ศุกร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 08:33 VARไม่ยุติธรรม

View Share
SHARE

หลังจากที่ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้นำเทคโนโลยีใหม่แห่งวงการฟุตบอลอย่าง VAR (Video Assistant Refrees) หรือแปลเป็นภาษาไทยง่ายๆ ว่า "วิดีโอช่วยในการตัดสิน" เข้ามาใช้ครั้งแรกในประเทศไทยในเกมฟุตบอลแชมเปี้ยน คัพ ระหว่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้สร้างความสนใจให้กับวงการฟุตบอลบ้านเราเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นชาติแรกๆ ของเอเชียที่นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้

ผมเชื่อว่าแฟนบอลทั้งไทยและเทศเริ่มรู้จักรเทคโนโลยีนี้กันแล้ว หลังถูกนำมาทดลองใช้อย่างไม่เป็นทางการครั้งแรกในปี 2016 ในฟุตบอลลีกของสหรัฐอเมริกา ขณะที่การนำมาใช้อย่างเป็นทางการคือศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก นัดที่ เรอัล มาดริด เอาชนะ คลับ อเมริกา ในปี 2016 ด้านการแข่งขันระดับสโมสร ฟุตบอล ''ฮุนได เอลีก'' ลีกสูงสุดของออสเตรเลีย ก็รับเอาระบบ VAR นี้ไปใช้แล้วตั้งแต่ฤดูกาล 2017 รวมถึงลีกใหญ่อย่าง กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี, บุนเดสลีกา เยอรมัน และในเคลีก เกาหลีใต้ ก็เริ่มนำมาใช้ในฤดูกาล 2017-18 ที่ผ่านมา
           
    ด้านวงการฟุตบอลไทย อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นว่านำมาใช้ครั้งแรกในฟุตบอลไทยแลนด์ แชมเปี้ยน คัพ ระหว่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และเทคโนโลยีดังกล่าวก็ได้ใช้งานในนาทีที่ 85 จากจังหวะที่ ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต ไปงัดศอกใส่ ปิยพล ผานิชกุล นอกเกม ศิวกร ภูอุดม ผู้ตัดสินที่ 1 วิ่งเข้าไปดู VAR ก่อนจะตัดสินใจควักใบแดงไล่ออกจากสนามไป จนทำให้ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ออกมาประกาศว่าเตรียมที่จะนำ VAR มาใช้ในศึกไทยลีก ฤดูกาล 2018 แต่จะใช้เพียงบางเกมเท่านั้น โดยเฉพาะเกมใหญ่ๆ เนื่องจากแต่ละสนามอาจไม่พร้อมในการติดตั้งระบบดังกล่าว และอุปกรณ์นั้นยังไม่เพียงพอในการใช้ทุกสนาม และได้มีการใช้ในนัดเปิดสนามศึกไทยลีก 2018 ไปแล้วในเกมที่ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เปิดบ้านตอนรับการมาเยือนของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 
           
    อ้าว!!! แล้วยังไงล่ะทีนี้ ปัญหาตอนนี้คือ "มาตรฐาน" ของการใช้ VAR จะมีการตัดสินอย่างไรว่าเกมไหนจำเป็นต้องใช้ VAR ใช้เฉพาะเกมใหญ่ๆ แล้วเกมเล็กๆ ไม่จำเป็นต้องใช้หรือ?? 
           
    ไทยลีกฤดูกาล 2018 แน่นอนว่าไฮไลต์อยู่ที่ลุ้นแชมป์ของบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ แต่สิ่งที่ผมว่าน่าจับตามองมากกว่าคือการลุ้นหนีตกชั้น เพราะจะมีถึง 5 ทีมในฤดูกาลนี้ แน่นอนว่าแต่ละทีมคงจะดิ้นกันสุดฤทธิ์ และผมกระทบที่จะตามมาคือการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินที่จะโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากหากทำหน้าที่ผิดพลาดและส่งผลเสียต่อทีมนั้นๆ
            
    อย่างล่าสุดหลังเกมไทยลีกนัดเปิดสนามสโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี ได้ออกโรงเรียกร้องให้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ รวมถึง บริษัทไทยลีก จำกัด จัดตั้งเทคโนโลยี VAR ที่สนามบุณยะจินดา รังเหย้าของทีม ในเกมนัดต่อไป ที่จะพบกับทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เพื่อไม่ให้การทำหน้าที่ของผู้ตัดสินเกิดปัญหาในจังหวะคาบลูกคาบดอก หลังเกมเปิดสนามที่พวกเขาบุกไปพ่ายพีที ประจวบ เอฟซี 2-3 ซึ่งฝั่งโปลิศ เทโร เอฟซี มองว่ายังมีบางจังหวะที่ค้านสายตา โดยเฉพาะจังหวะจุดโทษที่ทีมเสียประตู และก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นที่สนามบุณยะจินดา 
           
    แต่เรื่องนี้ได้รับการชี้แจงจาก คุณพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการและโฆษกประจำสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ว่า "จริงๆ แล้วไม่ได้ขึ้นอยู่กับสมาคมที่จะเป็นคนเลือกว่าจะใช้ที่สนามไหน แต่อยู่ที่ผู้รับหน้าที่ดูแลในการนำ VAR เข้ามาใช้ในประเทศไทย ซึ่งทางสมาคมเป็นเพียงผู้ว่าจ้างอีกทีหนึ่ง ซึ่งผู้ดูแลตรงจุดนี้จะแจ้งว่ามีอุปกรณ์พร้อมแค่ไหน และแต่ละสนามพร้อมแค่ไหนในการติดตั้งอุปกรณ์ ซึ่งหากอุปกรณ์พร้อม ทุกสนามพร้อม สมาคมก็พร้อมที่จะนำ VAR ไปใช้ในทุกๆ สนามเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน"
           
    ก็เข้าใจสิ่งที่สมาคมจะทำเพื่อหวังพัฒนาและยกระดับฟุตบอลไทยให้เข้าสู่มาตรฐานสากล แต่ความพร้อมของฟุตบอลพร้อมแล้วหรือยังกับการนำเทคโนโลยีระดับสูงมาใช้ แม้แต่ในลีกชั้นนำอย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลา ลีกา สเปน หรือว่าในเอเชียอย่าง เจลีก ประเทศญี่ปุ่น ก็ยังไม่รีบร้อนที่จะนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ 
           
    ฉะนั้น ผมมองว่าถ้ายังไม่พร้อมทุกสนามก็ไม่ต้องรีบนำมาใช้หรอกครับ เพราะมันจะกลายเป็นที่ถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์จนถูกมองว่า "ไม่ยุติธรรม" หากบางสนามใช้ และบางสนามไม่ได้ใช้ แม้ว่ามันจะขึ้นอยู่ที่สนามเหย้าของแต่ละทีมและผู้นำเทคโนโลยีมาใช้ว่าพร้อมแค่ไหน จะมาโทษสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ไม่ได้ แต่หากทีมไหนเกิดเสียผลประโยชน์ขึ้นมา แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็จะถูกนำมาพูดถึงและเปรียบเทียบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะผมไม่อยากเห็นว่าหลังจบฤดูกาลจะมีทีมใดทีมหนึ่งออกมาพูดว่า "ทีมผมพลาดแชมป์หรือว่าตกชั้นเพราะไม่ได้ใช้ VAR"!!!

 

"คนสี่แคว"

ทวนเหล็ก

TAG