จันทร์ ที่ 11 กรกฏาคม 2559 01:30 ผ่าปัญหาเยอรมัน

View Share
SHARE

หมายกำหนดการสำหรับนัดชิงชนะเลิศของศึกยูโร 2016 อาจแปะไว้วันที่ 10 กรกฏาคม แต่หลายคนคงคิดเหมือนกันว่าเกมรอบตัดเชือกคู่ที่สองกลางดึกคืนนี้ต่างหาก คือไคลแม็กซ์แท้จริง

 

    มุมหนึ่งคือเยอรมัน แชมป์โลกปัจจุบัน  และอดีตแชมป์ยุโรป 3 สมัย 

    อีกมุมได้แก่เจ้าภาพ อดีตแชมป์ยูโร 2 ครั้งอย่างฝรั่งเศส     

    ก่อนลงสนาม ทั้งสองทีมได้รับการวางตัวเป็นเต็งหนึ่งร่วมที่จะคว้าแชมป์ แปลเจตนาของร้านพูลถูกกฏหมายได้ว่าทีมชนะของคู่นี้ เท่ากับมือข้างหนึ่งคว้าหูโทรฟี่แชมป์ไปเรียบร้อย 

    พวกเขาดูไม่สนเลยว่ารอบชิงจะต้องเจอใคร นั่นเท่ากับเกมคืนนี้ เยอรมัน v ฝรั่งเศส ถูกมองว่าเป็นนัดชิงชนะเลิศกลายๆ

    ในแง่สถานการณ์และความพร้อม  เยอรมัน เสียเปรียบหลายด้าน แมตช์นี้อาจระบุชื่อเยอรมัน ขึ้นก่อนฝรั่งเศส แต่ความจริง อินทรีเหล็กอยู่ในฐานะทีมเยือน และทั้งห้านัดที่ผ่านมาในทัวร์นาเมนท์ ยังไม่เคยลงเตะที่สต๊าด เวโลโดรม  รังเหย้าของโอลิมปิก มาร์กเซย มาก่อน 

    ส่วนฝรั่งเศส มาเล่นที่นี่แล้วหนึ่งเกมในรอบแบ่งกลุ่ม กับแอลเบเนีย 

    บรรยากาศ สภาพแวดล้อม เป็นปัจจัยที่ทุกทีม ยกเว้นเจ้าภาพ ต้องทำใจว่าไม่ใช่ข้ออ้าง และมันดูจิ๊บจ๊อยไปเลยสำหรับโยอัคคิม เลิฟ กับการเห็นสภาพทีมที่มีทั้งตัวเจ็บ ตัวแบนในทุกขุมกำลัง

    ระยะเวลาการฟื้นตัว เยอรมัน อาจได้พักนานกว่าหนึ่งวันก็จริงจากรอบก่อนรองฯ แต่ความหนักเบาของเกมถือว่าผิดกันลิบ อินทรีเหล็กบดกับอิตาลี 120 นาที ผ่านวินาทีชีวิตในช่วงดวลจุดโทษมาแบบหืดจับ ส่วนนักเตะฝรั่งเศส แทบจะเล่นไปยิ้มไป ประหนึ่งเทศกาลรื่นเริงบันเทิงใจของการไล่ถลุงไอซ์แลนด์ 5-2

    ความล้าและตึงเครียด ไม่เฉพาะแค่ร่างกาย ยังรวมถึงสภาพจิตใจก็มีผลมากกว่ากับผู้เล่นเยอรมัน 

    แต่อย่างที่บอก ประเด็นทั้งหลายทั้งมวลยังไม่สร้างความปวดหัวให้โยอัคคิม เลิฟ มากเท่าการขาดนักเตะคีย์แมน ตั้งแต่กองหลัง กลาง ยันหน้า 

    ขณะที่เซกชั่นตัวเจ็บ-แบนของฝรั่งเศส ว่างโล่งไร้รายชื่อแม้แต่หนึ่งเดียว ฝั่งอินทรีเหล็ก จำต้องหมดสิทธิ์ใช้งานมัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ ในแนวรับ, ซามี่ เคดิร่า ห้องเครื่องแดนกลาง และมาริโอ โกเมซ ในเกมรุก 

    อีกทั้งบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ กับเบเนดิคท์ โฮเวเดส ยังต้องรอเช็กความฟิต โดยเฉพาะมิดฟิลด์จอมเก๋าจากแมนฯ ยูไนเต็ด ดูมีโอกาสฟิตทันไม่มาก

    เควสชั่น มาร์ก ตัวโตๆ คือโยอัคคิม เลิฟ จะแก้ปัญหาแต่ละจุดเหล่านี้อย่างไร ? 

    อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤติ มักมีทางออกรออยู่เสมอ และบางครั้งวิกฤติก็สามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสให้เยอรมัน พลิกเกมกลับมาเป็นต่อ ?!? 

    โยอัคคิม เลิฟ สามารถเล่นเกม "ทายใจ" กับดีดิเย่ร์ เดสชองส์ ที่ไม่มีทางรู้ล่วงหน้าได้ว่าเยอรมัน จะจัดใครลงสนาม และแม้แต่หมากการเล่นแบบไหนด้วยซ้ำ 

    เหมือนที่เลิฟ  ทำเซอร์ไพรส์ใส่อิตาลี ด้วยการปรับมาเล่นหลังสามคน เบรกเกมโต้กลับของคู่แข่ง และขณะเดียวกัน แม้โทนี่ โครส ตกเป็นเป้าโดนประกบ แต่เซนเตอร์แบ็กตัวข้างของเจอโรม บัวเต็ง ไม่ฮุมเมิ่ลส์ ก็โฮเวเดส จะกลายเป็นตัวฟรีที่พาบอลขึ้นเกม 

    แค่ต้องเดาว่าเลิฟ จะยึดหมากนี้ต่อ หรือกลับมาเล่นแบ็กโฟร์เหมือนเดิม เดสชองส์ อาจต้องเสี่ยงโยนหัวก้อย 

    มีความเป็นไปได้พอกันทั้งสองอย่าง ชโคดราน มุสตาฟี่ สามารถลงมาแทนฮุมเมิ่ลส์ แบบเปลี่ยนตัวต่อตัว 

    หรือถ้าจะปรับใช้แบ็กโฟร์ โฮเวเดส ก็จับคู่กับบัวเต็ง ได้ทันที เช่นเดียวกับมุสตาฟี่ ที่เคยออกสตาร์ตแทนฮุมเมิ่ลส์ ในเกมแรกกับยูเครน แถมเป็นคนทำประตูขึ้นนำ 1-0 

    คำถามขึ้นอยู่ว่าเลิฟ จะต้องการให้ทีมเน้นลยุทธ์อะไรมากกว่ากัน รุกหรือว่ารับ

    แดนกลาง การขาดซามี่ เคดิร่า ทิ้งการบ้านไว้พอสมควร เพราะตัวตายตัวแทนในนัดที่แล้วอย่างชไวนี่ ก็มีปัญหาเจ็บเข่า ในขณะที่เลิฟ เคยบอกเองแล้วว่าใครไม่ฟิตเต็มร้อย จะไม่ถูกเลือกให้ลงสนาม

    สไตล์ของเคดิร่า คือมิดฟิลด์เผ่าพันธุ์บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ ขึ้นสุดลงสุด และด้วยความที่เยอรมัน เจอคู่แข่งอ่อนกว่าโดยส่วนมาก พวกเขามักไม่จำเป็นมิดฟิลด์สไตล์ฮาร์ดแมนจ๋า รับอย่างเดียว แต่เปิดเกมรุกไม่ถนัด 

    ตำแหน่งการยืนของโครส ที่โดยบทบาทคือเพลย์เมคเกอร์ บ่อยครั้งจึงอยู่ต่ำกว่าเคดิร่า แต่เกมนี้ถือเป็นศึกหนักกับทีมที่แข็งแกร่งพอฟัดพอเหวี่ยง แถมยังได้เปรียบทุกประตูรูหน้าต่าง ตั้งแต่สภาพแวดล้อม ยันสภาพความพร้อม 

    บางที เลิฟ คงต้องมองหามิดฟิลด์ที่เล่นรับได้เป็นธรรมชาติ และปักหลักมากกว่าเคดิร่า มาเป็นผึ้งงานให้โครส 

    ตอนนี้ แคนดิเคตเหลือสองคน เอ็มเร่ ชาน กับยูเลียน ไวเกิ้ล 

    สไตล์ของชาน ถือว่าใกล้เคียงเคดิร่า มากที่สุด ถึงแม้ว่ายังไม่เคยขยับมารับบทนี้ในนามทีมชาติเยอรมัน แต่กับลิเวอร์พูล ในฤดูกาลที่แล้ว เขาคือตัวเลือกแรกของเจอร์เก้น คล็อปป์ 

    ส่วนไวเกิ้ล ดาวรุ่ง 20 ปีจากดอร์ทมุนด์  ถนัดแนวผ่านบอล เชื่อมเกม ไปในทางนั้นมากกว่า ประสบการณ์บนเวทีระดับชาติก็ยังน้อย 

    มีอีกข้อเสนอแนะหนึ่งคือดัน โยชัว คิมมิช ขึ้นมาเล่นมิดฟิลด์ตัวกลางที่เป็นบทบาทถนัด 

    แต่เลิฟ ตัดโอกาสนี้เป็นศูนย์แล้ว  ด้วยเหตุผลว่าถ้าขยับคิมมิช ก็ต้องมาหาคนเล่นแทนในตำแหน่งแบ็กขวา หรือวิงแบ็กขวา

    ที่สำคัญคือการลองใช้โฮเวเดส ยืนแบ็กขวาในสองเกมแรก ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะค่อนข้างช้า 

    โอกาสจึงน่าตกเป็นของเอ็มเร่ ชาน ได้ประเดิมสนามแมตช์แรก 

    มาถึงปัญหาที่เลิฟ หมดสิทธิ์แก้แบบหาตัวเล่นแทนได้ลงล็อก คือกองหน้า 

    อาการเจ็บของมาริโอ โกเมซ ถึงขั้นโบกมืออำลาทัวร์นาเมนท์ ต่อให้เยอรมัน เข้าชิงได้ก็ตาม ถือเป็นการทิ้งระเบิดกลางห้องแต่งตัวทีมอินทรีเหล็ก 

    ในรายชื่อ 23 ขุนพลชุดยูโร 2016 เลิฟ ใส่นักเตะลงโควตากองหน้าแค่สามหน่อ หนึ่งคือโกเมซ อีกสองได้แก่ มาริโอ เกิทเซ่  และไอ้หนู เลรอย ซาเน่ 

    แต่สไตล์ของโกเมซ หนีบมาคนเดียว  เขาไม่ใช่ตัวเลือกเบอร์หนึ่งด้วยซ้ำในสองเกมแรก ที่เป็นแค่สำรองของเกิทเซ่ 

    จนกระทั่งนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม เลิฟ ให้โอกาสโกเมซ เป็นตัวจริง ก่อนตอบแทนด้วยการทำประตูโทนเอาชนะไอร์แลนด์เหนือ 

    หลังจากนั้นเป็นต้นมา เกมรุกของเยอรมัน มีความดุดัน หลากหลาย โกเมซ มีส่วนอย่างยิ่งในการกดดันกองหลังคู่แข่ง ไม่เชื่อไปถามมาร์ติน สเคอร์เทล กองหลังสโลวัก ที่โดนหลอนจนเก็บไปนอนฝันร้ายหลังรอบ 16 ทีม 

    ว่ากันว่าถ้าโกเมซ ลงเล่นได้ คนเดือดร้อนที่สุดของฝรั่งเศส หนีไม่พ้นโลร็องต์ กอสซิแอลนี่ ที่มักแพ้ทางกองหน้าสไตล์ชนไม่เลี้ยง

    ป่านนี้ ปราการหลังอาร์เซน่อล คงเป่าปากโล่งอก เพราะเยอรมัน ไม่เหลือกองหน้ารูปร่างประมาณนี้ ถนัดเล่นแบบนี้ กลายมีแต่พวกชั้นเชิงแพรวพราว 

    โธมัส มุลเลอร์ อาจถูกขยับให้ขึ้นไปยืนตัวเป้าแทน  มันคงไม่มีปัญหาถ้ากองหน้าจากบาเยิร์น มิวนิค อยู่ในฟอร์มที่สามารถแบกความหวังได้ 

    แต่ผลงานของมุลเลอร์ ตั้งแต่ออกสตาร์ตทัวร์นาเมนท์ และเป็นตัวจริงตลอดทั้งห้าเกม ยังไม่สามารถคลำเป้าหรือใส่สกอร์ได้แม้แต่ลูกเดียว 

    หนักกว่านั้นคือเขาจัดการยิงบอลเข้ากรอบรวมแล้วแค่ 4 หน จากโอกาสทั้งหมด 16 ครั้ง

    มุลเลอร์ กลายเป็นอันดับสองของผู้เล่นที่ได้ลุ้นยิงมากที่สุดในทัวร์นาเมนท์นี้โดยไม่มีประตู รองจากเควิน เดอ บรอยน์ ของเบลเยี่ยม ยิงไป 21 ครั้ง 

    ฟอร์มก็ส่วนหนึ่ง แต่ความมั่นใจยิ่งน่าสงสัยว่ามุลเลอร์ ยังพอมีเหลืออยู่หรือไม่ หลังจากพลาดจุดโทษคนแรกของทีม ด้วยการยิงติดเซฟจานลุยจิ บุฟฟ่อน 

    หากเยอรมัน จะหวังเข้าชิง มุลเลอร์ ต้องคืนฟอร์มให้ทัน....

...มาริโน่...