับทีมชาติช้าไปหน่อย เพราะเริ่มเล่นนัดแรกตอนอายุ 24 ปี 5 เดือน แต่ผ่านไป 19 เดือน เขาลงเตะในชุด "อินทรีเหล็ก" 13 เกม ยิงได้ 1 ประตู (ตอนชนะ อิตาลี 4-1) และแอสซิสต์อีก 3 ประตู

 

zoom

ประตูแรกในเกมที่ชนะ ยูเครน ก็เป็นประตูแรกในนามทีมชาติของ สโคดราน มุสตาฟี่ (เบอร์ 2) ด้วยเช่นกัน

 

        เยอรมัน ขึ้นนำ ยูเครน ในเกมล่าสุด จากการโหม่งของ สโคดราน มุสตาฟี่ ซึ่งเป็นการทำประตูแรกให้ทีมชาติ หลังลงเตะไปแล้ว 11 นัด ดาวเตะเชื้อสายแอลแบเนียนวัย 24 ปี ได้ลงเล่นแทน มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ ซึ่งยังไม่ฟิต แต่เขาก็เคยเป็นตัวจริงมาก่อนหน้านี้ 7 เกม ถือเป็นการแจ้งเกิดที่ดี เพราะถึงจะอยู่ในชุดแชมป์โลก 2014 แต่มีส่วนร่วมแค่ 132 นาที โดยตอนนั้นลงเล่นตำแหน่งแบ๊กขวาแทน ฟิลิปป์ ลาห์ม 3 แมตช์ แต่ฤดูกาลที่ผ่านมา มุสตาฟี่ เล่นตำแหน่งเซนเตอร์แบ๊กให้ บาเลนเซีย 30 นัด ทำได้ 2 ประตู โดยไม่เคยไปยืนแบ๊กขวาอีกเลย

 

zoom

ประตูที่ 2 ของ เยอรมัน มาจาก บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ (เบอร์ 7) ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาได้แค่ 2 นาที

 

       แม้มีปัญหาความฟิตเกือบทั้งฤดูกาล แต่ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ยังกลับมาลงสนามช่วยทีมชาติทันเวลา และสามารถยิงประตูให้ เยอรมัน ได้เป็นหนแรกนับตั้งแต่เกมชนะ ตุรกี 3-1 ในศึกยูโร 2012 รอบคัดเลือก เมื่อ 7 ตุลาคม 2011 นอกจากนี้ มิดฟิลด์จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือตัวสำรองคนแรกของ เยอรมัน ที่ทำประตูได้ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป นับตั้งแต่ โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟฟ์ ยิงในรอบชิงชนะเลิศปี 1996 ซึ่งชนะ สาธารณรัฐเช็ก 2-1 หลังการต่อเวลา ตอนนั้น เบียร์โฮฟฟ์ ทำคนเดียว 2 สกอร์ รวมถึงลูกโกลเด้นโกล์

 

zoom

โทนี่ โครส ลงเล่นนัดแรก ก็จ่ายบอลเข้าเป้า 104 ครั้ง มากกว่าทุกคนในการแข่งขันยูโร 2016

 

         ชไวน์สไตเกอร์ ลงทำศึกยูโรรอบสุดท้ายให้ เยอรมัน มากสุด 14 เกมเท่ากับ ฟิลิปป์ ลาห์ม ขณะเดียวกัน เขาคือหนึ่งใน 34 ราย ที่ยิงให้ทีม "อินทรีเหล็ก" ในการแข่งขันยูโรรอบสุดท้าย ซึ่งมากกว่าชาติอื่นไปแล้ว 2 คน ส่วน โทนี่ โครส กลายเป็นนักเตะที่ผ่านบอลแม่นยำสุดใน ยูโร 2016 หลังจ่ายเข้าเป้า 104 ครั้ง และตอนนี้ เยอรมัน ก็เล่นรอบสุดท้ายรายการนี้เป็นหนที่ 12 ติดต่อกัน มากกว่าทุกทีม มีเพียงครั้งที่ 3 ในปี 1968 ที่พวกเขาไม่ผ่านรอบคัดเลือก สำหรับ ยูโร 1960 กับ 1964 เยอรมัน ไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน

 

zoom

โยอาคิม เลิฟ สามารถนำทีมชาติ เยอรมัน คว้าชัยไปแล้ว 88 นัด นับตั้งแต่คุมทัพในปี 2006

 

        โยอาคิม เลิฟ คือกุนซือคนแรกที่ชนะในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปรอบสุดท้าย 12 เกม รองลงมาคือ แบร์ตี้ โฟกท์ส (เยอรมัน) 11 นัด และ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ (โปรตุเกส) กับ ลาร์ส ลาเกอร์บัค (สวีเดน) ทำได้ 10 แมตช์เท่ากัน เลิฟ ยังพา เยอรมัน คว้าชัยเป็นนัดที่ 88 (จาก 132 เกม) มากสุดอันดับ 2 ตลอดกาล แซงหน้า เฮลมุท เชิน เทรนเนอร์ชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 1974 และ ยูโร 1972 ไปแล้ว เหลือแค่ เซปป์ แฮร์แบร์เกอร์ กุนซือชุดแชมป์โลก 1954 เท่านั้นที่นำทัพชนะมากกว่า (ชนะ 94 จาก 167 นัด)

 

 

นาร์ซิสซัส

นาร์ซิสซัส