เสาร์ ที่ 17 กันยายน 2559 20:43 มุมแท็กติก เยอรมัน-อิตาลี (1-1, จุดโทษ 6-5)

View Share
SHARE

เกมสุดดรามาที่จบลงอย่างแฮปปี้เอ็นดิ้งสำหรับเยอรมัน ที่เริ่มต้นเกมด้วยแผงรับสามคน และบทบาทการเล่นของกองกลางในช่วงแรกที่ไม่เหมาะสม ในครึ่งหลังมีการปรับได้อย่างเหมาะเหม็งจนแทบเกือบเอาชนะเกมนี้ในเวลาปกติได้

 

โยอัคคิม เลิฟ ครุ่นคิดถึงการใช้แผงรับสามคน แล้วได้นำไปสู่การปฏิบัติด้วย ทำให้ทั้งสองทีมลงเตะในรูปแบบเดียวกัน แต่การนำเสนอในครึ่งแรกมีปัญหา เพราะเจาะเข้าไปก็กระเด้งกระดอนกลับมาจากเซนเตอร์ฮาล์ฟสามคนของทั้งสองฝั่ง เยอรมันเป็นฝ่ายทำเกม ขณะที่อิตาลีเน้นเกมรับที่แกร่งมากว่า

    ในครึ่งแรกอิตาลีใช้รูปแบบการเล่นเหมือนนัดที่ปราบสเปน เล่นแบบ 5-2-3 มากกว่า 5-2-1-2 ยืนสูง การเสี่ยงเช่นนี้ไม่ได้สร้างปัญหาให้เยอรมันมากนัก โดยทั่วไปอิตาลีเล่นแบบ 5-3-2 ที่สมมาตรในการเจอเยอรมันด้วยการเน้นคุมคน กองหน้ายืนต่ำ โฟกัสตรงพื้นที่หมายเลข6ของเยอรมัน โครสทำเกมไม่ถนัด ทำให้การทำการรุกแผ่วกว่าเดิม 

    ปัญหาใหญ่ของเยอรมันในการวิ่งหาที่ว่างของกองกลางที่อยู่ด้านหน้า ที่ขยับไปด้านข้างรอบอลหน้าบล็อกแผงรับอิตาลีและยึดโยงกับทีมในทางกว้าง ตรงฮาล์ฟขวาเห็นได้อย่างชัดเจนเป็นพิเศษ เพราะชไวน์สไตเกอร์ขยับไปอยู่แถวนั้นระหว่าง คิมมิช และ เฮอเวเดส แต่ทำให้ผ่านบอลทางลึกได้ยาก ต่อบอลกลับแนวหลัง เปลี่ยนข้างไปหาโอซิลที่ขยับไปริมเส้นด้านซ้าย ที่โดยรวมขาดการเชื่อมเส้นทางสู่ประตูและแดนกลาง

    แทบไม่มีการเคลื่อนที่ในฮาล์ฟสเปซ และมีผู้เล่นน้อยตรงศูนย์กลางแนวรับอิตาลี ยามที่โอซิลได้บอลทางซ้าย แทบไม่มีโอกาสผ่านบอลตัดในเข้ามาได้ ทางเลือกคือผ่านบอลคืนหลังให้ โครส หรือ ฮุมเมิ่ลส์ เยอรมันมีโอกาสรุก มุลเลอร์ โยกหนีไปพื้นที่หมายเลข10 หรือ เฮคตอร์ เติมเกมขึ้นมาถึงเส้นหลัง แต่ทุกอย่างต้องเล่นอย่างรวดเร็ว ขณะที่อิตาลีสามารถโฟกัสยังพื้นที่ดังกล่าวได้แต่หัววัน
    
    แนวรับและแนวหน้าเยอรมันเล่นในฮาล์ฟสเปซได้ แต่ตรงกลางทำไม่ได้ เพราะกองกลางและปีกอิตาลีเข้ามาไล่จี้ ไม่มีผู้เล่นรอบอลใกล้ๆในตำแหน่งหมายเลข8 ที่บ่อยครั้งยังขยับออกริมเส้นไปด้วย ทำให้เป็นการยากในการทำเกมจากริมเส้นเข้าในไปหาศูนย์หน้า คิมมิช พยายามเลี้ยงบอลลุยทางขวาแต่แทบไม่ผ่านแผงรับที่หนียวแน่นของอิตาลี แม้นว่านักเตะหนุ่มน้อยจากบาเยิร์นจะได้บอลเยอะก็ตามที

 

 

zoom

รูปแบบการเล่นพื้นฐานต้นเกม

 

    ดูเหมือนว่าทั้งสองทีมโฟกัสที่ปลอดภัยเอาไว้ก่อนในตอนแรก ไม่มีไดนามิคในการเดินหน้า บทบาทในแดนกลางทางกว้างของเคดิร่า และ จากนั้นเป็น ชไวน์สไตเกอร์ บล็อกการเติมเกมขึ้นมาของ เฮอเวเดส ขณะที่ โอซิล จมหายไปในการยืนสูงจังหวะที่ห่างบอล บอลที่วางให้ตัวริมเส้นก็ทำได้ไม่แน่นอน น้อยครั้งที่มีการต่อบอลสร้างความป่วนให้แนวรับอิตาลีจากฮาล์ฟแบ็ก มีการผ่านบอลตัดเฉียงจากแนวรับเยอะ ที่แผงรับห้าคนของอิตาลีรับมือได้เป็นอย่างดี
    
    ในช่วงต้นเกมกองกลางเยอรมันค่อนข้างเล่นทางกว้าง เคดิร่าเติมขึ้นมา ทำให้พื้นที่ตรงกลางว่าง อีกด้านนั้นจังหวะเกมไม่เสถียร ปกติแล้วเยอรมันต้องชิ่งบอลทะลุแนวรับเข้าไปในกรอบเขตโทษเลย แต่บ่อยครั้งระยะห่างจากครึ่งสนามมีเยอะ สำหรับกองหน้ามันยากที่จะพาบอลนี้หักด่านกองหลังอิตาลีไปทำประตู การเติมขึ้นไปอย่างประปรายของชไวน์สไตเกอร์สร้างความปั่นป่วนได้บ้าง แต่ก็ไม่สร้างอันตรายให้ บุฟฟ่อนส์ ต้องออกแรงเซฟ
    
    เช่นเดียวกับอิตาลีที่แทบเล่นเกมตรงแดนกลางไม่ได้เลย มีความแตกต่างที่ทีมอัซซูรี่ไม่คิดต่อบอลนานแต่ผ่านตรงไปให้กองหน้าที่ขยับไปอยู่ตรงศูนย์กลางไปเลย  แต่กองหน้าอิตาลีก็ไปไม่เป็นเมื่อเจอรูปแบบการเล่นของเยอรมันที่ปรับระบบใหม่รับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยามเสียบอลเยอรมันเล่นแบบ 5-3-2 มีโอซิล ยืนทางซ้ายสูงหน่อย ในการระวัง บาร์ซายี่
    
    การเล่นของเยอรมันเหมือนกับเอาแนวทางการรับของอิตาลีในเกมเจอสเปนด้วยการปิดทางสูง คุมคน และใช้หมายเลข8ขึ้นทางซ้าย ที่ตอนนี้เยอรมันเล่นแบบเข้าบี้ผู้เล่นอิตาลีในการแย่งบอล ที่มีตัวอย่างให้เห็นอย่างดีจาการที่ เคดิร่า และต่อจากนั้น ชไวน์สไตเกอร์ ไล่ตาม จัคเครินี่ ที่จากนั้น ชไวน์สไตเกอร์ เติมขึ้นไปยืนข้างมุลเลอร์ในแถวหน้าสุด
    
    อิตาลีพยามดึงผู้เล่นเยอรมันทางฮาล์ฟขวาขึ้นมาเพื่อให้มีพื้นที่ว่างในการผ่านบอลให้กองหน้า แต่ก็ยังไปไม่เป็นเมื่อเจอกับสามแผงรับเยอรมัน ในกรณีที่ขึ้นเกมของ จัคเครินี่ เติมไปในพื้นที่สุดท้าย ชไวน์สไตเกอร์ต้องไล่ตาม อิตาลีมีโอกาสสองหนก่อนหมดครึ่งแรกจากการเติมเกมขึ้นมาเช่นนี้ ที่ จัคเครินี่ หาพื้นที่เล่นด้านหลังบัวเต็งและเฮอเวเดสได้
    

 

zoom

เยอรมันปรับรูปแบบในแดนกลางใหม่หลังจากที่ดรักซ์เลอร์ลงสนาม

 


    แต่โดยทั่วไปแผงรับเยอรมันเสถียรมาก การเติมเกมขึ้นไปของ โอซิล ทำให้กลายเป็น 5-2-3 มุลเลอร์ อยู่ฮาล์ฟขวา สามารถดึงแผงรับสามคนที่มาจากยูเว่ขยับออกมาได้ โครส เติมเข้ามาอีกคน ทำให้เยอรมันมีผู้เล่นเยอะตรงนี้
    
    การเติมขึ้นไปของโครสบางจังหวะเสี่ยง แต่ทั้ง สตูราโร่ และกองหน้าอิตาลีไม่สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างที่เกิดขึ้นได้ มิดฟิลด์อิตาลีชอบขยับออกไปริมเส้นมากว่าเข้ามาตรงศูนย์กลาง ตรงพื้นที่หมายเลข10 ทำให้เขาโดนโอซิลคอยเฝ้าตามหนีไม่ออก นอกจากนั้น เฮคตอร์ และ ฮุมเมิ่ลส์ ก็อยู่ไม่ห่างนัก เยอรมันจะเล่นเข้าไปในพื้นที่ๆมีผู้เล่นของตนเองมากกว่าเท่านั้น การใช้แผงรับสามคนทำให้เยอรมันเติมเกมได้ดีกว่าสเปนในเกมเจออิตาลีอย่างมาก
    

zoom

การขยับไปเชื่อมเกมริมเส้นทางขวาของชไวน์สไตเกอร์


    ด้านหนึ่งการคอยซ้อนช่วยกัน อีกด้านการมีบัวเต็งที่เล่นในพื้นที่ได้เยอะอย่างเหมาะสม รูปทรงใหม่ที่เล่นในฮาล์ฟสเปซเยอะและทำให้กองหลังอ่านเกมได้ง่ายขึ้น ทำให้ เอแดร์และเปลเล่โดนบีบตลอดไม่สามารถต่อบอลงามๆได้ องค์ประกอบสำคัญคือแดนกลางที่เล่นทางกว้างสร้างปัญหาให้อิตาลี
    
    สตูราโร่เล่นฮาล์ฟขวาแอคทีฟน้อยกว่า ปาโรโล่ จัคเครินี่เล่นทางกว้างบ่อยๆและห่างไปจากกองหน้า โครสคุมเกมแนวหลังได้เป็นอย่างดี ทำให้อิตาลีทำเกมจากลางให้กองหน้าลำบาก ยาที่ เปลเล่ หลุดไปได้เพียงคนเดียวก็เร่งเกมจนพลาดไป
    

 

zoom

โอซิลขยับไปอยู่ริมเส้นมากเกินไปทำให้มีพื้นที่ว่างเยอะ

 


    ช่วงต้นครึ่งหลังเยอรมันขันชะเนาะเกมรุกมากขึ้น มีการเปลี่ยนรูปแบบการเล่นตรงศูนย์กลาง โดยเฉพาะ ชไวน์สไตเกอร์ เคลื่อนที่ใกล้ชิดกับเพื่อนร่วมทีมมากว่าเดิมทั้งยามที่ทีมครองบอลและไม่ได้ครองบอล เลิกการเติมเกมขึ้นทางขวา ชไวน์สไตเกอร์เล่นเกมตรงศูนย์กลางพยายามเปิดพื้นที่ว่าง เฮอเวเดส รุกขึ้นทางฮาล์ฟขวามากขึ้น
    
    นอกจากนั้นในฮาล์ฟสเปซทางขวาเป็นพื้นที่ซึ่งเยอรมันทำได้เหนือชั้นและมีจังหวะดีๆ โอซิลขยับมาเล่นฮาล์ฟขวามากขึ้นและเป็นทางเลือกตรงนั้นอีกคน ที่เยอรมันต่อบอลกันได้สวยหลายจังหวะ ที่มุลเลอร์และโอซิลเล่นอย่างใกล้ชิดกัน โครสสามารถทำเกมได้มากขึ้น เพราะเอแดร์ถอยร่นลงไป

 

zoom

รูปแบบการเล่น 5-2-3 ของเยอรมันดักสองกองหน้าอิตาลี

 

    การเพรสซิ่งตรงศูนย์กลางสไตล์ของชไวน์สไตเกอร์ทำได้ดีตรงศูนย์กลางกัปตันทีมอินทรีเหล็กไม่ได้เล็งฝั่งซ้ายไปที่ จัคเครินี่ อีกแล้ว แต่เคลื่อนตัสวทำเกมขึ้นมาอย่างห้าวหาญ ที่มีโครสคอยซ้อนหลังให้ มี2-3ครั้งมุลเลอร์ที่ลงต่ำไปช่วยและเล่นทางฮาล์ฟขวามากขึ้น ช่วงดังกล่าวรูปแบบกรเล่นเป็น 5-4-1 ยามเสียการครองบอล มุลเลอร์และโอซิลอยู่ริมเส้น การมีผู้เล่นริมเส้นซ้อนสองคนทำให้เกมรับเสถียรมาก จัคเครินี่หนีชไวน์สไตเกอร์ไม่ออก และบ่อยครั้งที่โดนคิมมิชเข้าไปกดดัน
    
    กระนั้นการเล่นเช่นนี้ก็มีปัญหาจากการที่มุลเลอร์ยืนค่อนข้างสูง ต้องวิ่งตาม เด ซีโย่ ไกลอยู่เสมอ ที่ใช่ว่าเขาจะไล่ทันได้ทุกครั้ง การที่ จัคเครินี่ หนีคิมมิชได้ทำให้เยอรมันมีผู้เล่นตรงพื้นที่นี้น้อยกว่า ต้อนครึ่งหลังอิตาลีพาบอลทะลุขึ้นทางปีกได้อันตรายอยู่2-3หน ทำให้เยอรมันปรับหมากใหม่ จาก 5-4-1 กลับมาเป็น 5-3-2 ตามเดิม แต่มีผู้เล่นต่างไป ครานี้โอซิลเล่นฮาล์ฟขวา ชไวน์สไตเกอร์ไปเล่นตำแหน่งหมายเลข8ทางซ้าย มุลเลอร์ เล่นเป็นหน้าต่ำ ที่ขยับออกข้างตามสถานการณ์  เยอรมันยังเน้นหนักเกมทางขวามากว่าต่อไป
    

 

zoom

จังหวะที่เยอรมันเทเกมหันไปรุกหนักทางขวา


    โอซิล เดินเกมในพื้นที่ดังกล่าว มุลเลอร์ สามารถโยกหนีไปได้ และนอกจากนั้นยังมี คิมมิช และ เฮอเวเดส พร้อมเติมเกมขึ้นมา นอกจากนั้นบทบาทของชไวน์สไตเกอร์ในครึ่งหลังที่มีฟอร์มดีกว่าเดิม บางจังหวะเขาวิ่งหาที่ว่างทางฮาล์ฟซ้าย นอกจากนั้นยังเคลื่อนที่วนเวียนรอบๆแนวรับอิตาลีเคียงข้างกับโครส เพื่อให้เกิดไดนามิคและเปิดพื้นที่ว่าง ดึงคู่แข่งออกมาแล้วสลัดหนี ที่เกมครึ่งหลังเขาเล่นเกมรุกมากกว่าครึ่งแรกมาก
    
    การเคลื่อนตัวในเกมที่หลากหลาย การวิ่งทางลึกที่สร้างสรรค์และเซอร์ไพร้ส์ การต่อบอลที่กลมกลืน สร้างความป่วนให้อิตาลีทางฮาล์ฟขวา หรือพยายามช่วยโอซิกดดันหาที่ว่างให้ กลางครึ่งหลังเยอรมันทำดีขึ้นเรื่อยๆในเกมรุก โดยเฉพาะก่อนขึ้นนำ 1-0 ที่ทำให้แผงกลางอิตาลีที่ยืนใกล้กันปั่นป่วนได้ 2-3หน ถูกดึงออกมาจากแนวรับ และพาบอลผ่านไปได้ การเติมขึ้นมาบางจังหวะของ จัคเครินี่ ก็โดนโดดเดี่ยว
    

 

zoom

การเติมเกมทางขวาใส่จัคเครินี่ของชไวน์สไตเกอร์ ที่จากนั้น โอซิล มีพื้นที่เล่นทางซ้าย


    ประตูขึ้นนำที่เกิดจากช่วงที่บุกหนัก แต่มาจากทางฝั่งซ้าย หลังบอลยาวของ นอยเออร์ มิดฟิลด์ที่เติมเกมสูงลงไม่ทัน แอคชั่นอันยอดเยี่ยมของ โกเมซ ที่ครองบอลได้ ผ่านบอลอย่างชาญฉลาดให้น้ำหนักที่มีไดนามิก เฮคตอร์มีเส้นทางการวิ่งที่ดีรับบอลและแอสซิสต์ให้โอซิล
    
    จนถึงตอนนั้นเกมทางซ้ายแทบไม่มีให้เห็นหลังปรับหมากในครึ่งหลัง เกมทางซ้ายที่ใช้เป็นแค่ทางผ่านหรือดึงคู่แข่งออกมาเท่านั้น ที่ในเรื่องหลังเป็นกลยุทธ์ที่ได้ผล การได้ประตูขึ้นนำและเกมที่เหนือกว่าเยอรมันอยู่บนเส้นทางแห่งชัยชนะ จนกระทั้ง โกเมซ บาดเจ็บ ต้องมีการเปลี่ยนตัวทำให้เกมสะดุดไป
    
    แม้นว่า ดรักซ์เลอร์ทำได้วูบวาบทางซ้ายและมีการครองบอลที่ดี แต่ช่วงแรกมีปัญหาในการยืนตำแหน่ง นอกจากนั้นอิตาลีเริ่มได้ครองเกมมากขึ้นและพยายามเดินเกมรุก ปาโรโล่ กดดันทางซ้ายได้มากขึ้น สตูราโล่ คอยระวังหลังให้ โดยเข้ามาเติมในพื้นที่หมายเลข6 ตรงฮาล์ฟสเปซด้านหน้าโอซิล แต่ทีมของคอนเต้ก็ไม่ได้มีโอกาสที่ชัดเจน
    
    หลังได้ประตูจากจุกโทษทำให้อิตาลีตีเสมอเป็น1-1 ช่วงท้ายเกมทั้งสองทีมเน้นการเล่นแบบ 5-4-1 ที่เป็นรูปแบบการเล่นที่เยอรมันชอบใช้ยามที่ดรักซ์เลอร์ถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม อิตาลีเล่นแบบ5-4-1ที่ไม่ชัดเจนนัก แต่เอแดร์ขยับจาก5-3-2 ลงมาอยู่ในแดนกลางทางขวามากขึ้น ช่วงต่อเวลาพิเศษยิ่งระมัดระวังตัวกันมากขึ้นไปอีก 
    
    เยอรมันยิ่งครองบอลได้มากขึ้นและเหนือชั้นมากขึ้น คุมเกมช่วงต่อเวลาพิเศษได้อยู่หมัดและคอนโทรลเกมเอาไว้ได้ โดยเฉพาะในครึ่งเวลาหลังของการต่อเวลาพิเศษที่เร่งเครื่องอีกหน เกมรุกทางขวาก้าวร้าวมากขึ้น คิมมิช ขยับเข้ามาในฮาล์ฟสเปซอยู่เรื่อย เฮอเวเดส เติมเกมริมเส้นทางขวา แต่ก็หลีกเลี่ยงการดวลจุดโทษกับอิตาลีไม่ได้

 

สรุป


    โยอัคคิม เลิฟ ปรับทีมด้วยการเติม เฮอเวเดส เป็นกองหลังอีกคน ที่ส่งผลอย่างดีในการรับมือเกมรุกของอิตาลี แผงรับสามคนที่ทำให้มีทางเลือกในการเปิดเกมขึ้นหน้ามากขึ้นด้วย ที่การเล่นทางกว้างของโอซิลและชไวน์สไตเกอร์เจาะกองหลังอิตาลีไม่ได้ ฮาล์ฟแบ็กที่เติมขึ้นไปได้น้อย ขาดการเชื่อมกับกองกลางและกองหน้าทำให้มีจังหวะเข้าไปทำประตูในกรอบเขตโทษมีน้อย
    
    เกมครึ่งหลังที่ต่างไปอย่างมาก การปรับทีมที่แน่นอน ในช่วงนี้ชไวน์สไตเกอร์เล่นได้เป็นอย่างดี การสลับตำแหน่งในฮาล์ฟสเปซกับโอซิลที่ส่งผลดีทำให้เล่นกับมุลเลอร์ได้ดีกว่าเดิม เยอรมันเป็นทีมที่ดีกว่าในครึ่งหลัง เหมือนกับว่าจะเป็นผู้ชนะอยู่แล้วจากนั้นโดนจุดโทษที่พิสดาร ทำให้อิตาลีคัมแบ็กกลับมาได้ ทีมของ คอนเต้ เล่นด้วยยากและมีความเสถียร ที่อยู่ในเกมเสมอ

    โดยรวมในเกมนี้ได้เห็นคุณค่าของชไวน์สไตเกอร์ โดยเฉพาะความรู้สึกในการจับจังหวะและ การเคลื่อนที่ของเขา แม้นแต่การคุมคนในครึ่งแรกก็มีสมดุลที่ดี ที่จากนั้นเขาคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ได้เสมอ เกมรับในครึ่งหลังที่ทำให้ โครส มีจังหวะว่างขึ้นไปทำเกม เป็นตัวเลือกอีกคนในการกำหนดจังหวะเกม ตัวเชื่อมในเกมรุกและวิ่งเข้าไปในกรอบเขตโทษอิตาลี ส่วนการที่เลิฟจะใช้งานกัปตันทีมคนนี้ในเกมเจอฝรั่งเศสหรือไม่อย่างไรนั้น คงต้องรอดูว่าอาการบาดเจ็บที่เข่าขวาของเขาหายทันเกมนี้หรือไม่เสียก่อน
                

 

ช่อคูน

ช่อคูน