เสาร์ ที่ 17 กันยายน 2559 20:43 เลสเตอร์ในยูโร

View Share
SHARE

ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน สตาร์หมายเลขหนึ่งของไอซ์แลนด์ชุดประวัติศาสตร์เคยถูกจับให้มายืนตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟสมัยที่ไปอยู่กับเร้ดดิ้งโดยโค้ชตอนนั้น สตีฟ ค็อปเปลล์ บอกเหตุผลว่า ''เขาเร็วไม่พอที่จะเป็นมิดฟิลด์''

 

    ต้องขอบคุณพระเจ้าหรือแทงกิ้ว เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็ตาม ภายหลังที่อดีตกุนซือลิเวอร์พูลเข้ารับตำแหน่งก็จัดการดันกิลฟี่ขึ้นไปเล่นบทบาทที่ถนัดทันที ซึ่งนับจากวันนั้นชีวิตของคนหนึ่งคนก็เปลี่ยน เส้นทางของประเทศเล็กๆ ที่มีอุณหภูมิติดลบแทบทั้งปีก็พลิกไปอีกด้านเช่นเดียวกัน

    4 ปีก่อนอันดับฟีฟ่ารั้งอันดับ 133 ของโลกหรือพอๆ กับไทยแลนด์ของเรา

    ''เป็นช่วงเวลาที่มหัศจรรย์มากสำหรับพวกเรา คุณหันไปดูสิ พวกเรามากันไม่ใช่แต่คนที่บ้าบอล แต่เราขนกันมาหมดตั้งแต่คนแก่จนถึงเด็กๆ มันเหมือนว่าพวกเรานัดรวมญาติมาเอนจอยกันในสิ่งที่ไม่เคยได้ทำมาก่อน'' บางประโยคทีลอยมากระทบข้างใบหูก่อนเกมเมื่อวันเสาร์

    ท่ามกลางแดดอ่อนๆ โดยมีเวโลโดรมทำหน้าที่แบ็กกราวนด์ด้านหลัง ผมแตะเบรกหยุดครอบครัวชาวไอซ์แลนด์ซึ่งยกกันมาทั้งบ้านเลยตั้งแต่พ่อ แม่ ลูก อย่างหนึ่งก็แค่อยากไปคุยถามความรู้สึก ต่อมาเป็นความสงสัยส่วนตัวว่าทำไมคนดินแดนน้ำแข็งต้องมีนามสกุลลงท้ายว่า ''son'' กันหมด

    ต่อคำถามแรก พวกเขายิ้มมุมปากเล็กๆ พร้อมตอบคืนมา ''แฮปปี้'' 

    ต่อคำถามสอง พวกเขาฉีกรอยยิ้มมากกว่าเดิมก่อนค่อยๆ คลี่ปมขมวดหัวคิ้ว ''เอางี้ผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง มันไม่ยากอะไรเลย สมมุติว่าพ่อของคุณชื่อจอห์น (john) คุณก็ต้องมีนามสกุลว่าจอห์นสัน (johnson) อันแสดงให้ทุกคนรู้ว่าเป็นบุตรของมิสเตอร์จอห์น''

    อ่อ

    ''ต่อไปพอคุณมีลูกแล้ว สมมุติคุณชื่อว่าโจ (jo) นามสกุลของลูกชายคุณก็ต้องโจสัน (joson)''

    อ่อออออออ

    นั่นก็แปลว่าอย่าง กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน ก็มาจากการที่พ่อของดาวเตะสวอนซีมีชื่อหน้าว่า ''ซิกูร์ดส์'' หรือกัปตันชุดยูโรหนนี้หมายเลข 17 แอรอน กุนนาร์สสัน ก็ตีความได้ทันทีว่ามีพ่อที่ชื่อว่า ''กุนนาร์ส''

    ''แต่เฉพาะลูกชายนะ ถ้าคุณมีลูกผู้หญิงต้องลงท้ายด้วยคำว่า dottir (daughter)'' หนึ่งในสมาชิกของครอบครัวชาวไอซ์แลนด์ทำหน้าที่เป็นครูนอกห้องเรียนช่วยยกกะลาออกจากหัวของผม

    นี่คือเอกลักษณ์จำเพาะของชนชาติที่มีประชากรราวสามแสนเศษหรือระดับใกล้กันกับจังหวัดมุกดาหาร

    ตามสายพันธุ์ของตระกูลหนึ่งจึงไม่จำเป็นต้องใช้นามสกุลเดียวกัน พวกเขาจะมีนามสกุลที่ต่างกันโดยยึดเอาชื่อหน้าของพ่อ (บางคนก็แม่) มาใช้เป็นหลัก

    สต๊าด เวโลโดรมของโอลิมปิก มาร์กเซย ชูช่อรอรับสองประเทศที่เรียกได้ว่าเป็นแค่ไม้ประดับของทัวร์นาเมนต์ ทั้งสองทีมเป็นตัวเต็งลำดับท้ายๆ โดยทีมหนึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ได้เข้ารอบสุดท้าย ส่วนอีกทีมก็ห่างหายไปนานมากนับแต่ปี 1972

    ไม่กี่วันก่อนผมเคยละเลียดถึงฮังการีไปแล้วภายหลังได้ยลฝีเท้าของพวกเขาเตะในวันที่พลิกล็อกล้มออสเตรียหักปากกาเซียน โดยแสดงทัศนะเชื่อว่ามีโอกาสที่จะเป็นม้ามืดประจำรายการ

    ''ฮุนการี ฮุนการี ฮุนการี'' ด้วยความที่กองเชียร์เยอะกว่า เสียงเลยดังกว่าธรรมดา

    อย่างไรก็ตาม กว่าได้รับการปลดปล่อยความอึดอัดต้องรอจนถึงท้ายเกมแถมก็ได้อานิสงส์จากการทำเข้าประตูตัวเองต่างหาก ทว่าก็ต้องชื่นชมการแก้เกมของ แบร์นด์ ชตอร์ค ในครึ่งหลังที่ลงมาแล้วพับสนามบุกต่อเนื่อง พลิกทุกตำราเข้าทำในการเจาะวินัยอันขันแข็งของไอซ์แลนด์

zoom

ครอบครัวไอซ์แลนด์กับเสื้อหมายเลข 12(นักเตะคนที่12) ช่วยให้ความกระจ่างชัดว่าทำไมต้องมีนามสกุลลงท้ายว่า"Son" กัน

 

    สถิติตอนครบ 90 นาทีก็สะท้อนชัดเจน

    ครองบอล : 27% ต่อ 73%

    ลาร์ส ลาเกอร์บัค ออกมายอมรับก่อนนานแล้วว่าการมาฝรั่งเศสหนนี้ต้องรู้จักเลือกวิธีการเล่น ไม่ใช่สักแต่เล่นโดยไม่ได้ส่องกระจกดูตัวเอง

    ''เลสเตอร์ ซิตี้?? ใช่ พวกเราประทับใจในแนวทางของพวกเขา'' อดีตกุนซือทีมชาติสวีเดนเคยแย้มเป็นนัยเอาไว้ว่า บางทีเขาต้องวางแผนเช่นเดียวกับ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ที่สร้างปรากฏการณ์จนคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

    แน่นอน คงไกลเกินความฝันหากจะวาดจินตนาการว่าไอซ์แลนด์จะได้ชูโทรฟี่ที่สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ วันที่ 10 กรกฎาคม มันก็แค่แรงบันดาลใจที่มีต่อทีมๆ หนึ่งว่าเมื่อเขาทำได้ เราก็ควรทำได้ นอกจากนี้ขณะที่หลายต่อหลายชาติมักยึดแผนเดียวกันวางกองหน้าตัวเป้าคนเดียว หากลาเกอร์บัคเลือกแผนคลาสสิกตลอดกาล 4-4-2 มี ยอน ดาดี้ บอดวาร์สสัน กับ โคลเบนน์ ซิกธอร์สสัน ยืนคู่กัน

    พอได้ดูสดๆ กับตาก็พบว่าบทบาทของบอดวาร์สสันก็จะคอยสกรีนช่วยบรรดามิดฟิลด์อีกที หรือเขียนอีกอย่างให้นึกภาพออกง่ายๆ ก็ทำหน้าที่เหมือน ชินจิ โอกาซากิ ของเลสเตอร์

    อย่างซิกธอร์สสันเองก็เคยไปทดสอบฝีเท้ากับอาร์เซน่อลกับเรอัล มาดริด ทว่าก็โดนปฏิเสธด้วยเหตุผลสั้นๆ ''ไม่น่ามีอนาคตบนถนนลูกหนัง''

    บ้านเกิดของนักเตะไอซ์แลนด์ชุดนี้มาจากหมู่บ้านที่มีจำนวนประชากรหลักพันคน แต่ละปีก็ต้องหวาดผวากลัวว่าภูเขาไฟจะคุ้มคลั่งระเบิดเมื่อไร

    ประเทศที่ไม่มีแมคโดนัลด์ ไม่มีสตาร์บัค ไม่มีการเข้ามากดขี่ข่มเหงจากทางคนในเครื่องแบบ

    ''คุณรู้มั้ยแต่ละปีช่วงนี้พวกเราจะเป็นช่วงเวลาสวรรค์เพราะอากาศจะดีที่สุดแต่ปีนี้มันยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์กับการที่พวกเราได้มาฝรั่งเศส ตลอดชีวิตของพวกเรารู้จักแต่น้ำแข็ง หิมะ ภูเขาไฟ การใช้ชีวิตทำประมง แต่ตอนนี้เรากลายเป็นแฟนบอลในคราบนักท่องเที่ยว'' ครอบครัวนั้นยังยกความในใจมาวางไว้ตรงหน้า

    ผมฟังแล้วก็สะท้านตาม

    เมื่อผนวกไปด้วยบรรยากาศที่เหล่าชาวฮังการีฉาบในแบบที่คุณอาจจะไม่เคยคิดเลยว่ามุมหนึ่งของโลกนี้ก็มีคนที่บ้าบอลเท่านี้หรือรักในชาติเท่านี้

    เรื่องสไตล์การเชียร์นี่ก็บ่งบอกถึงพื้นฐานได้เช่นกันนะครับ พวกยุโรปทางตะวันตกอย่างฝรั่งเศส เยอรมันหรืออังกฤษเองก็อาจจะร้องเพลงกันไปแค่นั้น แต่พวกตะวันออกนี่ก็มีวิธีการนำเสนอที่เมื่อพบเห็นก็สัมผัสได้ทันทีว่าพวกเขาอยากระบายความอัดอั้นออกมา มันต้องจัดเต็ม เอาแบบว่าพรุ่งนี้โลกแตกก็ไม่เสียดายอะไรอีกแล้ว

zoom

ได้ยินมาตั้งแต่เด็กแล้วในที่สุดก็ได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง สำหรับสต๊าด เวโลโดรม

 

    หากไอซ์แลนด์ดูเรียบร้อยเป็นผ้าที่พับเรียบร้อย ฮังการีเองก็ออกแนวก๋ากั่นมากกว่า

    ''พวกเรามีกิลฟี่'' มนุษย์น้ำแข็งแสดงความมั่นใจ

    ''พวกเรามีกาบอร์'' ชาวแม็กยาร์ยักไหล่โต้คืน

    นี่คือฟุตบอล นี่คือชิงแชมป์ยุโรป นี่ก็ยังคือทางเดินเล็กๆ ของสองประเทศที่ไม่ได้มีศักดินาสูงส่งทางลูกหนัง พวกเขาก็แค่ก้าวตามทางที่ต่างถูกวางให้ไว้กันมา

    สักห้าปีก่อนเองไอซ์แลนด์ยังเคยแพ้ลิกเตนสไตน์หรือมอลตาอยู่เลย 

    นาทีนี้พวกเขา...พวกเขาทั้งสองงวดเข้าสู่เกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มโดยที่ต่างยังไม่แพ้และต่างก็มีลุ้นเข้ารอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จในสายที่กูรูแทบทุกคนฟันธงว่าโปรตุเกสกับออสเตรียคงควงแขนกันไป

    เลสเตอร์ในยูโร??    

    ทั้งเขาทั้งเราย่อมขอได้แค่ฝันก็ยังดี...
 

ไก่ป่า