เสาร์ ที่ 17 กันยายน 2559 20:43 เสี้ยนหนามของอินทรีเหล็ก

View Share
SHARE

แล้วก็มาถึงคู่เอกประจำรอบ 8 ทีมสุดท้าย เยอรมันอัดกับอิตาลี

 

    แอบปาดน้ำตาเสียใจเล็กน้อยที่นัดนี้จะต้องเป็นเกมสุดท้ายบนถนนยูโร 2016 ของใครสักทีม เพราะว่ากันตามฝีเท้า และชื่อเสียง ทุกคนคงอยากให้ทั้งคู่ไปต่อ ถ้าฟุตบอลเป็นยาสีฟันก็คงดี เลือกซื้อแบบแพ็กคู่ประหยัดเงินกว่าซื้อหลอดเดียว

    ก่อนไปว่าถึงเกมนี้ ย้อนกลับไปดูคู่แรกที่ผมสะกิดบอกตั้งแต่ตอนปรีวิวว่ามีโอกาสเป็นหนังม้วนยาว ต้องต่อเวลา และเผลอๆ ถึงดวลจุดโทษ

    เก็งเลขเก็งหวยไม่เคยแม่นอย่างนี้เลยครับ แม้ว่าโปแลนด์ จุดชนวนความตื่นเต้นด้วยการขึ้นนำตั้งแต่ 2-3 นาทีแรก

    เป็นแผนเป็นแท็กติกที่โปแลนด์เตรียมตัวมา และจะว่าไป มันคือสูตรสำเร็จสำหรับทีมประเภทบอลรอง ด้วยการชิงจังหวะเปิดเกมบุกใส่ก่อนเลย เพื่อลุ้นเอาประตูนำ

    ถ้าทำได้ก็สามารถถอยมารับแบบเต็มตัวอย่างที่ถนัด แต่ถ้าไม่สำเร็จก็ค่อยๆ ปรับโหมดสู่การเน้นรับ ไม่มีอะไรเสียหาย

    โปแลนด์ชิงทำเร็วทันที บอลเปลี่ยนแกนจากขวาข้ามมาซ้าย บวกกับผู้เล่นแบ็กของโปรตุเกส กะจังหวะลูกตกพลาด ทำให้ คามิลโกรซิชกี้ กระชากหายไปเปิดเข้ากลาง และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แปกระแทกบอลเสียบเสา

    พวกเขารอคอยโอกาสแบบนี้ ทำประตูนำเพื่อกุมความได้เปรียบเหมือนนัดกับสวิตเซอร์แลนด์ แต่ที่แตกต่างไปจากรอบที่แล้ว คือโปรตุเกส ไม่ต้องรอคอยถึงครึ่งหลัง เพื่อทวงคืน 1-1

    ต้องชมการประสานงานของ เรนาโต้ ซานเชส กับ นานี่ ที่เล่นบอลจังหวะเดียว แนวรับโปแลนด์พลาดเปิดช่องให้ซานเชสซัดเต็มอีซ้ายเข้าทางเสาใกล้

    คู่นี้สนุกแค่ช่วงครึ่งชั่วโมงแรกเท่านั้นแหละ พอสกอร์กลับมาเท่ากัน 1-1 ทุกอย่างเป็นไปตามคาดที่ปรีวิวไว้เป๊ะ โปแลนด์ปรับตัวสู่โหมดถอยหลัง จัดกำแพงรับแบบสี่คนสองชั้น โปรตุเกสเองแม้มีโอกาสวางบอลสวยๆ แต่โรนัลโด้กลับผิดฟอร์ม จั่วลมวืดวาดไป 2-3 หน

    ช่วงยิงจุดโทษ ผมเชียร์โปรตุเกสมากกว่า เพราะโปแลนด์เข้ารอบไป ก็เล่นทรงนี้อีหรอบเดิมอีกแหละ ส่วนโปรตุเกส อย่างน้อยยังมีโรนัลโด้, นานี่, เรนาโต้ ซานเชส  สร้างสีสันวูบวาบได้บ้าง แม้ทั้งทัวร์นาเมนต์จนถึงบัดนี้ ยังควานหาชัยชนะไม่เจอสักครั้งใน 90 นาที

    แปลกแต่จริงยิ่งกว่า คือโปรตุเกสมีเวลาในการนำคู่แข่งรวมทั้งสิ้นแค่ 22 นาที จากเกมเสมอไอซ์แลนด์ 1-1 นำอยู่ 19 นาที โดนตี และประตูชัยของ ริคาร์โด้ กวาเรสม่า ในนัดชนะโครเอเชีย 1-0 ก็มาก่อนหมดเวลาแค่สามนาที แต่ยังหลุดเข้ามาถึงรอบตัดเชือกอย่างงงๆ

    นี่ล่ะหนาที่เขาบอกว่าแข่งเรือแข่งพาย พอแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนา มันแข่งกันไม่ได้หรอก โปแลนด์แพ็กของกลับบ้านแบบเอ๋อๆ ว่าเคยตามหลังใครในยูโรหนนี้ และกี่นาที ?

    รอบแรกสามนัดไม่เสียประตูสักลูก รอบที่แล้วก็ขึ้นนำก่อนถูกสวิตเซอร์แลนด์ตีเสมอ รวมถึงแมตช์นี้

    บางครั้งฟุตบอลก็เหมือนอารมณ์ผู้หญิงในช่วงวันนั้นของเดือน...จงอย่าถามหาเหตุผล

    เช่นเดียวกับคืนนี้ เยอรมันเจอกับอิตาลี แม้โดยภาพรวมของทีม และผลงานอินทรีเหล็กถูกยกให้เป็นต่อ แต่ฟุตบอลระหว่างคู่นี้มักเป็นอะไรที่แปลกครับ เยอรมันไม่เคยชนะอิตาลีได้เลยบนเวทีระดับทัวร์นาเมนต์ !

    กินเวลากว่าห้าสิบปี หรือครึ่งศตวรรษเข้าไปแล้วที่สองทีมเจอกันหนแรกในฟุตบอลโลก 1962 และจบด้วยผลเสมอ 0-0 หลังจากนั้น สองชาติที่คว้าแชมป์โลกรวมกันถึง 8 สมัย (ทีมละ 4) และแชมป์ยุโรปรวมกัน 4 ครั้ง (เยอรมัน 3, อิตาลี 1) ก็แวะเวียนมาปะทะกันอีก 7 หน โดยที่เยอรมัน ทำได้ดีที่สุดคือแค่เสมอ

    เบ็ดเสร็จเจอกัน 8 ครั้ง ในรอบสุดท้ายไม่ว่าฟุตบอลโลกหรือยูโร เยอรมันแพ้อิตาลีถึง 4 และเสมออีก 4 ยิงได้ 6 เสียประตูอัซซูรี่ถึง 12

    ล่าสุดก็ในศึกยูโร 2012 รอบรองชนะเลิศ อิตาลีเอาชนะได้ 2-1 จากการเหมาของมาริโอ บาโลเตลลี่

    แซวกันว่าถ้าไม่มีอิตาลี สักชาติเดียวในโลกลูกหนัง เยอรมันอาจได้แชมป์โลกแซงหน้าบราซิล และแชมป์ยุโรป อีกสัก 1-2 สมัย ไปแล้ว

    อัซซูรี่ถือเป็นเสี้ยนหนาม เป็นกรวดในรองเท้าของเยอรมัน (''เพื่อนบอมบ์ สินเจริญ ได้กล่าวไว้) เมื่อย้อนดูปูมหลังที่เจอกันมา

    สำหรับการแพ้ในยุคก่อน บางทีอาจไม่เกี่ยว แต่ทีมชุดนี้ของเยอรมัน มีนักเตะถึง 10 จาก 14 คน ที่ลงเล่นนัดแพ้อิตาลี เมื่อสี่ปีก่อน สามารถลุ้นโอกาสลงสนามแก้มือในคืนนี้

    น่าสนใจว่าการเคยเพลี่ยงพล้ำมาแล้ว จะส่งผลอะไรถึงความเชื่อมั่นของขุนพลอินทรีเหล็กหรือไม่

    ถ้าย้อนไปก่อนหน้านั้นอีก เยอรมันเคยแพ้อิตาลี ในรอบตัดเชือกฟุตบอลโลก 2006 ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ เป็นกุนซือชุดนั้น แต่มือขวาหรือผู้ช่วยของเขา ก็คือ โยอัคคิม เลิฟ คนที่พาทีมแพ้อิตาลี เมื่อสี่ปีที่แล้ว

    ''แดร์ ไกเซอร์'' ฟร้านซ์ เบ็คเคนเบาเออร์ แชมป์โลกทั้งสมัยเป็นนักเตะและกุนซือ ยอมรับก่อนลงเตะรอบ 16 ทีมด้วยซ้ำว่าถ้าเป็นไปได้ เขาอยากให้เยอรมันเจอกับสเปน มากกว่าอิตาลี

    ''สเปนเป็นทีมที่ยืดหยุ่นกว่าก็จริง แต่ผมยังอยากได้พวกเขาเป็นคู่แข่ง ส่วนอิตาลี เขี่ยเราตกรอบบ่อย ทั้งที่ไม่ได้เล่นดีไปกว่าเรา''

    คำพูดนี้สะท้อนว่าแม้แต่เบ็คเคนเบาเออร์ ก็ขยาดอิตาลี ที่ดูเผินๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่มักทำแสบ

    หากว่าตามผลงานในทัวร์นาเมนต์นี้ จากสถิติของ whoscored ที่ลงให้ดูประกอบ

    เยอรมันครองบอลเฉลี่ย 64.1% (มากที่สุดในบรรดา 24 ทีม) ส่วนอิตาลีไม่ถึง 50% ด้วยซ้ำ

    ทีมแชมป์โลกยังเหนือกว่าเกือบทุกด้าน ผ่านบอลคมกว่า 87.8% ต่อ 78.2% และสร้างโอกาสจนได้ลุ้นจบสกอร์ถึง 20.8 ครั้งต่อนัด อิตาลีแค่ 9 หนต่อเกม

    เกมรับเยอรมันปล่อยให้คู่แข่งมีโอกาสยิงต่อเกมแค่ 5.3 ครั้ง แต่อิตาลีเผชิญกับการโดนล่อเป้าถึง 12 หน

    เยอรมันยังดีกว่า ทั้งการเข้าปะทะหรือแท็กเกิลต่อเกม, เลี้ยงบอลต่อเกม ส่วนที่อิตาลี เด่นกว่าชัดๆ คือ เอ่อ จำนวนการทำฟาวล์
 
    ว่าตามสถิติ อิตาลีไม่มีดีเทียบเยอรมันได้ แต่อย่าลืมว่าพวกเขาถนัดในการบดขยี้จุดเด่นของคู่แข่ง

    สเปนถึงกับง่อยเปลี้ยเสียขา ผ่านบอลไม่เป็น เมื่อเจอการเพรสส์ของอัซซูรี่

    และคราวนี้ เป้าหมายอย่าง โทนี่ โครส เจ้าพ่อผ่านบอล โดนออกหมายจับแน่นอนจาก อันโตนิโอ คอนเต้

    จะจับได้หรือไม่ได้ อีกไม่กี่อึดใจเดี๋ยวรู้...


    หลักฐานเลี่ยนหลอนเยอรมัน

    ฟุตบอลโลก 1962 - เยอรมันตะวันตก 0-0 อิตาลี (รอบแบ่งกลุ่ม)

    ฟุตบอลโลก 1970 - อิตาลี 4-3 เยอรมันตะวันตก (ต่อเวลา, รอบรองฯ)

    ฟุตบอลโลก 1978 - อิตาลี 0-0 เยอรมันตะวันตก (แบ่งกลุ่มรอบสอง)

    ฟุตบอลโลก 1982 - อิตาลี 3-1 เยอรมันตะวันตก (นัดชิงชนะเลิศ)

    ฟุตบอลยูโร 1988 - เยอรมันตะวันตก 1-1 อิตาลี (รอบแบ่งกลุ่ม)

    ฟุตบอลยูโร 1996 - อิตาลี 0-0 เยอรมัน (รอบแบ่งกลุ่ม)

    ฟุตบอลโลก 2006 - เยอรมัน 0-2 อิตาลี (ต่อเวลา, รอบรองฯ)

    ฟุตบอลยูโร 2012 - เยอรมัน 1-2 อิตาลี (รอบรองฯ)


    ยูโร พรีวิว

    เยอรมัน - อิตาลี

    มวยถูกคู่ เยอรมันเป็นบอลคอนโทรล แดนกลางคือจุดแข็ง แต่อิตาลีโชว์ให้เห็นว่าแท็กติกการป้องกันระดับโคตรเซียน แถมลูกโต้ไม่ธรรมดา กองหลังเยอรมันชอบลอยสูง ถ้าถูกบีบไล่แย่งจนเสียบอล มีสิทธิ์โดนลงโทษเอาง่ายๆ จุดนี้ต้องระวัง ส่วนเกมรุก เยอรมันถนัดบุกตรงกลางกับเล่นบอลตามช่อง และดันแบ็กเติมริมเส้น โอกาสจะลุ้นเอาประตู ต้องเน้นลูกครอสจากด้านข้าง หรือถ้าโจมตีภาคพื้นดินก็ต้องคิดเร็ว ทำเร็ว แม่นยำ และจบคม เจาะพื้นที่ระหว่างเซนเตอร์กับวิงแบ็ก

ฟ้าใส