เสาร์ ที่ 17 กันยายน 2559 20:43 เดเด้ โชว์ของ

View Share
SHARE

มาร์ติน โอ นีล บ่นเล็กน้อยกับความได้เปรียบของ "เจ้าภาพ" ฝรั่งเศส ที่ได้พักมากกว่า ไอร์แลนด์ 3 วันอาการอ่อนล้าของลูกทีมทำให้ต้านทานพลังรุกของอดีตแชมป์ 2 สมัยไม่อยู่...

 

    แน่นอนที่สุดขุนพลไอริชมีข้อจำกัดในเรื่องของความสามารถดังนั้นจึงต้องใช้พละกำลังเข้าบดขยี้ข้ออ้างของ โอ นีล ก็ดูจะมีส่วนพอสมควรแต่ในท้ายที่สุดกุนซือ ยักษ์เขียว ก็ต้องยอมรับว่า ฝรั่งเศส มีคุณภาพมากกว่า

    "เจ้าภาพ" เล่นมา 3 เกมรอบแรกฟอร์มไม่ถือว่าน่าประทับใจมากนักกว่าจะเช็คบิล โรมาเนีย กับ แอลเบเนีย ได้ต้องลุ้นกันเหนียวหนืดถึงนาทีสุดท้ายและปิดฉากด้วยผลเสมอ สวิตเซอร์แลนด์ จืดชืด

    สไตล์ทำทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ ก็เหมือนกับลีลาในสนามคือไม่หวือหวาเน้นแน่นอนเรื่องของเกมรุกก็ไม่ได้จัดจ้านอะไรมากนักแต่ถึงจังหวะต้องเสี่ยง เดเด้ ก็โชว์ให้เห็นว่า "มีของ" เหมือนที่ทำให้เห็นตั้งแต่รอบแรก

    ไอร์แลนด์ มาแบบรัดกุมเน้นเกมรับวางแผงกลางไว้ถึง 5 ตัวในระบบ 4-5-1 ดาริล เมอร์ฟี่ ยืนหัวหอกเดี่ยวด้านข้างเป็น เจมี่ แม็คเคลน กับ "ไอ้ยาว" เชน ลอง ด้านในเป็น เจมส์ แม็คคาร์ธี่, ร็อบบี้ เบรดี้ และ เจฟฟ์ เฮนดริค

    แนวรับถือว่าเป็น "จุดสลบ" ของ ทีม ยักษ์เขียว ชุดนี้คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ริชาร์ด คีโอ กับ เชน ดัฟฟี่ เกรดบอลแค่ระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ เช่นเดียวกับ สตีเฟ่น วอร์ด แบ็กซ้ายมีเพียงแค่ เชมัส โคลแมน กัปตันทีมที่ดีกรีดีกว่าเพื่อน

    ถ้าเปรียบเทียบกับ ไอร์แลนด์เหนือ แผงหลังอาจจะอายุเยอะแต่ดีกรีระดับ พรีเมียร์ลีก ความเก๋าการผ่านเกมใหญ่มาช่วยได้เยอะในจังหวะได้-เสียซึ่ง ไอร์แลนด์ ยังดูเป็นรองในเรื่องวินัยเกมรับการจัดระเบียบอีกด้วย

    โอ นีล เป็นผู้จัดการทีมที่มีความคิดไอเดียดีชอบทำบอลทีมเล็กแต่กับ ไอร์แลนด์ ยุคนี้เขาพาเข้ามาถึงรอบสุดท้ายและเข้ารอบน็อคเอ๊าท์ได้ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก...

    ไอร์แลนด์ ช่วยกันเล่นทุ่มเทเต็มที่แต่เกมมันไม่แน่นจังหวะสอด,จังหวะซ้อนไม่ต่อเนื่องมีช่องโหว่เยอะแถมจังหวะโต้กลับก็ขยับไม่ออกเพราะคุณภาพการจ่ายบอลมีน้อยลูกตั้งเตะก็กดดันไม่ได้เพราะไม่มีนักเตะตัวใหญ่โหม่งดี

    เดส์ช็องส์ ก็ออกสตาร์ทแบบไม่เสี่ยงวาง 4-3-3 ลงมา เอ็นโกโล่ ก็องเต้ คุมกลางขนาบข้างด้วย ปอล ป็อกบา กับ แบรสต์ มาตุยดี้ ส่วนแนวรุก ดิมิทรี ปาเย็ต กับ อองตวน กรีซมันน์ ทำเกมริมเส้นหัวหอกเป็น โอลิวิเยร์ ชิรูด์

    ฝรั่งเศส เสียประตูเร็วเพียงแค่ 3 นาทีจากลูกจุดโทษแต่ เดส์ช็องส์ ยังไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกอะไรมากเล่นตามแผนที่วางไว้ไปก่อนแล้วค่อยดูท่าทีซึ่งพอเกมผ่านไปเรื่อยๆมันเริ่มเห็นชัดว่าลูกทีมคุมสถานการณ์ได้แล้ว 

    เดส์ช็องส์ มาเสี่ยงในครึ่งหลังซึ่ง กรีซมัน บอกหลังเกมว่าในห้องแต่งตัวทั้ง เดส์ช็องส์ และนักเตะคุยกันน้ำลายแตกฟองเพื่อแก้เกมก่อนที่ เดเด้ จะตัดสินใจส่ง คิงส์ลีย์ โกมัน ลงมาแทน ก็องเต้ พร้อมปรับแท็กติกมาเป็น 4-2-3-1 เพื่อเน้นเกมรุกมากขึ้น

    เดส์ช็องส์ ให้เหตุผลว่า ไอร์แลนด์ ตั้งรับลึกเขาต้องการให้ กรีซมัน ขยับเข้าไปใกล้ ชิรูด์ เพื่อเปิดช่องว่างให้ โกมัน ใช้ความเร็วโจมตีด้านข้างสรุปง่ายๆก็คือต้องการให้มีตัวรุก 4 ตัวเพื่อสร้างโอกาสทำประตูนั่นเอง

    ในเมื่อ ไอร์แลนด์ ทำเกมรุกไม่ขึ้น เมอร์ฟี่ กระดิกไม่ออก ส่วน เชน ลอง กับ แม็คเคลน ก็ถูกตัดออกไปแดนกลางของ ฝรั่งเศส ก็ใช้แค่ ป็อกบา กับ มาตุยดี้ ก็พอโดยธรรมชาติสองคนนี้ถนัดกับการพาบอลขึ้นไปต่อเกมรุกได้ดีกว่า ก็องเต้ 

    3 เกมรอบแรกเปิดสนามกับ โรมาเนีย  เดส์ช็องส์ ออกสตาร์ทด้วย 4-3-3 ชุดเดียวกับที่ฟัด ไอร์แลนด์ ก่อนจะปรับมาเป็น 4-2-3-1 เน้นเกมรุกในนัดที่พบกับ แอลเบเนีย โดยให้ มาตุยดี้ คุมกลางกับ ก็องเต้ ส่วนด้านหน้า ปาเย็ต, โกมัน, กรีซมัน และ ชิรูด์ 

    พอมาถึงนัดสุดท้ายที่เสมอ สวิส ก็ปรับมาเป็น 4-3-3 แต่ตัวผู้เล่นเปลี่ยนหลายคนเพราะเข้ารอบไปแล้วถือเป็นการทดสอบทีมไปในตัวซึ่ง 4 เกมผ่านไป เดส์ช็องส์ น่าจะเห็นอะไรชัดเจนมากขึ้นทั้งแท็กติกและการเลือกตัวผู้เล่นลงตามตำแหน่ง

    แผงหลังอาจจะดูไม่แน่นหนา อดิล รามี่ ในวัย 30 ปีถือว่ายังไม่แก่ต่ระดับฝีเท้ายังไม่ใช่ เกรดเอ ส่วน โลร็องต์ กอสเชียลนี่ ผ่านเกมใหญ่มาเยอะกับ อาร์เซน่อล แต่ความเนี้ยบยังมีไม่มากนัก เดส์ช็องส์ ก็กระชับพื้นทีช่วยด้วยแผงกองกลางอย่าง ก็องเต้, มาตุยดี้ และ ป็อกบา สามคนนี้ครบเครื่องทั้งรุก-รับ

    ป็อกบา ทัวร์นี้ดูว่าถูกจำกัดบทบาทพอสมควรเพราะเล่นไม่เป็นธรรมชาติเหมือนกับ ยูเวนตุส ที่มีอิสระในการพาบอลทำเกมรุก เดส์ช็องส์ คงไม่ต้องการให้เสี่ยงมากเกินไปมันก็เลยทำให้ ป็อกบา ขยับเขยื้อนผิดฟอร์มไป

    แดนหน้า ชิรูด์ จะลีลาขี้เหร่ยังไงแต่ก็มีประโยชน์ต่อทีมการพักบอลต่อเกมและลูกโหม่งในทีมชาติ ฝรั่งเศส ยุคนี้ไม่มีใครทำได้ดีกว่าหัวหอก ปืนโต โดยเฉพาะเมื่อต้องเล่นเกมรุกแบบแน่นอนค่อยสร้างเกมขึ้นมา

    ตำแหน่งนี้ดูยังไง อังเดร ปิแอร์ ชียัก ก็ทาบไม่ติดความแน่นอนหนักแน่น ชิรูด์ เหนือกว่าแบบชัดเจนส่วนด้านข้าง ปาเย็ต ไม่ต้องไปยุ่งกับมันเล่นได้ขนาดนี้คือตัวความหวังของทีมทั้งจ่ายบอลแม่นแถมมีทีเด็ดฟรีคิก

    กรีซมัน ดูสนุกและเพลินในบทบาท "หน้าต่ำ" มากกว่าริมเส้นเพราะเขามีสัญชาติญานดาวยิงในจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็มมีความเฉียบคมทั้งบนพื้นและลูกโหม่งสถิติ 32 ประตูจาก 54 เกมกับ แอต มาดริด ซีซั่นที่ผ่านมาบ่งบอกคุณภาพเป็นอย่างดี

    ก็เท่ากับว่า เดส์ช็องส์ มีสองแผนถ้าเอาแบบรัดกุมก็ 4-3-3 แต่ถ้าไม่เวิร์คหรือสถานการณ์ที่ต้องเสี่ยงก็มีอาวุธหลากหลายพอที่จะปรับมาเป็น 4-2-3-1 ยังมี โกมัน กับ อองโตนี่ มาร์กซิยาล คอยเสริมอีกเรียกว่าแนวรุกจัดจ้านทุกตัว

    4 นัดผ่านไปแม้ว่า ฝรั่งเศส จะดูกระท่อนกระแท่นแต่แนวรุก ฝรั่งเศส ก็ไม่ได้เป็นรองทีมใหญ่ในทัวร์นี้...

ซัมเมอร์ฮิลล์