เสาร์ ที่ 17 กันยายน 2559 20:43 โอกาสของชไวน์สไตเกอร์ยังมาไม่ถึง

View Share
SHARE

   วันพฤหัสบดีที่ผ่านมานักเตะเยอรมันได้พักอย่างเต็มที่ โดยในการเปิดเพรสคอนเฟเรนซ์ นั้นมีเพียงแค่บุนเดสเทรนเนอร์โยอัคคิม เลิฟ ผู้ช่วยโค้ช โธมัส ชไนเดอร์ และมาร์คุส ซอร์ก เท่านั้น

 

   ซึ่งเนื้อหาของการให้ข้อมูลนั้นเป็นความมั่นใจในเรื่องของการเข้าไปเล่นในรอบต่อไป ยังมีเป็นกังวลอยู่บ้างเล็กน้อยก็คือเรื่องความพร้อมของ เจอโรม บัวเต็งก์ ที่ยังมีอาการบาดเจ็บ

    เป็นอาการกล้ามเนื้อน่องตึงที่ทำให้ช่วงท้ายเกมต้องเปลี่ยนตัวออกจากแมตช์ที่ชนะไอร์แลนด์เหนือ 1-0 ซึ่งในช่วงที่ได้พักนั้น ทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดก็ได้ทำงานแข่งกับเวลาอย่างเต็มที่ ซึ่งก็มีความหวังว่า เจอโรม บัวเต็งก์ จะสามารถฟิตกลับมาทันเกมวันอาทิตย์นี้

    สำหรับสภาพร่างกายช่วงหลังของ เจอโรม บัวเต็งก์นั้น ดูเหมือนว่าจะมีประเด็นเล็กๆน้อยๆต่อเนื่อง นับตั้งแต่แมตช์อุ่นเครื่องกับฮังการี ที่เจ็บหลัง จากนั้นก็เจ็บสะโพกในเกมที่เจอกับโปแลนด์ และตอนนี้เป็นกล้ามเนื้อน่องที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต่อไปจะเป็นอะไร

    สำหรับกัปตันทีม บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์นั้น นาทีนี้ต้องบอกว่า ความหวังอยู่ที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่จะสามารถกลับมาอยู่ในทีมได้แบบเต็มตัว โดยเทรนเนอร์โธมัส ชไนเดอร์ ผู้ช่วยโค้ชของทีมชาติอินทรีเหล็ก เยอรมัน ได้บอกว่า "บาสตี้อยู่ในช่วงที่ดีขึ้นเรื่อยๆ สังเกตุได้จากการฝึกซ้อมกับทีมที่เขามีส่วนร่วมเพิ่มมากขึ้นและสนุกสนานกับเกม ต้องบอกว่าเขาเริ่มเข้าใกล้ระดับมาตรฐานที่เคยทำได้นั้นแล้ว"

    แต่เกมเจอกับทีมชาติสโลวาเกีย วันอาทิตย์นี้ บุนเดสเทรนเนอร์โยอัคคิม เลิฟ ต้องเดินหมากตามแท็คติก ซึ่งโดยธรรมชาตินั้น บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ถนัดมากกับการยืนตำแหน่งมิดฟิลด์เชิงรับ ซึ่งก็คือการเล่นในตำแหน่งหมายเลข 6 นั่นเอง แต่เกมกับสโลวาเกีย ในวันอาทิตย์นี้ ผู้ช่วยโค้ช โธมัส ชไนเดอร์ มองว่า คู่ต่อสู้จะเล่นเกมตั้งรับอย่างเหนียวแน่น ซึ่งก็จะเป็นโจทย์เหมือนเกมในรอบแรกที่ผ่านมา ดังนั้นคุณสมบัติที่ต้องการในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางก็คือ การเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะไปออกที่คู่ของ ซามิ เคดิร่า กับโทนี่ โครส

    และตอนนี้โธมัส ชไนเดอร์ ก็ยืนยันว่า ซามิ เคดิร่านั้น อยู่ในช่วงที่ดีมาก ไม่มีปัญหาเรื่องของอาการบาดเจ็บ และแต่ละเกมยิ่งเล่นยิ่งดี    

    ก็เหลือเป็นโอกาสต่อไปในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งคู่แข่งขันจะเป็นไม่อิตาลีก็สเปน เกมนั้นบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ มีสิทธิที่จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงตั้งแต่นาทีแรก แต่ก็ไม่มีใครที่อยากจะคาดการณ์ข้ามช็อตกันถึงปานนั้น โดยผู้ช่วยโค้ช โธมัส ชไนเดอร์ ได้สรุปในประเด็นนี้ว่า "ตอนนี้โฟกัสทุกอย่างอยู่ที่ทีมชาติสโลวาเกีย ซึ่งถือว่าเป็นงานที่หนักมาก แต่เราก็จะต้องผ่านไปให้ได้"

    สำหรับการชนกับทีมชาติสโลวาเกียในครั้งนี้ นักเตะอินทรีเหล็ก เยอรมัน จะต้องไม่คิดถึงอุ่นแข้งที่เพิ่งแพ้มา 1-3 ซึ่งตรงนั้นเป็นการเตรียมทีม ยังไม่มีนัยสำคัญใดๆทั้งสิ้น แต่ตอนนี้เป็นเกมน็อคเอาท์ ซึ่งสมาธิต้องเต็มพิกัดตั้งแต่นาทีแรก ซึ่งเรื่องแบบนี้นักเตะเยอรมันถนัดอยู่แล้ว


เกมประวัติศาสตร์ของทีมชาติสโลวาเกีย

zoom

มาเร็ค ฮัมซิค นักเตะสตาร์ความหวังสูงสุดของชาวสโลวาเกีย ในการปะทะแข้งกับอินทรีเหล็ก เยอรมัน ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

 

    ยามนี้ต้องบอกว่า มาเร็ค ฮัมซิค นักเตะสตาร์วัย 28 ปี ของนาโปลี คือความหวังของคนทั้งชาติ โดยถึงนาทีนี้พวกเขาทำผลงานประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ด้วยการสอบผ่านรอบแรกศึกยูโร 2016 ได้ตั๋วเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์ของพวกเขา 

    ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบน็อคเอาท์เพียงแค่ครั้งแรก และที่สำคัญเป็นการไปชนกับทีมแชมป์โลกเยอรมัน โดยจะได้ทำศึกนัดประวัติศาสตร์ ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ที่เมืองลีลล์ ของฝรั่งเศส โดยหนังสือพิมพ์โนวี่คาส ของสโลวาเกีย ได้พาดหัวโครมคราม หลังจากได้มีการสรุปผลงานในการผ่านรอบแรกว่า "มาเร็ค ฮัมซิค เก่งกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้" และได้ตั้งความหวังสำหรับเกมดวลครั้งสำคัญกับเยอรมันในวันอาทิตย์ว่า มาเร็ค ฮัมซิค จะสามารถทำผลงานสุดขีดได้

    เกมการเล่นในรอบแรก มาเร็ค ฮัมซิค ได้เผยให้เห็นศักยภาพอันโดดเด่นที่ไม่เพียงแค่ลูกยิงรัสเซียอย่างสวยสดงดงามในแมตช์ชนะ 2-1 เท่านั้น หนังสือพิมพ์ราฟด้า ของสโลวาเกีย รายงานข่าวว่า "ในยามที่ มาเร็ค ฮัมซิค คุมเกมในสนามได้นั้น ทีมของเราสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ทั้งหมด" ซึ่งนักเตะเยอรมันก็เคยได้เห็นพิษสงนี้แล้ว ในเกมอุ่นเครื่องก่อนร่วมศึกยูโร 2016 เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งนัดนั้น เยอรมันแพ้สโลวาเกีย 1-3 ในเรื่องนี้ มาเร็ค มินทาล อดีตนักเตะกองหน้าทีมชาติสโลวาเกีย ที่เคยค้าแข้งในบุนเดสลีกายาวนานหลายปีนั้นได้บอกว่า "เกมชนะ 3-1 ของเราทำให้เกิดความเชื่อมั่นอย่างมากและถือว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับพวกเราทุกคน"

    ทางด้านโรเบิร์ต มัค 1 ในนักเตะสโลวาเกีย ชุดปัจจุบัน ได้เปิดเผยความรู้สึกของเขาว่า "การที่ได้เล่นเกมปะทะกับทีมชาติเยอรมันนั้น ถือว่าเป็นไฮไลท์ของเส้นทางลูกหนังของผม และถือว่าเป็นไฮไลท์สำหรับเราในศึกทัวร์นาเม้นท์ยูโร 2016 นี้" ขณะที่ปีเตอร์ เพคาริค ก็ไดบอกว่า "ถ้าหากเราโชคดีก็มีสิทธิทำได้ทุกอย่างเช่นกัน สำหรับพวกเรานั้นถือว่าเป็นความฝันอย่างยิ่งใหญ่ที่จะเอาชนะเยอรมัน พวกเราเคารพในศักยภาพของพวกเขา แต่ก็ไม่ได้กลัวอะไร!"

    ความสำเร็จของทีมชาติสโลวาเกียในเกมรอบคัดเลือกศึกยูโร 2016 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นความสำเร็จสำคัญ และเมื่อได้มาเล่นทัวร์นาเม้นท์รอบสุดท้ายอย่างนี้และได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบน็อคเอาท์ ที่ได้เจอกับเยอรมัน จึงถือว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างยิ่ง  โดยความรู้สึกนี้ มาเร็ค ฮัมซิค ซึ่งเป็นนักเตะที่ มาเร็ค มินทาล ออกปากชื่นชมในเรื่องของคุณภาพ - ศักยภาพลูกหนัง

    มาเร็ค ฮัมซิค ได้บอกว่า "การที่ได้เข้าร่วมศึกยูโร 2016 ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเรา พวกเราทุกคนต่างปลาบปลื้มกับผลงานนี้ และมีความสุขอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันศึกชิงแชมป์ยุโรปแห่งชาติ 2016 ในประเทศฝรั่งเศส"

    นาทีนี้ต้องบอกว่า มาเร็ค ฮัมซิค นักเตะจอมสักแขนลายพร้อยที่สวมเสื้อหมายเลข 17 และไว้ผมทรงโมฮ็อกนั้นเป็นนักเตะแกนหลักสำคัญของทีมชาติสโลวาเกีย แต่เฮ้ดโค้ช ยาน โคซัด นั้นพยายามเน้นความสำคัญของนักเตะทั้งหมดในทีมมากกว่า "ต้องบอกว่าทีมของเรานั้นเป็นชุดนักเตะที่มีคาแร็คเตอร์ และมีคุณภาพ พวกเขาได้ทุ่มเทเล่นทั้งหมด และหลังจากจบเกมนัดล่าสุดก็ถึงกับสิ้นเรี่ยวสิ้นแรงกันทีเดียว"

    อ่อนล้าสิ้นเรี่ยวแรงจากแมตช์ปิดสนามรอบแบ่งกลุ่ม แต่ตอนนี้ได้พักฟื้นสภาพร่างกายและพร้อมที่จะกลับมาแล้ว โดยเฉพาะนักเตะทีมชาติสโลวาเกีย ที่ค้าแข้งอยู่ในเวทีบุนเดสลีกา ซึ่งมีอยู่ 3 คน คือ เพคาริค ของแฮร์ธ่าร์ เบอร์ลิน ที่หายเจ็บจากเกมที่เสมอกับอังกฤษ 0-0 ถูกกระแทกที่สันจมูก ตอนนี้สามารถลงฝึกซ้อมเตรียมความพร้อมได้แล้ว ทางด้านอดีตนักเตะของเนิร์นแบร์ก คือ โรเบิร์ต มัค ที่เจ็บกล้ามเนื้อโคนขานั้น อาการก็ดีขึ้นมาก และดูซาน สเวนโต้ ของเอฟซี โคโลญจน์ นั้นก็มีความหวังที่จะกลับมา

    สำหรับเกมสู้กับทีมชาติเยอรมันเจ้าของศักดิ์ศรีแชมป์ฟุตบอลโลกล่าสุดนั้น สโลวาเกีย ต้องใช้ผู้เล่นสตาร์แกนหลักของทีม ซึ่งมีทั้ง มาเร็ค ฮัมซิค วลาดิเมียร์ ไวส์ รวมทั้งกัปตันทีม มาร์ติน สเคอร์เทล ซึ่งข้อมูลล่าสุดนั้นยังไม่ระบุว่า สเคอร์เทล วัย 31 ปี จะยังอยู่กับลิเวอร์พูลต่อไปหรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวยังไม่สามารถแจ้งยืนยัน เนื่องจากสภาพล่าสุดนั้นเป็นเพียงแค่ตัวสำรองในถิ่นแอนฟิลด์ แต่จะอย่างไรก็ตามในช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่ทำงานกับเทรนเนอร์เจอร์เก้น คล็อปป์นั้น ทุกอย่างดูดีขึ้น และที่สำคัญคือในเรื่องของความมุ่งมั่น

    มาร์ติน สเคอร์เทล พูดถึงเทรนเนอร์เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือเลือดเยอรมันว่า เป็นเฮ้ดโค้ชที่มีคาแร็กเตอร์เป็นผู้ชนะ "และเขาก็พัฒนาเราให้ก้าวไปข้างหน้าทุกๆวัน ไม่ว่าจะเป็นในการฝึกซ้อมหรือเกมการแข่งขัน" 
 

ก.ป้อหล่วน