พฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน 2560 08:18 ดินพอกหางหมู..ระวังจะตายน้ำตื้น!!!!

View Share
SHARE

จั่วหัวขึ้นมาอาจจะทำให้แฟนๆ คอลัมน์ "มุมสี่สิงห์" งงๆ กันสักหน่อย แต่ก็เชื่อว่าพอจะเดาออกอยู่บ้างเหมือนกันว่ามันคืออะไร !!!

 มีสื่อหลายคนวิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ว่าทางบอสใหญ่ของลูกหนังไทย คงไม่อยู่ต่ออีกสมัยแน่นอน นี่คือการชุบตัวเพื่อกรุยทางสู่การเมืองในอนาคต ซึ่งประเด็นนี้จะไม่ขอแสดงความคิดเห็นใดๆ เนื่องจากเป็นเรื่องของอนาคต และเรื่องส่วนตัวตามแนว และทิศทางเดินของแต่ละบุคคล
       
    ทางในช่วงที่ท่านยังทำงานบริหารจัดการวงการลูกหนังไทย ที่ตอนแรกเข้ามาดูจะสวยหรูไม่น้อย แต่เมื่อนานไปเส้นทางนี้บอกได้เลยว่าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ให้เดินอย่างหอมหวานสะดวกสบาย เพราะฟุตบอลเป็นองค์กรใหญ่ภาคมวลชน มีหลากหลายสาขาอาชีพ และเหตุผลของผู้คน รวมถึงสาระพัดปัญหา
       
    แน่นอนว่าคงไม่อาจจะไปจัดการได้ทั่วถึงเพียงตัวลำพังคนเดียว ต้องมีแข้งขา มือทำงานที่จะคอยเป็นเครื่องจักรกลไกในการบริหารจัดการ และนี่คือเรื่องสำคัญ เพราะว่าหากผู้อยู่ในอาณัติบังคับบัญชาดี งานที่ออกมาก็จะดีราบรื่น
       
    ทว่าทุกวันนี้ดูเหมือนว่าเรื่องราวเริ่มที่จะแตกประเด็นออกมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ การฟ้องร้อง การเรียกร้องความถูกต้อง การสอบถามถึงเรื่องเงินจากทีมชาติชุดฟุตบอลชายหาดที่ 6 เดือนผ่านไปยังไม่ได้รับ เรื่องปัญหาการตัดสินในกรณีต่างๆ ที่คณะกรรมการแต่ละฝ่ายของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มีความเห็นต่างกัน ทว่าเปรียบการเมืองก็เหมือนจะคนละขั้ว ปัญหานี้ต้องระวัง!!
       
    นี่คือจุดเล็กๆ ที่ทางท่านนายกลูกหนังไทยอาจจะไม่เห็น และไม่ทราบ เพราะว่าท่านเองก็มีสองตา สองมือ แต่คนที่อยู่รอบข้างนี่คือตัวจักรสำคัญที่จะต้องคอยบอกคอยกระซิบ คอยเคลียร์ และที่สำคัญทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นดินจากก้อนเล็กๆ ที่พอกอยู่หางหมู มันจะค่อยๆ ใหญ่โตขึ้น จนทำให้หมูตัวนั้นมันเดินต่อไปไม่ไหว 
       
    ตลอดระยะเวลาที่มีการบริหารภายใต้นโยบายของคำว่า "แฟร์" ตอนนี้เชื่อแน่ชัดว่าตามสายตาของชาวโลกลูกหนัง ที่ไม่ใช่สโมสรลูกหนังหรือผู้ที่คลุกคลีอยู่กับฟุตบอลไทย มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น มองในมุมว่ามีการพัฒนาอย่างแน่นอน เนื่องจากเราได้เห็นการทำงานของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ในเชิงรุก ของการพัฒนาบุคลากร และองค์กรอย่างต่อเนื่อง กับการส่งทีมงานไปอบรม และเข้าไปอยู่ในองค์กรลูกหนังแทบจะในทุกระดับ เพื่อเรียนรู้ และนำกลับมาใช้ให้เป็นประโยชน์ 
       
    ขณะที่เรื่องของในบ้าน นี่คือจุดสำคัญที่อยากจะกระซิบว่าไม่ควรมองข้ามเช่นกัน อดีตผ่านมาเคยวิจารณ์ หรือโจมตี หรือเอ่ยอะไร ถึงใครไว้เช่นไร ก็อย่าให้มันได้เกิดขึ้นกับยุคปัจจุบัน เพราะมันจะแสดงให้เห็นว่า "ไม่แตกต่าง" เดี๋ยวจะกลายเป็นภาพเดิมๆ จะเข้าทำนอง "ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง"
       
    เอ่ยออกมาไม่ได้มีเจตนาที่จะยั่วยุ ใส่ร้าย หรือทำให้เกิดความแตกแยก เพียงแต่เป็นห่วงในฐานะคนตัวเล็กๆ ส่วนหนึ่งของวงการลูกหนัง ที่คลุกคลีมายาวนานคนหนึ่งเช่นกัน เพียงแค่อยากเห็นสิ่งที่ดีๆ สิ่งใหม่ๆ สิ่งที่ถูกต้อง บางครั้งจึงต้องทำตัวเป็นกระจกส่องให้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้เห็นหรือหยุดคิดในบางมุมเล็กๆ ที่อาจจะลืมใส่ใจในรายละเอียดไป ก่อนที่มันจะกลายเป็นหลุมดำ และกลับมาทำร้ายตัวเอง...และตายน้ำตื้น!!!! 

 

    เจษ เมืองตรัง (ตามตะวัน)

เจษ เมืองตรัง

TAG