จันทร์ ที่ 11 กรกฏาคม 2559 22:47 "เรามาไกลเท่านี้ก็ดีเหลือเกิน" ผู้ชนะท่ามกลางความพ่ายแพ้

View Share
SHARE

ยูโร 2016 ได้แชมเปี้ยนออกมาเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโปรตุเกสหรือฝรั่งเศส ซึ่งเมื่อ SS ฉบับนี้ถึงมือแฟนานุแฟน ผลลัพธ์ในแมตช์ชิงดำกางหราอยู่หน้า 1 เสร็จสรรพ

 

     สมหวัง ชอกช้ำ? นานาทรรศนะ

     อย่างไรก็ตาม ในศึกใหญ่ภาคพื้นยุโรป มีหลากหลายทีมที่สามารถพูดได้เต็มปากว่า พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง แม้ไม่ได้รับการชูมือด้วยรางวี่รางวัลในบั้นปลาย แต่พวกเขาได้เสียงปรบมือรัวๆ สำหรับผลงานที่ปรากฏ

     ไอซ์แลนด์สร้างความประทับใจเหลือเกิน ด้วยความเป็นชาติเล็กๆ และเพิ่งปรากฏตัวในทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นครั้งแรก ทว่าผลงานกลับไม่เล็กอย่างที่คาด พวกเขาฝากชื่อบนกำแพงประวัติศาสตร์ลูกหนังด้วยการเป็นชาติที่เขี่ยอังกฤษร่วงตกรอบน็อกเอาต์

    ฮังการียับเยินเมื่อโดนเบลเยียมถล่มราบคาบ 4-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ถามหน่อยเหอะว่า ตอนโผรอบแบ่งกลุ่มคลอดหมาดๆ ใครแอบคิดว่าพวกเขาจะเป็นแชมป์กลุ่มบ้าง? 

    ไอร์แลนด์เหนือแทรกตัวสู่รายการใหญ่ครั้งแรกในรอบ 30 ปี ท่ามกลางเสียงเย้ยหยันว่า ไม่แคล้วการเป็นสมันในรอบรอบสุดท้าย ทว่า ชัยชนะเหนือยูเครนเพียงนัดเดียว มากพอนำพวกเขาสู่รอบน็อกเอาต์

    ไอร์แลนด์ ''ยักษ์เขียว'' ที่เสมือนไม้ประดับตลอดศก ฝ่าด่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์สำเร็จเป็นครั้งแรกจนได้ และแม้มาจากชัยชนะเหนืออิตาลี ชุดสำรอง (เจอกันในนัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งอัซซูรี่ผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มแน่นนอนแล้ว และโรเตชั่นยกแผง) ทว่าทีมของ มาร์ติน โอนีล ยังสมควรได้รับเสียงสรรเสริญอยู่ดี

    อย่างไรก็ดี ในบรรดา ''ม้านอกสายตา'' เหล่านี้ เวลส์ เป็นทีมที่โดดเด่นที่สุด ด้วยผลงานในสนามที่ลิ่วถึงรอบตัดเชือกชนิดหักปากกาเซียน ทั้งๆ นี่เป็นรายการเมเจอร์ครั้งแรกของพวกเขานับตั้งแต่ปี 1958 (หรือเมื่อ 58 ปีมาแล้ว)

    แกเร็ธ เบล สตาร์หมายเลข 1 ของทีมระบุว่า เวลส์ไม่มีอะไรต้องเสียใจ หลังความพ่ายแพ้ต่อโปรตุเกส 0-2 ในรอบตัดเชือก และหยุดความหวังในการคว้าแชมป์รายการใหญ่ครั้งแรก

    2 ประตูในช่วงเวลาห่างกันเพียง 3 นาที ของครึ่งหลัง ส่งพวกเขากลับบ้าน

    ''เราต้องภูมิใจในตัวเอง'' ดาวเตะจอมกระชากกล่าว ''เราทุ่มเททุกอย่างทั้งในและนอกสนาม และพยายามสนุกสนานกับประสบการณ์เหล่านี้''

    นายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน บอกว่า ''เวลส์สร้างแรงบันดาลใจให้ชาติ และทำให้เกาะอังกฤษภูมิใจ'' ด้วยความสำเร็จล้นเหลือที่ฝรั่งเศส

    ผู้นำรัฐบาลเวลส์ คาร์วีน โจนส์ ยอมรับว่า ''เขาเสียใจที่มันจบลงแล้ว แต่สุดภูมิใจอีกครั้ง''

    ทีมของ คริส โคลแมน ผ่านเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย สวนทางกับยักษ์ใหญ่อย่างอังกฤษ, อิตาลี, สเปน และโครเอเชีย ที่ร่วงตกรอบตั้งแต่รอบก่อนหน้านั้น

    แต่เขากล่าวเสริมว่า ''มันเจ็บปวดมากที่เราแพ้ ผู้เล่นหลายรายสุดชอกช้ำ แต่พวกเขาควรมองย้อนกลับไป และดูถึงสิ่งที่พวกเขาทำให้คนทั้งชาติรู้สึกภาคภูมิใจ''

    การผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ นับเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์สำหรับเวลส์

    ผลงานก่อนหน้านั้นของเวลส์ในรายการใหญ่เมื่อปี 1958 ปิดฉากในรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก ซึ่งนั่นเป็นหนแรกและหนเดียวในรายการเมเจอร์ของพวกเขา

    หลังเสมอแบบไร้สกอร์ในครึ่งแรก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปลดล็อกในนาทีที่ 50 ด้วยลูกโหม่งอันสุดยอด

    3 นาทีต่อมา ลูกยิงของเขาถูกเปลี่ยนทางผ่าน เวย์น เฮนเนสซี่ย์ หน้าปากประตูเวลส์ด้วยปลายเกือกอดีตเพื่อนร่วมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด อย่าง นานี่

zoom

''เอ็งควรภูมิใจในตัวเอง'' โคลแมนพร่ำบอกลูกทีม

    
''ความฝันอันสวยงาม''

    เวลส์เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ในฐานะทีมนอกสายตา แต่ปิดจ๊อบอย่างสุดช็อก ด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม บี เหนืออังกฤษ แม้พวกเขาเป็นฝ่ายพ่ายต่อเพื่อนบ้านก็ตาม

    จากนั้นพวกเขาคว่ำไอร์แลนด์เหนือในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนล้มยักษ์ใหญ่ดีกรีสูงอย่าง เบลเยียม ด้วยสกอร์ขาด 3-1 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

    ความสำเร็จของพวกเขาสร้างแรงกระเพื่อมไปถึงผู้คนในบ้านเกิด ด้วยคำอวยพรจากราชาแห่งเวลส์ ก่อนเกมวันพุธกับโปรตุเกส

    นักฟุตบอลทั้งในอดีตและปัจจุบัน นักการเมือง ผู้มีชื่อเสียงและนักกีฬาประเภทอื่นๆ ต่างออกมาสรรเสริญผลงานอันยิ่งใหญ่ของเวลส์

    ร็อกแบนด์สัญชาติเวลส์อย่าง เดอะ แมนิค สตรีท พรีเชอร์ส ผู้ซึ่งเล่นเพลงประจำยูโรของทีมชาติอย่าง Together Stronger ทวีตข้อความถึงทัวร์นาเมนต์นี้ว่า ''ความฝันอันสวยงาม'' และขอบคุณทีมจาก ''ก้นบึ้งภายในหัวใจของพวกเรา''

    อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติเวลส์และกูรูของบีบีซีอย่าง ร็อบบี้ ซาเวจ บอกว่า ''พวกเด็กๆ ทำให้เรารู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นชาติของเรา'' ขณะที่ปีกรักบี้ทีมชาติเวลส์ จอร์จ นอร์ธ ทวีตบอกว่า ''เสียใจ แต่มันเป็นทัวร์นาเมนต์ที่น่าเหลือเชื่อเหลือเกิน!''

    เอ็นโซ่ มัคคาริเนลลี่ นักมวย บอกว่า เวลส์ไปไกลกว่าที่หลายคนคาดคิด ส่วนนักปั่นจักรยาน เจแรนท์ โธมัส ที่ประสบวิบากกรรมในตูร์ เดอ ฟร้องซ์ กล่าวว่า ''ความฝันจบลงแล้ว...แต่เด็กๆ ทำผลงานของตัวเองได้ลุล่วง และทำให้เวลส์ภูมิใจ!''

    5 เดือนก่อนโคลแมนได้รับการแต่งตั้งในปี 2012 เวลส์อยู่อันดับ 117 ในฟีฟ่า แรงกิ้ง โลก แต่พวกเขาติดอันดับ 8 เมื่อเดือนตุลาคมเมื่อปีที่แล้ว หนึ่งเดือนหลังจากขยับขึ้นเหนืออังกฤษเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขา

    เวลส์รั้งอันดับ 26 ก่อนทัวร์นาเมนต์เริ่มต้น แต่เมื่อฟีฟ่าอัพเดตอันดับล่าสุดเมื่อ 14 มิถุนายน พวกเขาขยับไปอยู่อันดับ 11 และอืม...อยู่เหนืออังกฤษอีกครั้ง


''การเดินทางอันสุดมหัศจรรย์''

    ผู้เล่นเวลส์เริ่มต้นพูดถึงแฟนบอลของพวกเขาในฐานะ ''กำแพงมนุษย์สีแดงฉาน''

    ''พวกเราต้องการขอบคุณแฟนบอลสำหรับการสนับสนุนทั้งหมดที่ได้รับ มันเหลือเชื่ออย่างแท้จริง'' เบลกล่าว ''ผมรู้สึกว่าเราสมควรทำได้ดีกว่านั้น''

    ''พวกเราหวังว่า เราสามารถประสบความสำเร็จได้เพื่อตอบแทนพวกเขา และเราอยากขอบคุณสำหรับแฟนทั้งหมดที่อยู่ในบ้านและผู้ที่เดินทางออกมา''

    ''มันเป็นเรื่องยากในการวิเคราะห์สิ่งต่างๆ ในตอนนี้ หลังจากเราประสบความผิดหวังครั้งใหญ่''

    ''เราพยายามอย่างหนักที่สุดเพื่อกลับสู่เกม เราต่อสู้กระทั่งวินาทีสุดท้าย และเราขอโทษที่ไม่สามารถผ่านเข้าชิงชนะเลิศสำเร็จ แต่เราเทหมดหน้าตักทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว''

    ''มันเป็นการเดินทางอันสุดมหัศจรรย์ เรามองไปข้างหน้ายังอนาคตที่รออยู่''


''ยังคงมีความเสียใจคละคลุ้ง''

    คริส โคลแมน สัมผัสได้ถึงความเจ็บใจจากส่วนลึก แต่เขายังคงภูมิใจกับฟอร์มการเล่นของลูกทีม

    ''ผมอยู่ในห้องแต่งตัวที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง และผมต้องบอกพวกเขาว่า พวกคุณควรภูมิใจในตัวเอง ผู้คนทั้งชาติต่างภูมิใจในตัวคุณ พวกเขายังคงรู้สึกเสียใจ''

    ''สิ่งที่พูดออกไปช่วยเพิ่มพลังให้พวกเขา และพวกเขาจะแข็งแกร่งขึ้นสำหรับประสบการณ์เหล่านี้''

    ''ผมมักคิดอยู่เสมอว่า เมื่อใดก็ตามที่โดนเขี่ยพ้นทาง มันย่อมเป็นความเจ็บปวด แต่ผมไม่คาดหวังว่า ครั้งนี้มันจะเจ็บปวดมากนัก มันเป็นแค่หนึ่งในเกมที่เรามาไกลมากแล้วสำหรับค่ำคืนนี้''

zoom

เบลรับการปลอบโยนจากโรนัลโด้


''ดาวอันทอแสงระยับ''

    เบลและเพื่อนร่วมทีมเรอัล มาดริด อย่าง โรนัลโด้ ต่างเข้าสวมกอดกันหลังสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย

    เมื่อถึงถามถึงสิ่งพูดกับเบล โรนัลโด้ตอบกลับมาว่า ''ผมแสดงความยินดีกับเส้นทางของพวกเขา พวกเขาเป็นทีมที่เจิดรจรัส นี่เป็นสิ่งที่ปรากฏชัดในทัวร์นาเมนต์นี้''

    โรนัลโด้หวังคว้าแชมป์รายการเมเจอร์ให้กับประเทศ 12 ปีเต็มแล้วนับตั้งแต่พวกเขาโดนกรีซหักอก ในนัดชิงชนะเลิศยูโร 2004 ในบ้านตัวเอง

    ''ผมมักฝันถึงการคว้าแชมป์บางอย่างกับประเทศของผม และมันเหลือเพียงก้าวเดียว'' เขาบอก ''ความฝันคืออิสรภาพ ดังนั้น กรุณารักษาความฝันนั้นด้วย'' โรนัลโด้ สรุป


''มันไม่ใช่จุดจบ''

    โคลแมนเชื่อว่าฟอร์มการเล่นของทีมที่ฝรั่งเศส ย่อมสะท้อนถึงอนาคตอันสดใสที่รออยู่

    ''มันเป็นไม่ใช่จุดจบของผู้เล่นชุดนี้ มันยังมีเรื่องราวอีกมากมายในวงการฟุตบอลให้พวกเขาไขว่คว้า''

    เบลเชื่อว่าผลงานในยูโร 2016 ของเวลส์จะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญสำหรับรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ซึ่งเวลส์เตรียมเปิดสนามกับมอลโดวา ในบ้านตัวเอง วันที่ 5 กันยายน

    ''ตอนนี้เรามีความมั่นใจเหลือเกินสำหรับอนาคต'' เขากล่าว

    ''เราทั้งหมดต่างผิดหวังในตอนนี้ แต่เรากำลังเขียนชะตาชีวิตของตัวเองว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลง และเราจะพยายามอีกครั้งสำหรับรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก''
 

โซ้ยตี๋