เสาร์ ที่ 17 กันยายน 2559 20:43 สู้มังกรแดง

View Share
SHARE

หลังจากทำได้แค่เสมอกับรัสเซียในนัดประเดิมสนามของกลุ่ม บี ทำให้ภารกิจนัดที่สองกับเวลส์ สำคัญอย่างยิ่งสำหรับ ''สิงโตคำราม'' เมื่อเพื่อนบ้านหยิบ 3 แต้มจากสโลวาเกียได้สำเร็จ

 

    สถานะจ่าฝูงหลังผ่านนัดแรก ทำให้เวลส์ถือไพ่เหนือกว่าอังกฤษก่อนการเจอกันที่ลองส์ ลบเสียงสบประมาทก่อนหน้าที่ว่าเป็น ''วัน แมน ทีม'' พึ่งพาแค่ แกเร็ธ เบล อยู่คนเดียว

    แน่นอนว่าดาวเตะจากเรอัล มาดริดคือสตาร์ที่ใกล้เคียงระดับเวิลด์คลาสที่สุดในทีมของ คริส โคลแมน ซึ่งมีส่วนในประตูสำคัญตั้งแต่รอบคัดเลือก รวมทั้งฟรีคิกที่ทำให้ทีมขึ้นนำสโลวักเมื่อวันก่อน

    แต่เวลส์คงไม่ได้มีแค่เบลคนเดียว หากแต่เต็มไปด้วยองค์ประกอบอื่นอย่าง อารอน แรมซี่ย์, โจ อัลเลน, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ หรือแม้แต่นายทวารดาวรุ่ง แดนนี่ วอร์ด เฝ้าเสาแทน เวย์น เฮนเนสซี่ย์ รุ่นพี่ที่บาดเจ็บ ต่างทำงานของตัวเองได้ดี

    อัลเลนช่วยทำงานในแดนกลางจนได้รางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ขณะที่ดาวเตะคนอื่นๆ ต่างผลิตผลงานได้แบบเหลือเชื่อ เมื่อเทียบกับชื่อที่ก่อนนี้แทบไม่มีใครได้เห็นผลงานมากนักอย่าง จอนนี่ วิลเลี่ยมส์ 

    ปีกจากคริสตัล พาเลซมีสถิติลงสนามให้ต้นสังกัดรวมกันแค่ครึ่งชั่วโมง ตั้งแต่ต้นปี 2014 ที่เหลือโดนปล่อยให้ไปอยู่กับอิปสวิชถึง 3 ครั้ง เช่นเดียวกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์และเอ็มเค ดอนส์ แต่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงทีมชาติในรายการใหญ่

    แม้แต่หลังที่ แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ เป็นเสาหลัก ปราการหลังจากสวอนซีก็เป็นคนเดียวที่เล่นสม่ำเสมอในพรีเมียร์ลีก ขณะที่เพื่อนร่วมงาน เจมส์ เชสเตอร์ และ เบน เดวิส ในระบบ 3 เซนเตอร์ ทำได้แค่เป็นตัวเสริมของเวสต์บรอมฯ และสเปอร์ส เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

zoom

    จนถึงสองตัวสำรอง ฮัล ร็อบสัน-คานู จากเร้ดดิ้งก็ยิงได้แค่ 3 ประตูให้ ''เดอะ รอยัลส์'' ในลีกแชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลที่ผ่านมา แถมล่าสุดยังโดนปล่อยออกจากทีมเป็นที่เรียบร้อย ก็ลุกจากข้างสนามมายิงประตูชัย 2-1

    หรือจะเป็น โจ เล็ดลี่ย์ พ่อเคราเฟิ้มที่ลงสำรองมาช่วยแดนกลางอีกคนในช่วงกลางครึ่งหลัง บ่งบอกถึงความมุมานะทุ่มเทได้ชัดเจนอีกคน

    ดาวเตะจากคริสตัล พาเลซลงเป็นสำรองให้เวลส์ในนาทีที่ 69 ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตอนต้นเดือนพฤษภาคม ความหวังลุยทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของเล็ดลี่ย์แทบจะหายไปหมดแล้ว เมื่อได้รับบาดเจ็บกระดูกขาแตกในเกมพรีเมียร์กับสโต๊ค ซิตี้

    ที่เรียกว่าโอกาสของเขามืดมนเหลือเกิน เพราะเล็ดลี่ย์ก็ไม่มีชื่อในเอฟเอ คัพ นัดชิงเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ด้วยสาเหตุร่างกายยังไม่ฟิต แต่ 35 วันเล็ดลี่ย์กลับมาวิ่งได้อีกครั้ง ก่อนลงสำรองที่บอร์กโดซ์ช่วยทีมเก็บชัยชนะนัดประวัติศาสตร์แบบเหลือเชื่อ

    ทั้งหมดคือสิ่งที่ลูกทีมของ คริส โคลแมน รวมพลังกันเต็มที่เพื่อฉกฉวยโอกาสตรงหน้าให้ได้มากที่สุด และพวกเขาก็ทำได้ดีเสียด้วย

    เกมระหว่างเวลส์กับสโลวะเกีย รอย ฮ็อดจ์สัน ส่งทีมงาน เจมส์ แคล็ปแฮม โค้ชจากโคเวนทรี ซิตี้ ซึ่งเป็นทีมงานของเอฟเอไปดูฟอร์มของทั้งสองทีมล่วงหน้า

    แม้หลายเรื่องอาจเป็นที่รู้อยู่แล้ว ทั้งแนวรุกที่เวลส์ใช้เบลเป็นหัวหอก และมี แรมซี่ย์ กับ จอนนี่ วิลเลี่ยมส์ อยู่ข้างหลัง ไปจนถึงแนวทางการเล่นที่วิ่งสู้ฟัดกัดไม่ปล่อย ซึ่งจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนักเมื่อเจอกับอังกฤษในวันพฤหัสฯ นี้

    ขณะที่อังกฤษยังมีคำถามที่ฮ็อดจ์สันต้องตอบโจทย์ให้เสร็จอีกหลายเรื่อง

    ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของ ราฮีม สเตอร์ลิง ที่จังหวะสุดท้ายน่าผิดหวัง ขาดความมั่นใจ ไปจนถึงการตัดสินใจของฮ็อดจ์สัน โดยเฉพาะการเปลี่ยนตัวทั้งการถอดผู้นำทีม เวย์น รูนี่ย์ ออก และไม่ส่ง เจมี่ วาร์ดี้, แดเนียล สเตอร์ริดจ์ หรือมาร์คัส แรชฟอร์ด ลงสำรอง

    เช่นเดียวกับหน้าที่ของ แฮร์รี่ เคน กองหน้าหมายเลข 9 ที่โดนมอบหมายให้เป็นคนเตะมุม นอกจากนั้นยังมีบทบาทในเกมแรกกับรัสเซียค่อนข้างน้อยในแนวรุก แม้ส่วนหนึ่งจะมาจากแรงสนับสนุนของเพื่อนร่วมทีมที่ไม่มาก

    ไปจนถึงเกมรับที่ แกรี่ เคฮิลล์, คริส สมอลลิ่ง และนายประตู โจ ฮาร์ท ต้องขันนอตให้แน่นกว่าเกมแรก โดยเฉพาะเมื่อเวลส์มีโอกาสโจมตีด้วยลูกกลางอากาศหนักกว่ารัสเซียแน่นอน

    มีเวลาอีกไม่มากที่ฮ็อดจ์สันจะปลุกเร้าลูกทีมให้ลืมความผิดหวังจากนัดแรกและปราบมังกรให้ได้

    ไม่เช่นนั้นอนาคตของพลพรรคทรี ไลออนส์เตรียมแขวนอยู่บนเส้นด้ายได้เลย
 

ชู้ตเอ๊าต์