เสาร์ ที่ 17 กันยายน 2559 20:43 24 เรื่องที่คุณยังไม่รู้ของ 24 ชาติในศึก ยูโร 2016 ตอนแรก

View Share
SHARE

ในตอนนี้ การแข่งขันนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มทุกกลุ่มใน ''ยูโร 2016'' ก็ได้ผ่านพ้นไปแล้ว โดย 4 ชาติยักษ์ใหญ่อย่าง สเปน, เยอรมัน, อิตาลี และ ฝรั่งเศส ต่างคว้าชัยชนะไปครอง

       อย่างไรก็ตามก็มี 24 เรื่องที่น่าสนใจในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ของ 24 ชาติ ในก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกัน และ เว็บไซต์ของ ''บีบีซี สปอร์ต'' (www.bbc.com/sport/football ) สื่อชื่อก้องของประเทศอังกฤษ ได้ยก 24 เรื่องที่พวกคุณยังไม่รู้ของ 24 ชาติศึก ยูโร 2016 ในครั้งนี้

 

    เบลเยียม (อันดับ 2 โลกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า)
    ทัพ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" ที่เป็นแชมป์กลุ่ม บี ในรอบคัดเลือกนั้น ยิงประตูคู่แข่งได้ถึง 24 ประตู จาก 10 นัด ซึ่งในจำนวนนั้น 4 ดาวยิงอย่าง โลร็องต์ เดปอยเตร (เกนท์), คริสติย็อง เบนเตเก้ กับ ดิว็อค โอริกี้ (ทั้งคู่จาก ลิเวอร์พูล) และ มิชี่ บัตชูอายี่ (โอลิมปิก มาร์กเซย) ทำไปคนละลูกเดียว ส่วน เอแด็น อาซาร์ (เชลซี) กับ เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) ยิงไปคนละ 5 ประตูด้วยกัน

    

    เยอรมัน (อันดับ 4 โลกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า)
    ทีมชาติเยอรมันมีสถิติที่น่าสนใจคือถือเป็นทีมที่มีค่าเฉลี่ยอายุนักเตะน้อยที่สุดในรอบคัดเลือกด้วยจำนวน 25 ปี กับอีก 296 วัน ซึ่งจากการที่พวกเขาเป็นทีมพลังหนุ่มนั้น ทำให้ยังคงรักษาฟอร์มแจ่ม และคว้าแชมป์กลุ่ม ดี ไปครอง ถึงแม้จะออกสตาร์ทไม่ค่อยดีในช่วงแรกก็ตาม

    

    สเปน (อันดับ 6 โลกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า)
    จากการแพ้ให้ สโลวาเกีย 1-2 ในรอบคัดเลือก "ยูโร 2016" เดือนตุลาคม ปี 2014 ทำให้ สเปน ยุติสถิติชนะรวดเอาไว้ที่ 36 นัด หลังไม่แพ้ใครมา 8 ปี อย่างไรก็ตาม บิเซนเต้ เดล บอสเก้ เทรนเนอร์ "ลา โรฆา" ยังคว้าชัยชนะได้ 8 นัดรวดหลังจากนั้น และสร้างไม่เสียประตู 8 เกมติดต่อกันอีกด้วย

    

    โปรตุเกส (อันดับ 8 โลกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า)
    หลังจากที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดกองกลางทีมชาติโปรตุเกส เคยทำรวมกันไป 6 ประตู ในศึก "ยูโร ปี 2004, 2008 และ 2015 เขาก็มีโอกาสกลายแข้งคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ยิงประตูในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปได้ถึง 4 สมัย ถ้าทำได้ในเกมที่ "ฝองทอง" พบ ออสเตรีย ในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอฟ นัดที่ 2 วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน นี้ ขณะเดียวกันเจ้าตัวมีลุ้นทำสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของถ้วยดังกล่าวเทียบเท่า หรือแซง มิเชล พลาตินี่ ตำนานกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ที่เคยทำไว้ 9 ลูก ในอนาคตด้วย

       

        3 อันดับนักเตะแข้งซัดประตูมากที่สุดของศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (รอบสุดท้าย)
        9 ประตู : มิเชล พลาตินี่ (ฝรั่งเศส)
        7 ประตู : อลัน เชียเรอร์ (อังกฤษ
        6 ประตู: ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (สวีเดน), คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (โปรตุเกส), เธียร์รี่ อองรี (ฝรั่งเศส), พาทริค ไคลเวิร์ต กับ รุด ฟาน นิสเตลรอย (ฮอลแลนด์) และ นูโน่ โกเมส (โปรตุเกส)  

    

    ออสเตรีย (อันดับ 10 โลกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า)
    ออสเตรีย เคยหล่นไปอยู่ที่ 105 ของฟีฟ่า ซึ่งถือเป็นอันดับโลกที่แย่ที่สุดของพวกเขาแล้ว อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ปี 2007 พวกเขาก็ไต่อันดับขึ้นไปเรื่อยๆ จนเมื่อในปี 2015 ก็ขึ้นมาอยู่อันดับ 10 ได้สำเร็จ หลังไม่แพ้ใครในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม จี "ยูโร 2016" รอบคัดเลือก ขณะที่ในตอนนี้ ออสเตรีย ก็ยังนิ่งอยู่ที่ 10 เหมือนเดิม

    

    อังกฤษ (อันดับ 11 โลกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า)
    ทัพ "สิงโตคำราม" ทีมชาติอังกฤษ สร้างสถิติที่ไม่ดี 1 อย่าง  และดี 1 อย่างไว้ ด้วยการเป็นทีมเดียวที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก (ปี 1966) แต่ไม่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปได้เลย แต่เพิ่งเป็นทีมเดียวในในรอบคัดเลือก "ยูโร 2016" ที่คว้าชัยชนะ 10 เกม ขณะเดียวกัน สเปน, เยอรมัน, ฝรั่งเศส และ สาธารณรัฐเช็ก ก็เคยทำสถิติชนะรวดทุกเกมในรอบคัดเลือกด้วยเช่นกัน

       

        ผลงานที่ดีที่สุดของ ฝรั่งเศส, สาธารณรัฐเช็ก, เยอรมัน และ สเปน หลังเคยคว้าชัยชนะ 10 นัด ในรอบคัดเลือก "ยูโร"
        ฝรั่งเศส : ใน ยูโร ปี 1992 เข้าถึงรอบแบ่งกลุ่ม ขณะที่ปี 2004 ไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย
        สาธารณรัฐเช็ก : ใน ยูโร ปี 2000 เข้าถึงรอบแบ่งกลุ่ม
        เยอรมัน : ใน ยูโร ปี 2012 เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ
        สเปน : ใน ยูโร ปี 2012 ได้แชมป์ไปครอง

 

 

กันโตน่า

กันโตน่า