พุธ ที่ 13 กรกฏาคม 2559 00:22 เป็นทางการ...โรนัลโด้ดีกว่าเมสซี่

View Share
SHARE

''มันคือโมเมนต์ที่ภูมิใจที่สุดของชีวิตนี้'' คำแถลงของลูกผู้ชายอกสามศอกที่โดนแซวว่าแสนขี้แยกล่าวออกมาพร้อมเสียงไชโยเป็นแบ็กกราวนด์ด้านหลัง

 

    วินาทีที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทรุดลงกองกับพื้นอีกแล้ว มันคือการกระชากอารมณ์จนแทบขาดกระจุย หากเป็นละครก็หักมุมประเภทคนที่เราคิดว่าจะเป็นพระเอกกลับเป็นตัวร้าย ก็เกมเพิ่งดำเนินไปไม่ครบครึ่งชั่วโมงเลย ก็โลกอุตส่าห์ปรีวิวเอาไว้ทุกริมฝีปากว่าแมตช์นี้อาจสร้างมาเพื่อใครบางคน

    แล้วน้ำตาก็ไหลออกมา

    ก็อดมโนภาพต่อๆ ไปไม่ได้เลยว่า โปรตุเกสจะเอาตัวรอดได้อย่างไรบนสภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน ก็เป็นรองในหลายๆ ด้านอยู่แล้ว นี่ยังต้องมาเสียสตาร์หมายเลขหนึ่งไปอีก

    ''มันเป็นเรื่องที่ทำใจยากมากตอนที่เขา (โรนัลโด้) บาดเจ็บ ผมเชื่อว่าทุกคนต้องช็อกเหมือนๆ กัน แต่ตอนพักครึ่งเขาก็เข้ามาพร้อมถ้อยคำที่กลายเป็นแรงขับสำหรับพวกเราให้ฮึดสู้จนได้แชมป์'' เซดริก โซอาเรส แบ็กขวาฝอยทองเปิดเผย

    ''เขาปลุกเร้าทุกคนโดยบอกว่าให้เชื่อมั่นในตัวเองว่าสามารถทำสำเร็จ ให้ร่วมแรงร่วมใจแสดงให้เห็นถึงสปิริตที่เราสร้างกันมา ก็ยิ่งกว่าเหลือเชื่อว่าในครึ่งหลังจนถึงต่อเวลาพวกเราเล่นเหมือนคนคนเดียว ทัศนคติของเขาสุดยอดมาก เขากลายเป็นแรงขับให้พวกเราเอาชนะฝรั่งเศสได้''

    ผมมักเปรียบเทียบฟุตบอลดั่งบทของละครหรือภาพยนตร์

    บ้างก็ดราม่าทำเอาน้ำตาเล็ด บ้างก็ตื่นเต้นเหมือนหนังแอ็กชั่น บ้างก็มีไคลแมกซ์ให้เสียวสันหลังวาบ บ้างก็ไม่มีชื่อเรื่องเพราะไม่รู้ว่าจะหาชื่ออะไรมาใส่เพื่อให้เหมาะสมที่สุด

    แล้วอย่างนัดชิงเมื่อวันอาทิตย์ควรเป็นแนวไหนดี??

    สกอร์อาจจะน้อย กว่ามาประตูต้องรอร่วม 100 นาที หากกลายเป็นเกมที่ครบทุกรสชาติเท่าที่จะหาได้ แถมยังมีการหักมุมไปมาถึงสองครั้งอีกต่างหาก จากความคลาสสิกที่ไอ้โด้ต้องลงเปลหามออกไป ปริมาณดีกรีความมั่นใจของสาวกตราไก่คงพุ่งปรี๊ด มีโอกาสหลายครั้งก็ทำไม่ได้ มีชนเสา มีโหม่งจ่อๆ ข้ามคาน จนกระทั่งมาโดนน็อกด้วยการตะบันเต็มข้อจากหัวหอกที่เคยผ่านชีวิตล้มเหลวมาก่อนตอนไปค้าสตั๊ดให้สวอนซีในพรีเมียร์ลีก

zoom

แฟนบอลฝอยทองทำหน้ากากจำลองไอ้โด้เพื่อมาเชียร์ฮีโร่ของพวกเขา

 

    13 เกม ไม่มีสักประตูก่อนโดนโละให้ลีลล์จนถึงทุกวันนี้

    ถามว่ามีใครบ้างเคยคิดก่อนว่าฮีโร่ของเกมชิงถ้วยศึกชิงแชมป์ยุโรปจะมีชื่อว่า เอแดร์??

    ไม่มีหรอก

    ทุกๆ คนก็ต้องตั้งลำมาด้วย โรนัลโด้, นานี่ หรือกวาเรสม่า เช่นกันกับอีกด้านต้องเป็น กรีซมันน์, ปาเยต, ป็อกบา หรือชิรูด์

    ใช่ครับ นี่คือฟุตบอล นี่คือความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของมัน

    โปรตุเกส ชาติที่ไม่เคยมีเกียรติยศใดๆ เลยมาก่อนภายใต้การกุมบังเหียนของโค้ชซึ่งอายุก็ 61 ไปแล้ว ก่อนนี้มีบางคนจาบจ้วง แฟร์นานโด ซานโตส ว่า ''ไอ้ตกยุค'' (ก็คล้ายกับตอน เคลาดิโอ รานิเอรี่ มาเลสเตอร์ใหม่ๆ) ก็ด้วยวัยด้วยจนถึงประวัติที่อาจเคยพาเอฟซี ปอร์โต้ เถลิงบัลลังก์บอลลีก แต่เกิดขึ้นเมื่อ 17 ปีที่แล้ว!!!

    ยุคเฟื่องฟูนำโดยขุนพลนามกระเดื่อง อาทิ หลุยส์ ฟิโก้, รุย คอสต้า, เปาโล ซูซ่า, เฟร์นานโด คูโต้ จนถึง วิคเตอร์ บาย่า ก็ยังปีนป่ายไม่ถึงจุดสุดยอดเท่านี้เลย 

    ทั้งนี้สำหรับผมแล้ว นี่ก็ยังเป็นวันที่แสดงให้เห็นว่าทำไมโรนัลโด้ถึงดีกว่า ลิโอเนล เมสซี่ ด้วย

    มีคำพูดเสมอว่าตราบใดที่ทั้งสองคนไม่เคยประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ ตราบนั้นจะกล่าวได้เต็มเสียงอย่างไรว่าทั้งคู่คือสุดยอดตำนานนักเตะ ซึ่งต่อให้เมสซี่อาจจะเคยได้เหรียญตอนเยาวชนกับโอลิมปิก หากมันก็คงเทียบไม่ได้กับเวิลด์ คัพ หรือกระทั่งโกปา อเมริกา

    เอาถ้วยรางวัลของทั้งสองมาวางเรียงก็คงยาวเป็นหางว่าว

    ผมไม่ได้กำลังเขียนว่าโด้ ''เก่งกว่า'' มันต่างกันนะครับ ผมขออนุญาติใช้คำว่า ''ดีกว่า'' แล้วกัน ดีกว่าตรงไหน?? ก็ดีกว่าตรงในแง่ของหัวใจความเป็นคนที่ไม่ก้มโค้งให้ชะตาง่ายดาย ตอนที่เจอ ดิมิทรี ปาเยต อัดเข้าเต็มแรงก็ให้แพทย์มาดูอาการ ตอนนั้นก็เห็นแล้วว่าไม่น่าไหว แต่เจ้าตัวก็กัดฟันลงมาได้เป็นครั้งที่สอง ทว่าพอไปถึงครั้งที่สามในที่สุดก็จำต้องยอมแพ้ให้กับลิขิตของฟ้า

    ต่อมาจากกิริยาท่าทางที่แสดงออกมาไปจนถึงการบอกเล่าจากเพื่อนร่วมทีมก็ชัดเจนว่าหมอนี่มันมีเลือดในตัวที่พลุ่งพล่านในความเป็นผู้นำและผู้ชนะ 

    บุคลิกของเมสซี่จะอีกแบบคือค่อนข้างเงียบ เล่นไปตามเกม นานๆ ทีหากโดนคู่ต่อสู้อัดหนักก็อาจมีโวยทว่าก็น้อย ส่วนในเรื่องของการจะโหวกเหวกเพื่อกระตุ้นเพื่อนแทบไม่มีเลย

zoom

ขณะเดียวกันนาทีที่ริบบิ้นสีทองถูกโปรยขึ้นฟ้า การเฉลิมฉลองของเหล่าชาวฝอยทองเริ่มต้นก็เท่ากับภารกิจของผมได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์เช่นกัน

 

    ต่อคุณสมบัติของผู้นำต้องประกอบด้วยอย่างไรบ้าง??

    จะมีกี่ร้อยหรือพันข้อ ทว่าหนึ่งในนั้นต้องมีจิตวิทยาที่อาจเพียงไม้ขีดก้านเดียวก็สามารถทำให้กองไฟที่มอดกลับมาลุกโชนได้อีกครา

    โอกาสแรกของโปรตุเกสที่ยิงเข้ากรอบเกิดขึ้นก็ปาไปนาที 80 แล้ว อีกนั่นแหละ...ใครแคร์ ใครจะมาสนใจแล้วว่าทั้งทัวร์นาเมนต์พวกเขาชนะในเวลาปกติแค่เกมเดียวก็คือรอบตัดเชือกกับเวลส์ ที่เหลือหืดจับเสมอมา ใครจะมาวิเคราะห์ถึงปัญหาของพวกเขาว่าทำไมถึงไม่ได้มาแบบดาราเข้างานแจกออสการ์มีพรมแดงปูรอ

    โมงยามนี้ทุกคนชื่นชมพวกเขาต่างหาก ซึ่งก็สมควร อย่างน้อยก็แสดงถึงการจัดระเบียบ, แท็กติก, สปิริต, ความทุ่มเท และการทำเพื่อใครสักคนให้สมปรารถนา

    ใครจะทราบครับ สมมุติว่าไอ้โด้ไม่เจ็บไปก่อน มันจะลงเอยแบบนี้มั้ย??

    แรงขับคอยผลักดันจะล้นทะลักท่วมสต๊าด เดอ ฟร้องซ์ อย่างเมื่อคืนวันอาทิตย์หรือเปล่า??

    ก็ต้องฉีกรอยยิ้มเมื่อเห็นซูเปอร์สตาร์คนหนึ่งผุดลุกผุดนั่งไม่เป็นสุข ยิ่งตอนหมดเวลาเอาว่าแทบจะเป็นโค้ชตัวจริงเลยแหละ ทั้งป้องปากตะโกนกระตุ้น มีอยู่ชอตจากจอทีวีก็ชัดเจนว่าโรนัลโด้พุ่งเป้าไปยังนานี่เลย ''เอาหน่อยยยวะ อีกนิดเดียวววว''

    ภาพที่ปรากฏตอนให้น้ำระหว่างพักก็บ่งชี้ด้วยว่า บางอย่างคนเรามันสอนกันไม่ได้ อาจจะหัดเลียนหรือศึกษากันได้ แต่มันต้องฝังอยู่ในจิตวิญญาณก่อนอยู่แล้ว เชื่อเหอะสิ่งเดียวกันนี้ที่กัปตันทีมชาติโปรตุเกสทำทุกๆ อย่างย่อมไม่มีหรอกลองเป็นเมสซี่ตกภายใต้สถานการณ์เดียวกัน

    นั่นเองทำไมโด้ถึง ''ดีกว่า''

    เพราะว่าเขาพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นแล้ว ไม่ได้เป็นแค่ตัวความหวังในสนามเท่านั้นหากด้านนอกก็ยังทำหน้าที่เสมือนเบื้องหลังมีส่วนสำคัญจนทำให้โปรตุเกสคว้าแชมป์เมเจอร์หนแรกได้

    ขณะเดียวกันนาทีที่ริบบิ้นสีทองถูกโปรยขึ้นฟ้า การเฉลิมฉลองของเหล่าชาวฝอยทองเริ่มต้นก็เท่ากับภารกิจของผมได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์เช่นกัน สำหรับการมาเกาะติดยูโรที่ประเทศฝรั่งเศส

    หนึ่งเดือนเต็มผ่านไป อีกหนึ่งการเดินทางของชีวิต

    ก็คงเช่นทุกๆ ครั้งครับ คงไม่มีคำใดอยากกล่าวเท่ากับคำเชยๆ คำนี้ ''ขอบคุณ''

    แล้วไว้กลับมาพบกันใหม่ ผมคงต้องมาละเลียดตัวอักษรคุยกับทุกคนบนหน้ากระดาษนี้ต่อไปแน่ ก็แค่จะกลับมาเมื่อไรเท่านั้น ซึ่งหลังจากวันนี้ขออนุญาตชาร์จแบตเตอรี่เติมพลังซะก่อน

    อย่าลืมครับ อย่าละเลยความฝัน...

 

zoom

ไก่ป่า