อังคาร ที่ 12 กรกฏาคม 2559 23:51 แชมป์ของโปรตุเกส...แชมป์ของโด้

View Share
SHARE

ในที่สุดยูโร 2016 ได้บทสรุปที่น่าทึ่งอีกครั้งกับทีมที่ไม่ชนะใครในรอบแรก มี 3 คะแนน แต่ก็ไม่แพ้ใครเลยสักนัดคว้าแชมป์ไปครอง พร้อมเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึงไปทั่วโลก

 

    แน่นอนครับก่อนการแข่งขันทุกคนมองไปยังความคึกคัก ความมั่นใจ พลังจากเสียงเชียร์ทั้งแผ่นดินฝรั่งเศสทำให้โปรตุเกสแทบไม่มีมุมจะพลิกชนะอะไรได้สักเท่าไหร่ มีก็ตีบตัน มีก็แคบมากที่จะชนะฝรั่งเศส

    สุดท้ายกลายเป็นเกมที่แฟนบอลฝรั่งเศสเองต่างอึดอัดในการขึ้นทำเกมรุกและดูไม่ประทับใจสักเท่าไหร่ทั้งที่พวกเขาล้มทีมเต็งอีกหนึ่งทีมเยอรมันเข้ามาชิงชนะเลิศได้ และส่อแววว่าจะเป็นแชมป์สมัยสาม

    ขณะเดียวกันฝั่งโปรตุเกสมีกระแสวิพากษ์กันถึงเรื่องแชมป์ครั้งสุดท้ายของโรนัลโด้ โดยเฉพาะในนามทีมชาติ นี่ใกล้ที่สุดแล้ว หมดจากนี้คงยาก แฟนโรนัลโด้ และคนที่มองตรงกันข้ามกับฝรั่งเศส ก็หันมาเทใจให้โรนัลโด้ ไหนๆ ใกล้จะปิดฉากเกมระดับชาติและเส้นทางสายนี้ ช่วยคว้าแชมป์ในทีมชาติประดับเกียรติยศด้วยเถอะ 

    อย่างน้อยก็สมบูรณ์แบบคือนักเตะที่ได้แชมป์ทั้งสโมสรและทีมชาติ

    กลายเป็นคนเชียร์โปรตุเกสเพื่อหวังจะให้โรนัลโด้คว้าแชมป์ไปครองมากกว่าเรื่องอื่นใด และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

    ว่ากันด้วยเรื่องเชิงแท็กติกทั้ง 6 นัดที่ผ่านมาของทั้งสองทีม รอบแรกสามนัด รอบน็อกเอาต์ทั้ง 16, 8, รอบรองฯ มันมีความน่าสนหลายประการที่ไม่ควรมองข้ามและมันคือเหตุผลที่เกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศด้วยเช่นกัน 

    ถ้าตัดความเป็นเจ้าภาพ...ออก แล้วเหลือฝรั่งเศสกับโปรตุเกส เล่นกันด้วยแท็กติกของตัวเอง บางทีเราพอนึกภาพออกนะครับว่ามันมีหนทางที่ทั้งสองทีมจะสู้กันแล้วมีผลแพ้ชนะกันได้หมด ไม่ใช่เทไปข้างใดข้างหนึ่ง

    ข้อแรก...เปรียบเทียบกันเส้นทางรอบแรกก่อนเลยครับ

    ฝรั่งเศสอยู่ในสายเดียวกันโรมาเนีย, แอลเบเนีย และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถูกมองว่าไม่หนักและพวกเขาก็ผ่านมาได้ในฐานะแชมป์กลุ่มเพราะชนะสองนัดแรกเลย จากนั้นรอบน็อกเอาต์ พวกเขาพบกับไอร์แลนด์ ...โดนก่อนแล้วเอาตัวรอดยิงคืนสองประตู ทำให้เข้ามาพบกับไอซ์แลนด์ ที่พวกเขาโชว์ฟอร์มสุดยอดยิงห้าประตู 

    รอบรองชนะเลิศเจอทีมที่แกร่งที่สุดเท่าที่พวกเขาเจอมา...เป็นเกมที่ต้องบอกว่าวัดสภาพหัวใจของทีมว่าแกร่งขนาดไหนในการเจอกับแชมป์โลก

    ปรากฏว่า...พวกเขาชนะได้จากจังหวะ...ไม่ใช่เพราะแท็กติกของพวกเขาทำให้ชนะ 

    1. จากจุดโทษในช่วงท้ายครึ่งแรก และ

    2. จากความผิดพลาดของเยอรมันเองในประตูที่สองที่ฝังทีมแชมป์โลกทันที

    ดูจากชื่อทีม ดูจากแท็กติกที่ฝรั่งเศสใช้นะครับ 5 ทีมแรกที่พบเป็นทีมเกรดบีลบและเกรดซีของทวีป พวกเขาเน้นแท็กติกเดินเกมรุกเข้าหา บุกเข้าใส่ และทำได้ถึง 11 ประตู ก่อนเจอเยอรมัน กระแสแชมป์ของฝรั่งเศสดังกระหึ่มทั่วแผ่นดิน การเจอเยอรมันในรอบรองชนะเลิศคือการพิสูจน์ว่าพวกเขามีดีพอหรือยัง

    หลายคนฟันธงว่าถ้าชนะเยอรมันได้ก็แชมป์ ไม่ต้องสนใจว่าจะเป็นโปรตุเกสหรือเวลส์

    เกมพบกับเยอรมัน...มีสิ่งที่น่าสนใจและต้องบอกว่าแตกต่างจาก 5 นัดที่ผ่านมา นั่นคือคู่แข่งแข็งแกร่งขึ้นและเป็นทีมระดับท็อปของโลก พึ่งคว้าแชมป์โลกมา และสิ่งที่ปรากฏในสนามฟุตบอลมันคือ ''แนวทางการเล่น'' เป็น ''แท็กติก'' ที่ต่างจาก 5 นัด ที่พวกเขาบุก เดินหน้าลุยแหลก

    เล่นกับเยอรมันพวกเขาทำได้คือ รับในแดนแล้วรอสวน คงไม่ใช่วางแท็กติกมาแบบนั้นซะทีเดียว แต่เป็นเพราะเยอรมันไม่ปล่อยให้ฝรั่งเศสทำเกมรุก เพราะพวกเขาคุมเกมไว้ได้หมดตามแท็กติกของเยอรมันที่เล่นทุกนัดจะต้องครองบอลมากกว่าคู่แข่ง และปิดเกมคู่แข่งขันทันที

    ฝรั่งเศสได้เล่นในเกมที่ต่างจากที่เล่นมาทุกนัดเลย แต่พวกเขากลับชนะทั้งที่ไม่ได้บุก แต่ถ้าดูจากสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาชนะเพราะจังหวะมันได้ ไม่ใช่เพราะแท็กติกดีกว่าเยอรมัน หรือเวิร์ก เนื่องจากเยอรมันคุมเกมได้หมด ครึ่งแรกที่ต้อนตือและไล่อัดฝรั่งเศสอยู่ฝั่งเดียวก่อนจะมาเสียจุดโทษในช่วงท้ายเกม

    จากนั้นก็โดนบุกเหมือนเดิม รอสวนมาแต่ละครั้งได้ลุ้น อันนี้เป็นเพราะเยอรมันต้องเปิดหน้าแลกและสุดท้ายมาได้ประตูจากการรับส่งบอลหน้าประตูของพวกเขาเยอรมันเป็นความผิดพลาดระดับประถมศึกษา ส่งบอลในเขตโทษด้วยซ้ำแล้วก็พลาดเอง ไม่ใช่จากโอเพ่นเพลย์

    ถือว่าสามประตูของเยอรมันนั้นมาจากจุดโทษ 2 และความผิดพลาดของตัวเอง 1 ถ้าเรานำเรื่องการไม่เข้าชิงมาวิเคราะห์ว่าล้มเหลว ความจริงแล้วเชิงแท็กติกเยอรมันไม่ล้มเหลวเรื่องเกมรับเลย พวกเขาเสียประตูยาก จะด้วยเพราะครองบอลฝั่งเดียวหรืออะไรก็แล้วแต่

    การโจมตีของคู่แข่งไม่ได้ประตูเยอรมันจากโอเพ่น เพลย์ เลยแม้แต่ลูกเดียว กระทั่งลูกเตะมุม, ฟรีคิก ที่หลายทีมเสีย ...เยอรมันป้องกันได้ แต่มาตายเพราะแฮนด์บอล 2 ลูกอย่างน่าตำหนิกับการเก๋าผิดจังหวะเวลาของนักเตะสองคนในสองเกม ดังนั้นดูจากตรงนี้เยอรมันน่าจะพอใจกับผลงานของตัวเองในระดับหนึ่ง

    ตรงกันข้ามกับฝรั่งเศส 5 นัดบุกเข้าหาชนะคู่แข่งเกรดบี พอเจอทีมเกรดเออย่างเยอรมัน พวกเขารับแล้วรอสวน โดยโดนบีบให้ต้องตั้งรับเพราะทำเกมรุกไม่ได้เลย มาถึงนัดชิงชนะเลิศพวกเขาเจอทีมที่ไม่แพ้ใครเลยในทัวร์นาเมนต์และไม่ชนะใครถึง 5 นัดใน 90 นาที อย่างโปรตุเกส

    โปรตุเกสคือบีบวก...เทียบได้กับสวิตเซอร์แลนด์ที่พวกเขาเจอ เน้นวินัยในเกมรับ เน้นไม่พลาด เน้นกองหลังนำ เล่นบอลไดเรกต์ ว่ากันตรงๆ เลยนะครับ ครอสจากริมเส้น เน้นเซตพีซ, เน้นเปิดบอลยาวจากแดนหลังมุ่งสู่โรนัลโด้โหม่งแล้วเก็บจังหวะสองเล่น ผสมผสานกันกับเทคนิคส่วนตัว รับส่งบอลใกล้เคียงสเปน 

    นักเตะเอาตัวรอดได้ดีเพราะชั้นเชิงมีอยู่แล้ว ไม่ค่อยฝืนและเล่นตามแท็กติก แต่พื้นฐานคือเกมรับต้องมีวินัย ไม่พลาด นั่นคือสิ่งที่โปรตุเกสเล่นมาโดยตลอด พวกเขาพลาดเกมเดียวคือนัดเตะฮังการีที่โดน 3 ลูกจากการยิงแฉลบและนอกเขตโทษ นอกนั้นเกมรับก็พลาดยากเช่นกัน

    สิ่งที่ผมตั้งข้อสังเกตคือว่า...ฝรั่งเศสมาเจอกับทีมที่ไม่อุด ไม่จอดรถบัสหน้าเขตโทษ แต่ตั้งรับอย่างมีวินัย และหาจังหวะบุกแล้วต้องจบด้วยอย่างใดอย่างหนึ่ง จะครอสบอลจากแบกสองข้าง หรือเปิดยาวไปข้างหน้า เล่นตามช่องแต่บอลต้องไปถึงหน้าเขตโทษ ยิงก็ได้ยิง ยิงไม่ได้ เสียบอลแดนหน้าไม่เป็นไร อย่าเสียแดนหลัง

    นี่คือภาพรวมๆ ของโปรตุเกส

    ว่ากันถึงแท็กติกและการจัดตัวของสองทีมนะครับ ฝรั่งเศสของ เดเด้ เดส์ชองส์ ยังคงยึดมั่นกับ 4-3-3 ที่ใช้ มาตุยดี้, ป็อกบา และซิสโซโก้ เล่นกลางสนับสนุน ชิรูด์, ปาเยต และกรีซมันน์ หลังก็ชุดที่ปรับใช้ อุมติตี้ กับ กอสซิแอลนี่ แทน อาดิล รามี่ ที่ได้โอกาสรอบแรก ส่วนแท็กติกคือบุกจากทุกทิศทุกทาง

    โปรตุเกสเหมือนเดิม 4-4-2 โด้ กับ นานี่ เล่นหน้าคู่ กลางก็ มาริโอ, เรนาโต้ ซานเชส, อาเดรียน และตัวตัดเกม วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ หลังก็ชุดที่ใช้ตั้งแต่นัดสองหลังจาก ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ ไม่ไหว ส่อแววอืดมาก การเข้าคู่ของ เปเป้ และ โชเซ่ ฟอนเต้ กลับลงตัวมากๆ หลังแน่น ทั้งโด่งและเรียด โดยเฉพาะเปเป้นี่สำคัญเลย แบ็กสองข้างก็เลือกตัวสด เซดริก กับ ราฟาเอล แทนตัวเก๋า วิเอยรินญ่า และ เอลิเซว ที่ช้า

    กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวในแท็กติกของพวกเขาเอง

    คำถามคือ...มันก็น่าแปลกที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เล่นได้ 24 นาทีแล้วออก ฝรั่งเศสน่าจะได้เปรียบ แต่กลายเป็นไม่ได้เปรียบมาก มีครั้งเดียวคือ ชีญักยิงชนเสาในช่วงก่อนหมดเวลา 90 นาที ถ้าเข้าก็จบ นั่นคือโอกาสจะจะ

    ส่วนโอกาสอื่นเป็นการยิงไกลที่ รุย ปาตริซิโอ ป้องกันได้ ฟรีคิกก็ไม่อันตราย ลูกครอสหมดสิทธิ์เพราะเปเป้กับฟอนเต้รับกิน

    ที่สำคัญโปรตุเกสสามารถเล่นเกมแบบไม่กลัวฝรั่งเศส กล้าเล่น กล้าครองบอลเพราะเทคนิคชั้นเชิงมี พวกเขารับส่งบอลในที่แคบๆ สู้เลย เอาตัวรอดได้ ไม่ทำให้เสียบอล เกมจึงเดินหน้า เดินไปหาเขตโทษ และไม่ได้เป็นเบี้ยล่างฝรั่งเศสมากนัก แล้วถ้ารับ พวกเขาจะมีวินัยค่อนข้างมาก

    ทุกคนช่วยกันเล่น ช่วยกันปิดช่องไม่ให้ฝรั่งเศสโจมตี 

    แฟร์นานโด ซานโตส ส่ง วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ ตามประกบกรีซมันน์ และการใช้ผู้เล่นสองคนรุมปาเยต เพื่อตัดสองตัวรุกนี้ออก ทำให้เดเด้แก้ด้วยการใช้กองกลางอย่างซิสโซโก้ เลี้ยงลุยตีโซน ทำได้ดี แต่สุดท้ายจบไม่ได้ถนัดนัก

    ปัญหาของฝรั่งเศสคือ...เกมรุกตื้อเพราะหาโอกาสเข้าทำไม่ถนัดในพื้นที่สุดท้าย ไม่รู้จะเจาะโปรตุเกสอย่างไร และหลังโปรตุเกสไม่พลาดง่ายๆ มีไม่กี่ครั้งที่หลุดเข้าเขตโทษได้แต่ก็ไม่ได้ยิงถนัดๆ นอกจากลูกยิงชนเสาของชีญักเท่านั้นเอง

    นี่จึงเป็นปัญหาที่ฝรั่งเศสไม่สามารถสร้างโอกาสหรือสร้างความกดดันให้กับโปรตุเกสได้มาก ขณะที่โปรตุเกสเล่นเกมรอจังหวะ ไม่ได้ไม่เป็นไรแต่ต้องไม่เสียประตู ไม่เสียบอล ทุกอย่างเป็นไปตามแผนและเมื่อจังหวะเป็นใจ เอแดร์คือซูเปอร์ซับที่เก็บบอลลูกโด่งได้ เล่นกดดันกองหลังฝรั่งเศส จนกระทั่งได้ยิงประตูชัยอย่างเด็ดขาด จังหวะกองหลังฝรั่งเศสเท้าตาย นั่นคือประตูที่ตัดสินให้พวกเขาคว้าแชมป์

    ฝรั่งเศสแพ้โปรตุเกส ด้วยเหตุผลสองประการ...

    1. พวกเขายังไม่ดีพอที่จะยิงประตูโปรตุเกส    

    2. แท็กติกของโปรตุเกสเอื้อต่อการเล่นเกมกับฝรั่งเศสมากๆ 

    แย่สุดคือตัดสินด้วยจุดโทษ...แต่มันไม่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ต้องชื่นชมในทีมโปรตุเกสครั้งนี้คือ วินัยเกมรับ, ทีมสปิริต นักเตะเล่นตามแท็กติกทุกประการ ที่สำคัญเหมือนคนทั้งโลกเอาใจช่วยอยากเห็นโรนัลโด้คว้าแชมป์ยูโร ทั้งที่ลงสนามไปแค่ 24 นาที แต่ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาสามารถทำในสิ่งที่เหลือเชื่อและไม่มีใครคาดคิดได้เ

    โปรตุเกสคว้าแชมป์ยูโร...ทำให้ทุกคนมองถึงแชมป์นี้เป็นของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่สุดแล้วเขาก็คว้าแชมป์ให้ทีมชาติ และจัดว่าเป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จอย่างสุดยอด จะบอกว่าไม่คู่ควรคงไม่ได้แล้วละครับ
 

Jackie