เสาร์ ที่ 17 กันยายน 2559 20:43 ก้าวกระโดด

View Share
SHARE

ทีมชาติอังกฤษ เปิดตัวในศึกยูโร2016อย่างไม่น่าพอใจ

 

    แม้มีแต้มติดกระเป๋าออกจากรังเหย้าโอลิมปิก มาร์กเซย แต่เป็นผลเสมอที่เหมือนแพ้

    เครื่องหมายคำถามในความเคลือบแคลงสงสัยในตัว รอย ฮอดจ์สัน ทำงานอย่างเคร่งครัดตั้งแต่บัดนั้นทันที และ หากทัพสิงโตจอดป้ายแค่รอบแรก โอกาสเปลี่ยนเก้าอี้กุนซือมีสูงมาก

    ท่ามกลางความหงุดหงิดของคนอังกฤษ แต่ในเวลาเดียวกันก็มีแสงสว่างตรงกลางสนามพุ่งเข้าตา

    นาทีนี้ เอริค ดายเออร์ เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้รับเสียงชื่นชมจากรอบด้านอย่างมากและต่อเนื่อง

    ไม่ใช่แค่ลูกฟรีคิกผีจับยัดในนาที73ที่ปั่นโค้งเนียนตากว่าเจ้าพ่อลูกนิ่งบางคน หากแต่ยังสรรเสริญถึงฟอร์มการเล่นโดยรวมของมิดฟิลด์หนุ่มวัย22ปีคนนี้

    จากเกมนี้เขาแจ้งเกิดเต็มตัวโดยไม่มีใครสงสัยอีก จากกองหลังที่เคยดาดๆไม่มีอะไรหวือหวา แบ็กขวาได้ เซนเตอร์ฮาล์ฟโอเค แต่ชั่วโมงนี้เขาโดดเด่นมากเหลือเกิน เป็นตัวหลักของสโมสรและทีมชาติที่ขาดไม่ได้ ขาดแล้วเหมือนขาดใจ

    รักษาตำแหน่งดี

    มีลูกหนักตัดเกม

    อ่านเกมขาด

    คงมาตรฐาน

    ระเบียบวินัยล้นเหลือ

    ทุ่มเทเพื่อชาติ

    แถมถ้วยเพิ่มมิติจากลูกเซตพีซ

    ส่วนตัวเคยคิดลึกๆอยู่เหมือนกันว่าเส้นทางของ เอริค ดายเออร์ จะไปได้ไกลขนาดไหน? ไม่ใช่คีย์แมนจากรอบคัดเลือกปราศจากประสบการณ์เกมระดับสูง ผ่านไปสักพักประเดี๋ยวก็จอดสนิทหรือเปล่า? แต่ผลงานทุกๆนัดที่ติดธงสิงโตของเขาทำเอา
ผมตาลุกวาวเสมอ

    วิถีการเล่นของหนุ่มคนนี้ค่อนข้างฉลาด รู้จักที่จะเล่น ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ไม่ฝืนธรรมชาติตัวเอง โชกโชนเหมือนนักเตะที่ผ่านร้อนผ่านหนาวคว้าหมวกมากกว่า100กว่านัดไม่ใชแค่7-8นัดอย่างปัจจุบัน

    การพัฒนาฝีเท้าของ ดายเออร์ เป็นไปอย่างรวดเร็วมากครับ

    น่าทึ่งเสียจนเรามองเห็นอนาคตข้างหน้าว่าเขาสามารถเป็นแข้งระดับท็อปของโลกลูกหนังได้สบายหากเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องและเหมาะสม ไม่ออกลู่นอกทางเหมือนใครหลายคน
    ใช่หรือไม่ นักเตะหลายคนบนโลกนี้ สามารถเติมเต็มความฝันได้

    ใช่หรือไม่ เรื่องของโอกาสแต่ละคนไม่เท่ากัน

    ใช่หรือไม่ พรสวรรค์ของคนเราไม่มีทางเหมือนกัน

    สำหรับ ดายเออร์ ดูเหมือนทุกอย่างลงตัวไปเสียหมด

    อยู่ในทีมสเปอร์ส โชคดีที่มีมิสเตอร์ พอช ยอดนักปั้น กำกับดูแล กุนซือที่ไม่เคยหวั่นเกรงเวลาใช้งานเด็กหนุ่มอย่างเขา เจ้านายมอบความไว้วางใจให้ ลูกน้องอย่างเขาก็ช่วยงานอย่างถวายชีวิต โอกาสเข้ามา เขาไม่เคยปล่อยทิ้งมัน กุมเอาไว้อยู่ในมือ
จนกระทั่งพิสูจน์ตัวเองกับทีมชาติอังกฤษในวันนี้

    สิ่งที่แตกต่างระหว่าง ดายเออร์ กับ ดาวรุ่งบางคน คือ ทัศนคติ และ ความมุ่งมั่น

    แข้งสิงโตหลายคนมีพรสวรรค์ติดตัวแตไม่สามารถเติมเต็มมันได้ตลอดรอดฝั่ง

    แข้งสิงโตหลายคนเหมือนทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบแต่สุดท้ายก็ล้มกลิ้งล้มหงายก่อนค่อยๆหายไปจากสารบบทีมชาติ

    บางคนน่าตกใจกว่าคือ พัฒนาการหยุดชะงักดื้อๆ

    อย่าง ธีโอ วัลค็อตต์ เป็นหนึ่งในนักเตะที่คล้ายว่าจะหยุดชะงักการเจริญพันธุ์ทางลูกหนัง

    ขณะทีรุ่นน้องที่ตามมาต่างโชว์ฟอร์มโดดเด่น แต่เขาเองถึงวันนี้หรือสิ้นยุคปู่รอยไปแล้ว ไม่แน่ชัดว่าเขาจะติดทีมสิงโตในเวิลด์ คัพ18หรือยูโรคราวต่อไปหรือไม่

    เก่าหน่อยก็มี โจ โคล  แข้งพรสวรรค์ชั้นเชิงสูงที่อังกฤษถวิลหามานานต่อจาก พอล แกสคอยน์ หากแต่จนแล้วจดรอด เขาไม่เคยเก่งอย่างที่ได้รับการคาดหวังเลย

    นึกออกต่อมาคงเป็น ราเวล มอร์ริสัน ที่สื่อเมืองผู้ดียกย่องนักยกย่องหนาว่านี่คือดาวเตะเพอร์เฟ็กต์ของวงการ แต่จะด้วยโอกาสหรืออะไรก็ตามที มันเกิดจุดหักเหของชีวิตขึ้น

    อีอย่าง เจอร์เมน เพนแนนท์, ฟรานซิส เจฟเฟอร์ส, เดวิด เบนท์ลีย์ ที่หลายคนมองว่า เป็นนักเตะที่เยี่ยมยอดได้ มีพรสวรรค์ ความเร็ว มีอนาคต พุ่งพรวดขึ้นมาตั้่งแต่อายุยังน้อย เวลาบนเส้นทางสายนี้ยังเหลืออีกมาก น่าจะไปได้สวย แต่พวกนี้ไม่
สามารถทะลุขึ้นมาบนระดับที่ควรเป็น

    แล้วด้วยปัจจัยอะไรที่ส่งผลกระทบไม่ให้ดาวดวงหนึ่งส่องแสงเจิดจ้าสักที?

    ใช่ อาจเป็นเพราะโอกาส

    ปัญหาอาการบาดเจ็บนี่ก็มีส่วน

    บางทีความคาดหวังผสมแรงกดดันจากสื่อก็คงมีเอี่ยว

    หรือที่สำคัญกว่าองค์ประกอบอื่นคือ เพราะตัวเอง

    ลองนั่งไทม์แมชชีนกลับไปสัก2-3ปีก่อน คุณว่าดาวดวงนี้ที่ชื่อ เอริค ดายเออร์ จะเปล่งประกายขนาดนี้หรือไม่??

    ร้อยทั้งร้อยคงไม่เชื่อ

    ไม่ใช่ว่า เมาริซิโอ โปเชตติโน่ ไม่เก่งเรื่องการปั้น เขานี่แหละคือป๋าดันตัวพ่อแห่งวงการตั้้งแต่สมัยคุมทีมเซาธ์แฮมป์ตันต่อยอดความยอดเยี่ยมถึงท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส แต่ทัศนคติในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ความตั้งใจและความมุ่งมั่นของ ดายเออร์
คือสิ่งที่ไม่ลืมชูนิ้วโป้งให้เลย

    หากบางครั้ง สภาพแวดล้อมรอบด้าน กับ สิ่งมีชีวิตที่เขาได้เจอะเจอมาก่อนหน้านี้อาจคั้นให้คนๆหนึ่งปักหลักยืนหยัดได้สองขาอย่างมั่นคงได้

    ดายเออร์ ได้ดิบได้ดีในวันนี้เพราะทำงานหนักในวันวาน

    เด็กหนุ่มจากเชลท์เน่มมีจุดหมายปลายทางชัดเจน มีความฝันที่ต้องไปให้ถึงสักวัน นั่นคือการสร้างชื่อ เป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ดี และ รับใช้ชาติบ้านเกิดเมืองนอน

    สิ่งแวดล้อมอาจมีส่วน เขาไม่ได้เติบโตแวดวงลูกหนังที่อังกฤษ แต่ฝึกฝน-ซึบซับ-เก็บเกี่ยวศาสตร์ลูกหนังจากประเทศโปรตุเกสกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ตั้่งแต่อายุ7ขวบ

    สถาบันแห่งนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนขัดเกลาฝีเท้าที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างไม่แพ้ ลา มาเซีย หรือสำนักของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เด่นดังด้านปั้นเด็กหลายคน หลุยส์ นานี่, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ชูเอา มูตินโญ่, ซิเมา ซาโบรซ่า และ ฯลฯ ต่างถูก
ตัดสายสะดือจากที่นี่ทั้งนั้น

    ดายเออร์ เป็นหนึ่งในศิษย์เก่าของรั้ว โชเซ่ อัลวาลาด เรียนรู้วิถีแห่งฟุตบอลในแบบต่างชาติที่ไม่ใช่แผ่นดินเกิดของตัวเอง และ มันคงเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักว่าทำไมทัศนคติของถึงแตกต่างจากเด็กอังกฤษคนอื่นๆ

    ใช้เวลา2ปีก้าวขึ้นมาถึงระดับทีมชาติอังกฤษทั้งๆก่อนหน้านั้นเข้าๆออกๆระหว่างตัวจริงกับตัวสำรองของสเปอร์ส ฟอร์มไม่ได้ดีเด่อะไร แต่ด้วยทัศนคติที่กล้าแกร่ง มีความมุมานะและความเป็นอาชีพสูงทำให้เขาเป็นอย่างทุกวันนี้ การันตีตัวจริงทั้งกับ
สโมสรและทีมชาติ

    ตอนสังกัดสปอร์ติ้ง ลิสบอน ดายเออร์ มีวินัยอย่างมาก ซ้อมหนักมาก ใช้เวลาหลังเสร็จจากการซ้อม แปบอล เปิดบอล และ ยิงฟรีคิก เพราะเขาไม่ได้พรสวรรค์ระดับฟ้าประทานติดตัวมาตั้งแต่เกิดและต้องการไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆไม่ใช่ว่าหยุดเพียง
แค่นี้

    การที่ดาวรุ่งคนหนึ่งก้าวกระโดดบนเส้นทางอาชีพอย่างน่าทึ่ง มีโอกาสพัฒนาต่อจากนี้อีกมาก อย่างที่ เอริค ดายเออร์ เป็นอยู่ ภาพรวมแล้วขึ้นอยู่กับตัวเองมากกว่าว่าจะมุ่งมั่นแค่ไหน ยอมแพ้ต่ออุปสรรคหรือไม่

    ดายเออร์ ไม่ใช่นักเตะธรรมดาอีกต่อไป ประตูสุดสวยจากเกมที่เสมอรัสเซียเมื่อเร็วๆนี้ ถือว่าตอกย้ำความสามารถเช่นกัน ต่อการที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาผู้เล่นตัวรุกส่วนใหญ่รับหน้าที่เรื่องลูกนิ่ง หากแต่จากจังหวะนั้นยิ่งบอกกับเราว่าหมอนี่ครบเครือ
งเรื่องต้มยำเหมือนกัน

    ว่ากันต่ออีกนิด เขาเองก็ยังถือเป็นแบบอย่างให้เด็กรุ่นหลังได้เจริญรอยตาม ทุกคนมีโอกาสอยู่ที่ว่าจะคว้าโอกาสได้ดีแค่ไหน

    ใครจะว่าอย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่า ดายเออร์ ยากที่จะมีขาลง มีแต่จะขึ้นสุดถึงเท่าไร ยกเว้นโดนอาการบาดเจ็บหนักๆเล่นงาน

    ไม่ห่วงเรื่องทัศนคติ ความมุ่งมั่น กังวลเรื่องเดียวคือความโชคร้ายโรคเดี้ยง

    อีกหนึ่งข้อที่สังเกตุมาตั้งแต่เป็นคีย์แมนให้สเปอร์สซีซั่นที่แล้วและต่อเนื่องถึงตัวจริงทีมชาติ แคแรคเตอร์ของเด็กคนนี้มีความเป็นผู้นำในสนามค่อนข้างสูงมาก กระตุ้นเพื่อนๆพี่ๆได้เสมอ และ ฉลาดให้สัมภาษณ์กับนักข่าวก่อนเกม-หลังเกม 

    บนตัวเลขวัยตอนนี้เร็วเกินไปที่จะพูดถึง เวย์น รูนี่ย์ก็ยังทำหน้าที่ได้ดีอยู่

    แต่หากวันข้างหน้าถ้าต้องเลือกใครสักคนบนตำแหน่งผู้นำสิงโตคนใหม่ จนกว่าจะถึงวันนั้น ดายเออร์ อาจเป็นแคนดิเดตที่น่าสนใจไม่แพ้ใครอื่นก็ได้
 

อีกา