จันทร์ ที่ 11 กรกฏาคม 2559 01:30 จานลุยจิ บุฟฟ่อน...ผมยังคงมีเป้าหมาย

View Share
SHARE

ตูริน___จานลุยจิ บุฟฟ่อน นายทวารมือหนึ่งทีมชาติอิตาลี ออกมายืนยันว่าเขายังคงมีเป้าหมายอีกหลายอย่างทั้งกับทีมอัซซูรี่และยูเวนตุสก่อนที่จะแขวนสตั๊ดในปี 2018

 

    นายทวารจอมเก๋าผู้นี้ออกมาประกาศความตั้งใจเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วจะแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการหลังฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพในปี 2018 แต่ถึงกระนั้นเจ้าตัวยืนยันว่ายังไม่มีความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้นในช่วงนี้ที่จะเริ่มต้นวางแผนชีวิตตัวเองหลังจากปิดฉากการเป็นนักเตะอาชีพ

    ''ยังมีเวลาอีกตั้งสองปีสำหรับผมกับการเล่นฟุตบอลอย่างเต็มที่ แน่นอนมันอาจจะดูยากยิ่งขึ้นที่จะประสบความสำเร็จได้ในทุกปีต่อแต่นี้ หนึ่งในสาเหตุนั้นก็คือคู่แข่งของคุณเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ'' เขาให้สัมภาษณ์ ริวิสต้า อูนดิชิ ล่าสุด

    ''หากไม่นับเล่นให้ทีมชาติอิตาลีกับการไปเล่นยุโรป บอกตามตรงเลยว่าผมยังไม่แผนการใดๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับอนาคตเลยแม้แต่นิดเดียว ผมมองว่ายังมีเวลาอีกเพียบว่าจะตัดสินใจทำอะไรดีหลังจากที่เลิกเล่นไปแล้ว'' นายทวารทีมชาติอิตาลียืนยัน

    ''หากถามตอนนี้ว่าผมมีแผนการอะไรหรือเปล่า ผมตอบได้เลยว่ามีอยู่หลายแผนทั้งส่วนตัวและส่วนที่เกี่ยวกับกีฬา ในส่วนที่เกี่ยวกับกีฬาคือผมยังอยากเล่นฟุตบอลโลกที่รัสเซียในปี 2018 และพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดกับทีมชาติอิตาลี เช่นเดียวกับพายูเวนตุสประสบความสำเร็จในเกมยุโรปให้ได้อีกครั้ง'' บุฟฟ่อนย้ำ

    เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความรู้สึกของเขาในการเป็นกัปตันทีมชาติอิตาลีและยูเวนตุสไปพร้อมๆ กัน นายทวารหมายเลขหนึ่งของเมืองมะกะโรนีใช้ความคิดนิดหนึ่งก่อนสาธยายออกมาเป็นฉากๆ

    ''เริ่มจากการเป็นกัปตันทีมยูเวนตุสก่อน ตรงนี้คุณต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนทั้งสไตล์ บรรยากาศและความเป็นทีม แน่นอนคุณจะต้องสร้างตัวอย่างให้ใครต่อใครเห็นคุณค่าของชุดที่คุณสวมลงไปให้ได้ โดยเฉพาะกับแฟนบอลเป็นล้านๆ คน เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมารับหน้าที่เป็นกัปตันทีม นั่นหมายความเวลามันเริ่มผ่านไปทีละน้อย'' เขาพูดไปยิ้มไป

    ''ผมรู้สึกตัวเองมีความสุขมากๆ ที่ตัวเองเป็นบุคคลสำคัญของทีม และสโมสรแห่งนี้ และมีความสุขมากยิ่งขึ้นที่ได้รับรู้ว่าแฟนบอลยูเวนตุสโปรดปรานที่มีผมเป็นตัวแทนหรือสัญลักษณ์สำคัญของทีม'' กัปตันทีมม้าลายพยายามอธิบาย

    ''ส่วนทีมชาติอิตาลี หลักการคล้ายๆ กันจะว่าเหมือนกันก็ได้ ยูเวนตุสเป็นหนึ่งในทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และในอิตาลีเป็นสโมสรที่มีแฟนบอลมากที่สุด แต่สำหรับทีมชาติ ดูแล้วอาจจะเป็นอีกมิติหนึ่ง การเป็นตัวแทนคนทั้งประเทศ รวมทั้งโชคดีที่ได้ทำหน้าที่ในระดับโลกมันเป็นเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่มากๆ'' เขาชี้

    ''ถามว่าผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นสัญลักษณ์สำคัญของทีมชาติอิตาลีหรือเปล่า คำตอบก็คือไม่นะ ผมชอบที่จะแยกชีวิตส่วนตัวกับการเล่นกีฬาและความเป็นมืออาชีพอย่างชัดเจน ผมมองว่าผมเองก็แค่คนธรรมดาสามัญคนหนึ่งเท่านั้น ผมมีจุดแข็งจุดอ่อนเหมือนกับคนอื่นๆ เหมือนกัน'' กัปตันทีมอัซซูรี่และทีมม้าลายพูดถึงตัวเอง

    ''ในเรื่องกีฬา ผมอาจจะมีผลลัพธ์และความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา ตรงนี้มาจากความเป็นมืออาชีพที่ทุกคนจำเป็นต้องมี ตรงนี้ที่ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ตัวเองเป็นตัวอย่างที่ดีให้ใครๆ ได้เลียนแบบแต่นั่นก็คือผลงาน ซึ่งชีวิตส่วนตัวของผมอาจจะเป็นเช่นนี้ก็ได้'' บุฟฟ่อนทิ้งท้าย


เงียบเสียจนนึกว่าล้มเลิกความคิดไปแล้ว

 

    ขณะที่ อันโตนิโอ คอนเต้ ลุกจากเก้าอี้อิล ชิที. ทีมชาติอิตาลีไปแบบเงียบๆ หลังพ่ายดวลจุดโทษให้กับเยอรมนีแชมป์โลกล่าสุด ตกรอบก่อนรองฯ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งยุโรปไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้ผมนึกถึง จามปิเอโร่ เวนตูร่า คนที่จะเข้ามาแทนที่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยซะยังงั้น

    ก็จะอะไรเสียล่ะ คนที่ลุกจากเก้าอี้ถามว่ายังเหลือใจให้กับงานที่ทำอีกไหม ผมว่าร้อยทั้งร้อยเสร็จปั๊บไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไรไม่มีใครอยากอยู่หรอกครับ

    ดูสิ พอคอนเต้ให้สัมภาษณ์สื่ออิตาเลียนสั่งลงที่คาซา อัซซูรี่ในมงต์เปลลิเย่ร์ตอนวันอาทิตย์ ยังไม่ทันข้ามวันอิล ชิที. ซึ่งกำลังเป็นอดีตกับทีมอัซซูรี่เปิดปากพูดถึงงานใหม่กับเชลซีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    ดังนั้นไม่ต้องไปพูดว่าคอนเต้ยังคงมีใจให้กับทีมชาติอิตาลีอีกหรือเปล่า หลังจากพ่ายตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายยูโร2016

    ผมมองว่าตอนที่คอนเต้เปิดเพรสคอนเฟอเรนซ์เป็นครั้งสุดท้ายในนามกุนซือทีมชาติอิตาลีกับ คาร์โล ตาเว็คคิโอ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี (เอฟไอจีซี) สื่อเมืองมะกะโรนีน่าจะใช้โอกาสนั้นเปิดตัวอิล ชิที. คนใหม่ไปด้วยเลย

    ผมเข้าใจว่าเป็นเรื่องของมารยาท ตราบใดที่สัญญาของคอนเต้กับเอฟไอจีซียังไม่หมด การไปสัมภาษณ์อิล ชิที. คนใหม่เป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ

    แต่วันนั้นผมมองว่าคงเป็นครั้งสุดท้ายที่คอนเต้พูดในฐานะกุนซือทีมอัซซูรี่ หากสื่อจะไปสัมภาษณ์เวนตูร่าใส่เข้ามาเป็นข่าวซักนิดก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร

    เพราะเวนตูร่าเงียบเกินไปนี่แหละที่พานคิดบ้าๆ บอๆ ไปว่า หรือว่ากุนซือเฒ่าผู้นี้ล้มเลิกความคิดที่จะมาเป็นกุนซือทีมชาติอิตาลีเสียแล้วกระมัง เพราะตามข่าวมาสองวันนับตั้งแต่ทีมอัซซูรี่ตกรอบฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปไม่มีอะไรคืบหน้าเอาเสียเลย

    กระทั่งเมื่อค่ำวันอังคารนี่แหละที่เวนตูร่าออกสื่อเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เอฟไอจีซีประกาศแต่งตั้งเขาให้เข้ามาทำหน้าที่อิล ชิที. ด้วยการประกาศทีมงานออกมาว่ามีใครบ้าง

    ผมนั่งอ่านข่าวจากกัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต ซึ่งสื่อรายแรกๆ ที่ตีข่าวนี้ออกมา ดูแล้วเวนตูร่าตัดสินใจใช้สตาฟฟ์ที่เคยร่วมงานสมัยรั้งบังเหียนกุนซือโตริโน่เกือบทั้งหมด 

    เริ่มตั้งแต่ ซัลวาตอเร่ ซุลโล่ คนนี้เป็นมือขวาของเวนตูร่ามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว หน้าที่ของเขาไม่ใช่โค้ช แต่เป็นผู้ชำนาญการในเรื่องของการวิเคราะห์วิดีโอ ซึ่งตามข่าวรายงานว่าเขาวิเคราะห์การเล่นผ่านวิดีโอของทีมชาติอิสราเอล ซึ่งเป็นคู่แข่งที่อิตาลีต้องเจอเป็นทีมแรกในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกเอาไว้หมดแล้ว

    คนต่อมาเป็น อเลสซานโดร อินโนเชนติ หน้าที่ของเขาคือโค้ชที่เตรียมความฟิตนักกีฬาหรือโค้ชฟิตเนสนั่นแหละ คนนี้เคยมีปัญหาจนกลายเป็นข่าวมาบ่อยครั้งสมัยทำงานกับเวนตูร่าที่โตริโน่คือนักเตะหลายคนมีอาการเจ็บกล้ามเนื้อบ่อยครั้งตอนที่เขาทำหน้าที่โค้ชฟิตเนสของทีมกระทิงหิน

    เวนตูร่าเข้ามาทำหน้าที่อิล ชิที. ทีมอัซซูรี่หนนี้เอาคนของตัวเองเข้ามาได้ 3 คน ส่วนที่เหลือเอฟไอจีซีจะจัดหาให้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นสตาฟฟ์ของสหพันธ์ฯ ทั้งนั้น

    อย่างไรก็ตามสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติอิตาลีชุดใหม่ภายใต้การเวนตูร่ามีตำแหน่งใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งก็คือโค้ชที่ดูแลการฟื้นสภาพร่างกายก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะใครจะเข้าทำหน้าที่อิล ชิที. ไม่เคยมีใครใช้โค้ชที่ดูแลการฟื้นสภาพร่างกายของผู้เล่นมาก่อนเลยแม้แต่คนเดียว

    นี่เป็นครั้งแรกที่สตาฟฟ์โค้ชทีมชาติอิตาลีมีโค้ชที่ทำหน้าที่นี้โดยตรง ซึ่งเอฟไอจีซีไปดึง จานนี่ บรินญาร์เดลโล่ อดีตโค้ชที่ดูแลการฟื้นสภาพร่างกายของวัตฟอร์ดทีมในพรีเมียร์ลีกเข้ามารับหน้าที่นี้

    .....ทั้งหมดคือสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติอิตาลีภายใต้การคุมทีมของเวนตูร่า ส่วนผลงานจะเป็นอย่างไรติดตามกันไปนัดแรกคือเกมกระชับมิตรกับฝรั่งเศส วันที่ 1 กันยายนนี้

นพนันท์