จันทร์ ที่ 8 มกราคม 2561 15:21 เอฟเอ คัพ เริ่มแล้ว

View Share
SHARE

ศึกเอฟเอ คัพ ฟุตบอลชิงถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกครั้งที่ 137 และปีที่ 146 เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในรอบ 3 เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

      ถ้วยนี้จัดขึ้นโดยสมาคมฟุตบอลอังกฤษหรือ The FA ดังนั้นชื่อจึงเป็น เอฟเอ คัพ เล่นแบบแพ้คัดออกมา 146 ปี นับจากปีแรก ค.ศ. 1872 ซึ่งรูปแบบบอลถ้วยนอคเอาต์แบบนี้ไปใช้จัดแข่งกันทั่วโลก

       แถมยังตั้งชื่อว่า “เอฟเอ คัพ” ซึ่งมันคงเป็นสแลงสำหรับบอลชิงถ้วยไปแล้ว แต่ความจริงมันคือถ้วยของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ เพียงแต่เตะนอคเอาต์ เท่านั้นเอง 5555

      ปีนี้สมาคมฟุตบอลอังกฤษให้สิทธิ์ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน (ส่วนใหญ่เริ่มจากดิวิชั่น 10) 737 ทีม (92ทีมอาชีพบวก 645 ทีมนอกลีก)

      โดยเริ่มคัดเลือกรอบพิเศษตั้งแต่สิงหาคม และใช้เวลาคัดเลือกถึง 6รอบก่อนจะเข้าสู่รอบอย่างเป็นทางการ first round proper ซึ่งจะมีทีมจากลีกอาชีพสองดิวิชั่นคือลีกวัน และลีกทู (ดิวิชั่น3-4) นั้นเอง

      สองดิวิชั่นนี้จำนวน 46 ทีมเตะกับทีมที่ผ่านคัดเลือกเข้ามาจำนวน 34 ทีมเป็น 80 ต้องเตะรอบแรกและรอบสองจะเหลือ 20 ทีม จึงจะประกบคู่จับสลากกับทีมพรีเมียร์ลีกและเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อีก 44 ทีม

      รวมเป็น 64 ทีม สู่รอบอย่างเป็นทางการคือรอบสามเพราะทีมลีกสูงสุดกับลีกรองร่วมแข่งขันนั้นเอง

      ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ทีมจากนอกลีกไม่สามารถหลุดเข้ามาแข่งขันได้เลยเป็นครั้งแรกรอบ 67 ปี ปกติจะมีทีมจากคอนเฟอเร้นส์ ลีกหรือ ดิวิชั่น 5 และดิวิชั่น 6 บางทีหลุดมาเล่นรอบใหญ่ รอบโชว์ ที่มีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก

      ผลการแข่งขันล่าสุดทั้ง 32 คู่ซึ่งเตะกันสี่วันถ่ายทอดตั้งแต่ศุกร์จนถึงคืนวันจันทร์ (ยังไม่ทราบผล ไบรทตันกับพาเลส)

      มีตัดสินผลกันได้ 24 คู่

      งานนี้ทีมจากพรีเมียร์ลีกที่ตกรอบมี สโตค ซิตี้ แพ้โคเวนทรี แล้ว มาร์ค ฮิวจส์ โดนปลดออกจากตำแหน่ง ยังมีเบิร์นลีย์ ที่พลาดท่าโดนแมนฯซิตี้ถล่ม รวมทั้งเอฟเวอร์ตัน ที่ตกรอบไปคืนวันศุกร์ที่แล้ว

      ส่วนผลที่ออกเสมอจะเตะนัดรีเพลย์ที่บ้านของอีกฝั่งในวันที่ 16-17 ม.ค.ช่วงกลางสัปดาห์ ก่อนที่รอบสี่จะเตะกันเสาร์สุดท้ายเดือนมกราคม 

      แน่นอนครับผลที่ชอคสุดๆคือการตกรอบของแชมป์เก่า อาร์เซนอล ที่คว้าแชมป์เอฟเอ คัพมากที่สุดในประวัติศาสตร์ 13 สมัย ด้วยผลงานของ อาร์แซน เวนเกอร์ คนเดียว 7 สมัย และเป็นผจก.ที่คุมปืนใหญ่ไม่เคยตกรอบสามมา 21 ปีในการทำงานที่นี่

      แต่ปีนี้...ตกรอบแล้ว

      มีการตั้งคำถามว่าปืนใหญ่จัดชุดสองลงสนาม ไม่มี อเลกซิส ซานเชส, ลากาแซตต์, เมซุต โอซิล, โอลิวิเยร์ ชิรูด์, กองหลังทั้งหมดและประตู ปีเตอร์ เชก นั้นคือเหตุผลที่ทำให้พวกเขาตกรอบหรือไม่

      คำตอบผมว่าเรายกเครดิตให้การเล่นของฟอเรสต์ ว่าสู้ สปิริต มุ่งมั่น อยากเข้ารอบมากกว่านักเตะปืนชุดสองที่เล่นแบบซังกะตาย ทำเสียบอล ส่งบอลพลาด กองหลังก็สะเปะสะเตะเขาเสียจุดโทษสองลูก

      ตลอดทั้งเกมสู้ฟอเรสต์ ไม่ได้

      ทำให้แพ้ 2-4 และเราก็มาพูดกันถึงคำว่าพลิกลอคในฟุตบอลเอฟเอ คัพอีกครั้งหนึ่ง

      รอบสี่ จับสลากคืนวันจันทร์ซึ่งไม่มีทีมวางอะไรทั้งสิ้น สามารถจับชนกันได้เหมือนเกมที่ลิเวอร์พูลเจอเอฟเวอร์ตัน 

      จบรอบสามนี้ทีมเต็ง ทีมกลุ่มทอปยังอยู่กันครบขาดอาร์เซนอลทีมเดียว ถ้าจับไม่ชนกันเอง น่าจะเข้ารอบลึกแล้วมีโอกาสลุ้นแชมป์กันได้หมดทั้ง แมนฯซิตี้ , แมนฯยูฯ, ลิเวอร์พูล, สเปอร์ส ส่วนเชลซีต้องรีเพลย์ให้เหนื่อยอีกหนึ่งนัดหลังเสมอนอริช 0-0

      ดูทรงแล้วปีนี้ฟุตบอลเอฟเอ คัพ เริ่มต้นด้วยความพลิกลอค น่าจะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์แฟนบอลทั่วโลกตลอดเส้นทางจนถึงเดือนพ.ค. โน่นเลย

      จับสลากรอบสี่เป็น แมนฯซิตี้-แมนฯยูฯ หรือ “แดงเดือด” เอฟเอ คัพเลยดีมั้ยครับ

JACKIE

Jackie