พุธ ที่ 13 กรกฏาคม 2559 22:22 แค่การตัดสินใจ

View Share
SHARE

น่าเสียดายแทนฝรั่งเศสนะครับที่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงดวงดาว และอาจจะพอพูดได้ว่าแพ้ภัยตัวเอง..

 

    โชว์ฟอร์มเป็นพระเอกมาตลอดทัวร์นาเม้นต์ เกมรุกจัดจ้านส่งหัวหอกตัวเก่งคว้าดาวซัลโวสบายๆ เหลือแค่ควบตำแหน่งแชมป์ ได้ชูถ้วยอองรี เดอโลเน่ต์ ต่อหน้าแฟนบอลทั้งชาติที่สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ ย้อนรอยประวัติศาสตร์แชมป์โลกเมื่อ 18 ปีก่อน ทั้งยังทำสถิติเป็นแชมป์ยุโรปสมัยที่สาม มากที่สุดเท่าเยอรมันและสเปน

    ไปๆ มาๆ งานฉลองที่เตรียมไว้ทั่วประเทศกลายเป็นกร่อยสนิท งานรื่นเริงจบเห่ แฟนโซนเงียบเหงา ท้องถนนไร้เสียงอึกทึกด้วยบทละคอนผิดสคริปต์ โศกนาฏกรรมแทนที่สุขนาฏกรรม น้ำตาเอ่อแม่น้ำแซน ประตูชัยพ่ายแพ้ หอไอเฟลคร่ำครวญ โมนาลิซ่าร่ำไห้ มันก็สุดแต่วาทกรรมจะนำไป

    ป่านนี้ ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ จะหลับตานอนได้สนิทหรือยังก็ไม่รู้ เชื่อว่าในหัวเขาคงมีคำถามวนเวียนไปมาหลายพันรอบว่าเขาโยนความได้เปรียบมากมายขนาดนั้นทิ้งไปได้ยังไง

    มีคนบ่นว่าใจเขาเล็กไปหน่อย วินาทีที่โปรตุเกสกำลังปั่นป่วนเหมือนเรือไร้หางเสือตอนที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้เล่นต่อไม่ได้แน่ๆ ทำไมอดีตกัปตันผู้ยิ่งยงไม่สั่งให้ลูกทีมลุยแหลกขยี้อาคันตุกะให้ตายคามือไปเลย เพราะช่วง 15 นาทีแรกของเกมก็ทำได้ ไล่บดบี้จนขุนพลจากลิสบอนออกบอลสะเปะสะปะตั้งเกมกันไม่ได้

    ผมก็คิดอย่างนั้น หลายคนก็คิดอย่างนั้น แฟนบอลส่วนใหญ่ก็คงจะคิดอย่างนั้น เหมือนจะมีเดส์ชองส์เพียงคนเดียวนั่นแหละที่ไม่ได้คิดแบบนั้น

    พยายามมองในอีกมุมหนึ่ง เรื่องใจเล็กใจใหญ่ไม่น่าจะเป็นสิ่งตราหน้าเดเด้ได้หรอกครับ คนที่เคยเป็นถึงกัปตันทีมเลส์เบลอส์ชุดแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นลูกพี่ของทีมที่อุดมไปด้วยนักเตะระดับหัวกะทิเต็มไปด้วยแคแร็คเตอร์ผู้นำอย่าง ซีเนดีน ซีดาน, โลร็องต์ บล็องก์, มาร์กแซล เดอไซญี่, ลิลิยอง ตูราม, เอ็มมานูเอล เปอตีต์, ยูริ จอร์เกฟฟ์ ฯลฯ คงไม่ได้มีปัญหาเรื่องขนาดของใจแน่ บางทีอาจเป็นเพราะความที่มันเป็นเกมนัดชิงชนะเลิศและคู่ต่อสู้เสมือนถูกปลดอาวุธออกจากมือเรียบร้อยแล้ว จะไปเร่งเกมแบบเร่าร้อนให้เสื่ยงโดนหมัดบวกทำไม

    เหมือนคนที่กำลังสู้กับคนหลังพิงฝา เจอกับหมาจนตรอก จะลุยเข้าใส่แบบสุ่มสี่สุ่มห้าหวังเช็กบิลเลยก็ต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยไว้บ้าง

    ผมคิดว่านาทีนั้นเดส์ชองส์ต้องตัดสินใจ คงมีความรู้สึกด้านขาวกับดำ สว่างกับมืดต่อสู้กันหนักหน่วง จะทำยังไงดี ลุยใส่เลยไหมหรือระวังไว้ก่อนค่อยๆ บดไปเรื่อย บางทีสถานการณ์ที่ได้เปรียบมากๆ ก็ทำให้คนที่ตกอยู่ในสถานการณ์นั้นมองอะไรไม่เห็นหรือคิดอะไรมากเกินความจำเป็นโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน

    เราดูถ่ายทอดสดอยู่หน้าจอ มองเห็นความได้เปรียบตรงนั้นตั้งแต่แรก โถ..ต่อให้มีโรนัลโด้ค้ำอยู่ข้างหน้าโปรตุเกสยังเป็นรองอยู่ครึ่งช่วงตัว ทำไมเดส์ชองส์ถึงปอดแหกแบบนั้นแทนที่จะสั่งลุยกลับเล่นช้าเพื่อเอาชัวร์ ถ่ายบอลไปมามองหาช่องว่าง แต่ถ้าเราเป็นเขาเล่า ในนาทีนั้น ณ เวลานั้นทุกอย่างอยู่ในกำมือ ค่อยๆ บีบ ค่อยๆ นวด เอาบอลไว้กับตัว เน้นความชัวร์มาก่อนฉาบฉวย

    มันก็เป็นไปตามศาสตร์ของฟุตบอลในปัจจุบันอยู่แล้ว ตัดทอนความเสี่ยงใดๆ ที่จะส่งผลเสียต่อทีม ปิดกั้นโอกาสทำประตูของคู่แข่งให้เหลือน้อยที่สุด ตราบใดที่เราได้ยังครองบอล เราไม่มีวันเสียประตู ฟูลแบ๊กสองข้างเติมเกมตามจังหวะที่เหมาะสม ทิ้งโฮลดิ้งมิดฟิลด์ไว้คนหนึ่งเผื่อเหลือเผื่อขาด แนวรับที่ป้องกันแน่นสองชั้นก็มีมิติโจมตีเพิ่มเข้ามาจากการทะลุทะลวงของ มุสซ่า ซิสโซโก้ เพื่อตีโซนรับให้แตก ก็นั่นล่ะครับ มันก็เป็นไปตามศาสตร์ของฟุตบอลในปัจจุบันอยู่แล้วจริงๆ

    ฝรั่งเศสปิดประตูแพ้เมื่อเล่นแบบนี้ หน้าไพ่ที่เหลือมีเพียงเสมอกับชนะ โอกาสชนะอาจลดลงกว่าการเปิดเกมรุกเต็มสูบ แต่โอกาสแพ้ก็น้อยลงมากเช่นกัน ฟุตบอลสมัยนี้มีเกมลักษณะนี้เต็มไปหมด ไม่ต้องอะไรมากแค่ยูโรฯ คราวนี้เราได้เห็นเกมอารมณ์นี้เพียบ สู้กันด้วยความอดทน ใครพลาดก่อนแพ้ ไม่ได้สู้กันด้วยอาวุธในมือเพียวๆ ปักหลักแลกหมัดกัน เล่ห์เหลี่ยมและแท็คติกโค้ชมาก่อน ไหวพริบเฉพาะหน้าตามมา ความสนุกของแฟนบอลไม่สำคัญเท่าผลลัพธ์ในสนาม โปรตุเกสกับโครเอเชีย โปแลนด์กับสวิตเซอร์แลนด์ โปรตุเกสกับโปแลนด์ อังกฤษกับไอซ์แลนด์ อิตาลีกับเยอรมัน..

    ผมเดาใจอดีตกัปตันทีมเลส์เบลอส์ไว้อย่างนั้น ความบีบคั้นจากกองเชียร์ร่วมชาตินั้นมหาศาลขนาดว่าผิดพลาดอะไรไม่ได้เลย ก็นั่นยังไงครับ เดเด้กำจัดโอกาสเกิดความผิดพลาดแล้วด้วยเกมที่ช้าลงแต่ชัวร์ขึ้น ขอสักประตูแล้วเป็นแชมป์ก็บรรลุเป้าหมายไม่จำเป็นต้องยิงห้าลูกอย่างวันถล่มไอซ์แลนด์ แต่แน่นอนเมื่อผลการแข่งขันออกมาแบบนี้คนเป็นโค้ชก็ต้องรับผิดชอบและก็คงจะได้รับรู้ว่าการตัดสินใจนั้นผิด ถ้าเลือกได้เขาคงขอกลับไปตัดสินใจใหม่อีกครั้ง จะไม่คิดมากอีกแล้ว จะเปิดเกมรุกขยี้แหลก กระนั้นต่อให้ทำอย่างนั้นได้จริงฝรั่งเศสอาจจะแพ้ 0-3 ใน 90 นาทีก็ได้ใครจะรู้ ก็ฟ้าเขาส่งโปรตุเกสมาเป็นแชมป์นี่

    คิดอีกกี่รอบก็น่าเสียดายแทนฝรั่งเศส เสียดายตรงที่ถ้าพวกเขาจะแพ้ก็ควรแพ้แบบไม่มีอะไรคาใจ คือเล่นเต็มที่ในทรงของตัวเองแล้วแต่ก็ยังแพ้ จะด้วยสู้ไม่ได้หรือโดนหมัดสวนโป้งเดียวทรุดก็ถือว่าได้เล่นตามสไตล์ ไม่เปลี่ยนความเป็นตัวตน แพ้อย่างนั้นแฟนบอลยังรับได้ แต่มาแพ้ด้วยวิธีอีหรอบนี้มันพูดไม่ออก ได้แต่บอกว่าเสียดายแล้วเสียดายอีก

    การเจ็บของโรนัลโด้นั่นแหละคือจุดเปลี่ยนของเกมนี้อย่างแท้จริง มันไม่ได้เปลี่ยนแค่แนวทางการเล่นของโปรตุเกสที่ต้องตั้งสติรวมพลังกันใหม่ เล่นเกมรับให้เหนียวแน่นยิ่งกว่าเดิม วิ่งมากกว่าเดิมเท่านั้น แต่ยังกระแทกจุดยืนของเดส์ชองส์ให้สั่นคลอนอีกด้วย จากที่ตั้งใจเป็นมวยไฟเตอร์เหมือนที่เคยเป็นกลับเปลี่ยนมาเป็นบ๊อกเซอร์ เต้นติ๊ดชึ่งแย็บแล้วฉากไม่ยอมโดนหมัด ไม่มุ่งชนะน็อคเพราะเสี่ยงแพ้น็อคแต่เอาแค่ชนะคะแนนก็พอ

    พื้นฐานความคิดในหัวของเดส์ชองส์ตอนนั้นอาจจะเป็นแบบนี้ เพลย์เซฟ ชนะ และเป็นแชมป์ ง่ายๆ แค่นั้น

    สิ่งที่เราอยากเห็นแล้วไม่ได้เห็นในนัดชิงของทีมตราไก่จึงมีมากมาย ปอล ป๊อกบา ไปทำอะไรอยู่ตรงนั้นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ อ็องโตนี่ มาร์กซียาลน่าจะมีโอกาสลงเล่นมากกว่านี้ไม่ใช่แค่ 10 นาที ดมิทรี ปาเยต กับ อองตวน กรีซมันน์ ได้บอลน้อยเกินไป ทั้งทีมทำเกมบุกน้อยเกินไป เล่นเพรสซิ่งบีบกดดันคู่แข่งก็น้อยเกินไป ถ้าฝรั่งเศสทำทุกเงื่อนไขที่ว่ามาแล้วแต่ยังแพ้ รับรองว่าจะไม่มีคำถามถึงคุณสมบัติของเดส์ชองส์ตามมาสักแอะ

    แพ้แค่ทีเดียว เดส์ชองส์แทบจะกลายเป็นกุนซือตกยุคไปเลยในสายตาของคนฝรั่งเศส

    ผลลัพธ์แห่งการตัดสินใจของเดส์ชองส์นั้นมหาศาล มันรุนแรงถึงขั้นอาจเสียเก้าอี้รวมทั้งเครดิตที่เคยสร้างสมมา กลายเป็นคนหัวใจเล็กในสายตาของแฟนบอล หากความเสียหายนี้ก็ยังเทียบไม่ได้เลยกับโอกาสคว้าแชมป์สมัยสามที่หลุดลอยไปของฝรั่งเศส การถูกปลดเป็นเรื่องของเดส์ชองส์คนเดียว แต่การพลาดแชมป์คือโศกนาฏกรรมของคนทั้งชาติ..

ตังกุย