อาทิตย์ ที่ 17 มิถุนายน 2561 22:43 ฮันเนส ฮัลล์ดอร์สสัน : ชายผู้หยุดเมสซี่กับโปรไฟล์ที่ไม่ธรรมดา

View Share
SHARE

โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืนสำหรับฮันเนส ฮัลล์ดอร์สสัน ผู้รักษาประตูทีมชาติไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นฮีโร่ของชาติเซฟจุดโทษของลิโอเนล เมสซี่ สตาร์หมายเลขหนึ่งของโลก ซึ่งหากย้อนไปดูประวัติของเขาแล้ว ต้องบอกเลยว่ากว่าที่จะมาโด่งดังขนาดนี้ ปูมหลังเขาเป็นอย่างไร ในสกู๊ปนี้ เราจะพาทุกท่านไปรู้จักเขาให้มากขึ้น

   ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ลีกฟุตบอลในประเทศไอซ์แลนด์ ยังเป็นลีกกึ่งอาชีพที่ยังไม่พัฒนาเหมือนทุกวันนี้ ผู้เล่นที่สังกัดสโมสรต่างๆนอกจากจะเล่นฟุตบอลแล้ว ยังต้องทำอีกอาชีพซึ่งเป็นเหมือนอาชีพหลักของตัวเองควบคู่กันไป

    บางคนอาจไปเป็นพ่อค้า บางคนเป็นช่างไฟ บางคนเป็นพ่อครัว หรือจะอะไรก็แล้วแต่ แต่น้อยคนนักที่จะเป็นนักฟุตบอลไปด้วยและมีอาชีพเป็นผู้กำกับภาพยนต์ควบคู่กัน ซึ่งเขาคนนั้นคือ ฮันเนส ฮัลล์ดอร์สสัน ผู้รักษาประตูทีมชาติไอซ์แลนด์ ที่ปัจจุบันเขาก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพแบบเต็มตัวกับสโมสร แรนเดอร์ส ในลีกสูงสุดของเดนมาร์ก

    นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักนายทวารรายนี้โดยเฉพาะแฟนบอลฟ้า-ขาว หลังจากเจ้าตัวเป็นผู้ปฏิเสธลูกยิงจุดโทษของลิโอเนล เมสซี่ แข้งเบอร์หนึ่งของโลก ซึ่งนอกจากจังหวะนี้ เขายังเซฟช็อตสำคัญๆเอาไว้มากมาย จนพาชาติบ้านเกิดเก็บแต้มแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จ มิหนำซ้ำยังคว้ารางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ มาครองได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

zoom

    แต่ก่อนหน้าที่เขาจะก้าวขึ้นมาได้ถึงระดับนี้ ในอดีตเขาต้องฝ่าฟันกับเส้นทางสองอาชีพ ทั้งผู้กำกับและนักฟุตบอลควบคู่กันไป ฮัลล์ดอร์สสัน มีผลงานกำกับโฆษณาให้กับแบรนด์ดังๆอย่าง เบเนคอล ผลิตภัณฑ์นมโยเกิร์ต, โคคา-โคลา เครื่องดื่มสุดฮิต และอิเกีย ห้างเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังระดับโลก

zoom

    ซึ่งเขาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ในสังกัดของ ซาก้า ฟิล์ม (Saga film) บริษัทผลิตหนังในประเทศไอซ์แลนด์

    ความสามารถทางการกำกับภาพยนตร์หรือโฆษณาของเขา อยู่ในขั้นมืออาชีพ ถึงขั้นมีชื่อติดในเว็บ IMDb (The Internet Movie Database) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลออนไลน์ที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับ นักแสดง ผู้กำกับ และบุคคลที่เกี่ยวข้องในวงการภาพยนตร์ 

zoom

    เห็นไหมละครับ ฮัลล์ดอร์สสัน ไม่ธรรมดาจริงๆ

    ในปี 2011 เกิดเรื่องไม่คาดฝันกับชายอายุ 27 ปี ณ ตอนนั้น จากที่เป็นแค่นักเตะกึ่งอาชีพคู่ไปกับการกำกับภาพยนตร์ เมื่อเขาถูกเรียกตัวติดทีมชาติครั้งแรก และได้ประเดิมสนามในฟุตบอลยูโร 2012 รอบคัดเลือก ในเกมพบกับไซปรัส ซึ่งเกมนี้เขาสามาเก็บคลีนชีต เป็นเกียรติประวัติการรับใช้ชาตินัดแรกได้สำเร็จ

zoom

    ตอนนั้นเขาถึงกับต้องพกแลปทอปเอางานที่บริษัทไปตัดต่อระหว่างเก็บตัวทีมชาติ

    ผลงานของ ฮัลล์ดอร์สสัน และไอซ์แลนด์ ค่อยๆพัฒนาต่อยอดขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งผลงานส่วนตัวของนายประตูผู้นี้ก็ได้รับข้อเสนอจากต่างแดนและเขาก็ได้ออกไปเผชิญโลกฟุตบอลนอกประเทศบ้านเกิดเป็นครั้งแรก โดยสโมสรเอสเค บรานน์ จากนอร์เวย์ ยืมตัวเขาไปเป็นอะไหล่สำรองของผู้รักษาประตูตัวจริง

zoom

    ชีวิติในนามทีมชาติ ฮัลล์ดอร์สสัน ก้าวขึ้นมาเป็นมือผู้รักษาประตูมือหนึ่งของไอซ์แลนด์อย่างเต็มตัวในรายการรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2014 โดยลงสนามตลอด 10 เกมในรอบนี้ และมีส่วนช่วยให้ไอซ์แลนด์ จบอันดับสองของกลุ่มอย่างเหนือความคาดหมาย โดยมีแต้มเหนือคู่แข่งที่ดูมีภาษีกว่าพวกเขาอย่างสโลวีเนีย และ นอร์เวย์ พร้อมคว้าสิทธิ์ไปเล่นรอบเพลย์ออฟ เพื่อไปเวิลด์ คัพที่บราซิล

zoom

    แต่น่าเสียดาย ที่ไอซ์แลนด์ จับสลากไปเจอของแข็งอย่าง โครเอเชีย แม้เกมแรกพวกเขาสามารถยันตราหมากรุกได้ในบ้านตัวเอง แต่ในเกมที่ออกไปเยือนที่ซาเกร็บ ต้องปราชัยกับออกมา โดยในช่วงเวลาใกล้เคียงนั้นเอง ซานด์เนส สโมสรจากนอร์เวย์ ก็คว้าตัวเขาไปร่วมทีมแบบถาวร จากเคอาร์ ทีมสุดท้ายของเขาในลีกไอซ์แลนด์ 

    ซึ่งในขณะนั้นชีวิตของเขาก็เริ่มเกิดทางแยกออกจากกันระหว่างนักฟุตบอลและผู้กำกับ เขาจำเป็นต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง สุดท้ายเขาก็เลือกทำตามสิ่งที่หัวใจสั่งมา นั่นคือ การเป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว

    ซาก้า ฟิล์ม ซึ่งเป็นเหมือนนายจ้างของเขา ก็ยินดีและสนับสนุนกับเส้นทางใหม่ของลูกจ้างมากความสามารถอย่างเขา โดยสัญญากับเจ้าตัวว่า เสร็จงานจากนักฟุตบอลเมื่อไหร่ บริษัทยินดีที่จะรับเข้ามาทำงานตำแหน่งเดิมได้ทันที

    ฝีมือของฮัลล์ดอร์สสัน พัฒนาขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกับทีมชาติไอซ์แลนด์ ซึ่งสิ่งที่ทำให้แฟนบอลหลายคนต้องหันมาจับตามองประเทศเล็กๆนี้คือการผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลยูโร เป็นครั้งแรก ด้วยการจบอันดับสองของกลุ่ม พร้อมกับเขี่ย ฮอลแลนด์ ร่วงตกรอบคัดเลือกแบบเซอร์ไพรส์

    และเขาก็มีชื่อติดทีมชาติไปเล่นรอบสุดท้ายในรายการนั้น และครองมือหนึ่งตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ ซึ่งผลงานในรายการนี้ หลายคนคงจำได้ดีคือการล้มทีมชาติอังกฤษในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนที่จะพ่ายให้กับฝรั่งเศส 2-5 ในรอบ 8 ทีม

    อย่างไรก็ดี แม้จะตกรอบแต่ไอซ์แลนด์ ก็ได้สร้างชื่อบนเวทีลูกหนังได้อีกครั้ง และผลงานของ ฮัลล์ดอร์สสัน เองก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น

zoom

    ไอซ์แลนด์ยังคงสานต่อความยอดเยี่ยมต่อเนื่อง ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนยุโรป ซึ่งในรอบนี้คู่แข่งล้วนแต่มีชื่อเสียงที่ดีกว่าพวกเขา ทั้ง โครเอเชีย, ยูเครน, ตุรกี

    จนแล้วจนรอดไอซ์แลนด์ ก็ผงาดคว้าแชมป์กลุ่มได้อย่างพลิกปากกาเซียน โดยมีจุดเด่นที่เกมรับ ที่เสียประตูไปเสีย 7 ลูก โดยปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ฮัลล์ดอร์สสัน คือหนึ่งในเบื้องหลังจากกำแพงมนุษย์น้ำแข็ง

    ฮัลล์ดอร์สสัน  และ ไอซ์แลนด์ จึงผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาติ

    ในรอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย พวกเขาร่วมสายกับ อาร์เจนติน่า, เดนมาร์ก และ ไนจีเรีย

    โดยเกมแรกต้องพบกับ อาร์เจนติน่า ทีมเต็งแชมป์เบอร์ต้นๆ ที่มีแข้งระดับซูเปอร์สตาร์หลายต่อหลายคน

    เกจิทุกสำนัก ฟันธงว่า ทัพฟ้า-ขาว จะเอาชนะไอซ์แลนด์ ได้แบบสบายๆ และเมื่อเซร์คิโอ อเกวโร่ ซัดประตูขึ้นนำให้อาร์เจนฯ ทุกอย่างก็เหมือนกับที่หลายคนคาดการณ์เอาไว้

    มันหาใช่แบบนั้นไม่.. เมื่อพลพรรคสตราคาร์เนียร์ อ็อคคาร์ ตามตีเสมอได้ทันควันจาก อัลเฟร็ด ฟินน์โบกาสัน และถูกจารึกว่าเป็นประตูแรกของชาติไอซ์แลนด์ในมหกรรมลูกหนังโลก 

zoom

    ชื่อของฮันเนส ฮัลล์ดอร์สสัน จากที่เริ่มรู้จักเป็นวงแคบๆ ก็เริ่มแผ่ขยายอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ เมื่อเขาสามารถป้องกันลูกจุดโทษของเมสซี่ ได้สำเร็จ อย่างที่บอกไว้ข้างต้น

    เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ด้วยรอยยิ้มหลังจบเกมว่า "สำหรับผมแล้ว การเป็นผู้รักษาประตูให้ทีมชาติไอซ์แลนด์ และมีโอกาสได้เผชิญหน้ากับนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกในการดวลลูกจุดโทษด้วยแล้ว มันเหมือนฝันเป็นจริงเลยที่สามารถเซฟลูกยิงของเขาเอาไว้ได้ แถมยังช่วยให้เราเก็บแต้มสำคัญด้วย เพราะการผ่านเข้ารอบต่อไปถือเป็นเป้าหมายของเรา"

zoom

    แม้วัยจะล่วงเลยมาถึง 34 ปี คงเป็นเรื่องยากที่เขาจะได้ไปสังกัดกับสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป แต่ด้วยฝีมืออันยอดเยี่ยมจากผลงานที่ผ่านมา คงไม่มีใครปฏิเสธฝีมือของฮัลล์ดอร์สสัน 

    เส้นทางลูกหนังของเขากับไอซ์แลนด์ ยังคงดำเนินต่อไปหวังว่าสักวันหนึ่งเราจะได้เห็นผลงานการกำกับของเขาอีกครั้ง...

HOSSALONSO