เสาร์ ที่ 17 กันยายน 2559 20:43 เผือกร้อน

View Share
SHARE

วันแรกของเดือนกรกฎาคม นอกจากเป็นวาระของการเปิดตลาดซื้อขายนักเตะในยุโรปอย่างเป็นทางการ ยังเป็นการเริ่มต้นของกระบวนการสรรหานายคนใหม่ของทีมชาติอังกฤษแบบกลายๆ ด้วย

    จากผลงานที่น่าผิดหวังของพลพรรค ''สิงโตคำราม'' ในศึกยูโร 2016 ทำให้ รอย ฮ็อดจ์สัน ต้องวางมือไปตามคาด เปิดทางให้คณะกรรมการของสมาคมฟุตบอลอังกฤษเริ่มต้นมองหาโค้ชคนใหม่ในทันที

    บอร์ดทั้ง 3 ที่นำโดย มาร์ติน เกล็น ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร, เดวิด กิลล์ รองประธาน และ แดน แอชเวิร์ธ ประธานฝ่ายเทคนิค เข้าประชุมกันอย่างเป็นทางการในช่วงปลายสัปดาห์เพื่อค้นหาความเป็นไปได้

    ทั้ง 3 ถือเป็นกลุ่มที่มีอำนาจร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยไม่มี เกร็ก ไดค์ ประธานเอฟเอที่จะหมดวาระลงในสิ้นเดือนนี้ ไปจนถึง เซอร์ เดฟ เบรลส์ฟอร์ด อดีตบอสใหญ่สมาคมจักรยานแห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาศูนย์ฝึกกีฬาฟุตบอลแห่งชาติที่เซนต์ จอร์จส์ พาร์ค, เดวิด ชีพแชงค์ส อดีตประธานอิปสวิช และ สจ๊วร์ต แลงคาสเตอร์ อดีตโค้ชรักบี้ทีมชาติที่ไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการชุดนี้

    ชื่อของกุนซือทั้งเก่าและใหม่ในวงการถูกพาดพิงถึงกันไม่เว้นแต่ละวัน ไล่ตั้งแต่กุนซือทีมชาติ ยู-21 แกเร็ธ เซาธ์เกต, เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ไปจนถึงรุ่นเก๋าอย่าง อาร์แซน เวนเกอร์ หรือ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่

    ไม่นับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, โชเซ่ มูรินโญ่ หรือว่า คาร์โล อันเชลอตติ ที่ได้งานใหม่กับต้นสังกัดไปก่อนหน้านี้ก็ยังถือว่าเหลือตัวเลือกอยู่พอสมควร ทั้งจากต่างแดนหรือว่าคนอังกฤษด้วยกัน

    อย่างไรก็ดี บทเรียนที่ผ่านๆ มา ทำให้เอฟเอต้องใช้เวลาอย่างระมัดระวังสำหรับงานที่หนักหนาสาหัสที่สุดในวงการลูกหนังโลก ทั้งช่วงเวลาที่ห่างหายจากโทรฟี่ถึงครึ่งศตวรรษและการจับตาจากสื่อของตัวเอง ซึ่งถือเป็น ''เผือกร้อน'' ชิ้นใหญ่

    คนแรกที่ปฏิเสธโอกาสไปแล้ว ก็คือร็อดเจอร์สที่เพิ่งรับงานใหม่ที่กลาสโกว์ เซลติก และอยู่ระหว่างเตรียมทีมเตะปรีซีซั่นและรอบคัดเลือกแชมเปี้ยนส์ ลีก อยู่ที่สโลวีเนีย

 

zoom

แกเร็ธ เซาธ์เกต เซย์โนกับทีมชุดใหญ่

 

    รายที่สอง ซึ่งเป็นชื่อแรกที่โผล่ขึ้นมาตามลำดับขั้นคือเซาธ์เกต อดีตมิดฟิลด์-กองหลังของทีมชาติยุค 90 ปัจจุบันคุมทีมชาติ ชุดอายุไม่เกิน 21 ปี แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะขอทำทีมชุดเล็กและยังไม่ให้คำตอบที่ชัดเจน แม้แต่ตำแหน่งกุนซือรักษาการ

    ด้านของเวนเกอร์ นายใหญ่อาร์เซน่อลที่คาดว่าจะได้พูดคุยกับเอฟเอในช่วงนี้ ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสม ทั้งความรู้เรื่องฟุตบอลอังกฤษที่ทะลุปรุโปร่งไปจนถึงฝีไม้ลายมือที่จับต้องได้

    แต่ปัญหาจากกรณีของกุนซือชาวฝรั่งเศสคงไม่พ้นสัญญาที่เหลือกับต้นสังกัดอีก 1 ปี และคาดว่าเวนเกอร์จะไม่ออกจากตำแหน่งที่จะอยู่ครบ 20 ปี ในปีนี้แน่

    ทางเลือกที่อาจเป็นไปได้ หากเอฟเอเลือกรอก็ต้องมองหาคนมาคุมทีมชั่วคราวในบอลโลก รอบคัดเลือก ในเดือนกันยายน ทั้ง สโลวาเกีย, มอลตา, สโลวีเนีย และ สกอตแลนด์ ซึ่งเป็นคิวเตะที่เหลืออยู่ในปี 2016 ปิดท้ายด้วยการเปิดรังรับลิทัวเนียในเดือนมีนาคมปีหน้า เพื่อรอให้เวนเกอร์ว่างก่อน

    กระบวนการที่อาจกินเวลาเกือบหนึ่งปีก็มีทั้งข้อดีและเสีย โดยเฉพาะคิวเตะรอบคัดเลือกสู่รัสเซีย 2018 ที่ต้องเริ่มต้นให้ดีตั้งแต่ก้าวแรก ดังนั้นคนที่มารักษาการก็ต้องมือถึงด้วย

    ชื่อแรกๆ ที่ได้รับการหยิบยกขึ้นมาพูดถึงคือ เกล็น ฮ็อดเดิ้ล อดีตมิดฟิลด์เท้าชั่งทองแห่งยุค 70 และเคยนั่งแท่นกุนซือทีมชาติสมัยฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส

    ด้วยดีกรีสมัยค้าแข้งและสถิติการพาทีมไปบอลโลกมาก่อน ประวัติการทำงานของฮ็อดเดิ้ลอาจมีข้อเสียก็คือการแยกทางแบบจบไม่สวยในปี 1999 เมื่อต้องออกจากตำแหน่งเพราะไปวิจารณ์คนพิการ นำไปสู่เสียงวิจารณ์ในทิศทางลบจนเอฟเอต้องประกาศแยกทางในที่สุด

    หลังจากนั้น ฮ็อดเดิ้ลหันไปทำงานในระดับสโมสร รวมทั้งวิจารณ์บอลทางทีวี โดยงานสุดท้ายคือ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เมื่อปี 2006 หรือหนึ่งทศวรรษที่แล้ว แต่ก็คงไม่ใช่ปัญหา ในเมื่อฮ็อดเดิ้ลยังทำงานเกี่ยวข้องอยู่ในวงการสม่ำเสมอ

    นั่นจึงเป็นไปได้ที่ฮ็อดเดิ้ล หนึ่งในศิษย์ของเวนเกอร์ที่อาแอส โมนาโก จะโดดมารับงานชั่วคราวนี้ไป ก่อนที่นายเก่าจะว่างลงเมื่อหมดสัญญาในปีหน้า

    หากเอฟเอไม่อยากรอและอยากได้คนที่ใช้งานได้ทันที มีประสบการณ์ระดับอินเตอร์ก็มีอยู่ไม่น้อย

    ไม่ว่าจะเป็น โลร็องต์ บล็องก์ อดีตปราการหลังทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์โลกที่เคยมาค้าแข้งสั้นๆ กับแมนฯ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งออกจากปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 

zoom

เฟลิเป้ สโคลารี่ ตัวเต็งอีกคนที่เพดานบินโชกโชน

 

    หรือชื่อล่าสุดที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ กุนซือชาวบราซิล

    ''บิ๊กฟิล'' ยังอยู่ในตำแหน่งกุนซือใหญ่ที่กว่างโจว เอเวอร์กรานเด้ เดินทางมาแล้วเกือบทั่วโลก ทั้งสมัยคุมทีมบ้านเกิด ซิวแชมป์ฟุตบอลโลก 2002 ตามด้วยทีมชาติโปรตุเกสที่เคยฝากรอยแผลให้อังกฤษไว้หลายหน ทะลุถึงนัดชิงฯ ยูโร 2004 แต่พ่ายกรีซแบบสุดช้ำ

    ผลงานในอดีตนั่นเองที่ทำให้เอฟเอเคยทาบทามมาคุมทีมชาติครั้งหนึ่งเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ต่อจาก สเวน โกรัน อีริคส์สัน ทว่าเจ้าตัวปฏิเสธ เนื่องจากเป็นข่าวเอิกเกริกไป

    สโคลารี่ยังเคยมาคุมเชลซีในฤดูกาล 2008/09 ก่อนโบกมือลาตำแหน่งในเดือน ก.พ. 2009 หลังไม่ประสบความสำเร็จมากนักในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

    จากนั้นกุนซือจอมโผงผางกลับไปรับงานทีมชาติอีกครั้ง แต่จบแบบไม่สวยงามในฟุตบอลโลก 2014 ด้วยการจอดป้ายในรอบตัดเชือก แพ้เยอรมนีถึง 1-7 ตามด้วยชีวิตต่างแดนในลีกจีนที่กว่างโจว ตอนกลางปี 2015

    นายใหญ่วัย 67 ผ่านการคุมทีมมาแล้ว 17 สโมสร ใน 7 ประเทศ ทั้งที่บราซิล, ซาอุดีอาระเบีย, คูเวต, ญี่ปุ่น, อุซเบกิสถาน, จีน และ อังกฤษ กับงานทีมชาติอีก 3 ประเทศ ได้แก่ คูเวต ในปี 1990 ตามด้วยบราซิล 2 สมัย คั่นกลางด้วยโปรตุเกส ระหว่างปี 2002-08

    ดีกรีความสำเร็จนอกจากแชมป์โลกในปี 2002 ยังได้แชมป์ลีกรวมกัน 3 รายการ เช่นเดียวกับบอลถ้วยในประเทศและระดับอินเตอร์อีกจำนวนหนึ่ง

    แม้ผลงานระยะหลังอาจไม่ค่อยจัดจ้าน แต่สโคลารี่ถือเป็นกุนซือคนหนึ่งที่รู้จักทีมชาติอังกฤษดีพอ แถมยังมีสถิติโดดเด่นในการกำราบสิงโตคำรามเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการเจอกันในยุคของ สเวน โกรัน อีริคส์สัน

    ไม่ว่าจะเป็นหนแรกในบอลโลก 2002 ที่บิ๊กฟิลนำบราซิลเฉือนชนะ 2-1 ด้วยการนำของ ''3 อาร์'' ริวัลโด้, โรนัลดินโญ่ และ โรนัลโด้ ทั้งที่อังกฤษนำก่อนจาก ไมเคิ่ล โอเว่น แต่สุดท้ายก็โดนริวัลโด้และโรนัลดินโญ่รุมยิงกลับมาเป็นผู้ชนะ

    ครั้นพอมาทำทีมโปรตุเกส ไม่รวมเกมอุ่นแข้งที่เสมอกันในปี 2004 ทีมฝอยทองของสโคลารี่ก็เขี่ยอังกฤษของสเวนตกรอบยูโรด้วยการดวลจุดโทษหลังเสมอกัน 2-2

    ข้ามมาถึงบอลโลก 2006 อังกฤษก็อกหักด้วยน้ำมือของโปรตุเกสอีกหลังเสมอกันแบบไร้สกอร์ และลงท้ายด้วยการดวลลูกจุดโทษ ส่งทีมของสเวนตกรอบอีกเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ 3 ติดต่อกัน

    ก่อนบอลโลก 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ บราซิลของสโคลารี่เจอกับอังกฤษ 2 หน โดยอังกฤษชนะ 2-1 ก่อนเสมอ 2-2 ในนัดเยือน เท่ากับว่าบิ๊กฟิลคุมทีมชนะอังกฤษถึง 5 ครั้ง และเสมอหนเดียว

    สถิติในระดับอินเตอร์บวกกับประสบการณ์โชกโชน น่าจะทำให้เอฟเอมองเขาเป็นตัวเลือกที่จริงจังอีกคน นอกเหนือจาก ฮ็อดเดิ้ล, เวนเกอร์ หรือทางเลือกอื่นๆ ที่พร้อมโผล่ขึ้นมาได้ทุกเมื่อ

    ใครจะมารับเผือกร้อนชิ้นนี้ คงต้องว่ากันอีกนานพอสมควร