จันทร์ ที่ 16 กรกฏาคม 2561 21:31 เอ็นโกโล่ ก็องเต้ : มืออาชีพเรียกพ่อ

View Share
SHARE

ฟุตบอลโลก 2018 จบลงแล้วด้วยชัยชนะของฝรั่งเศสที่มีต่อโครเอเชีย

    แม้ผู้แพ้จะยืนยันว่าพวกเขาเป็นทีมที่เหนือกว่า และวิจารณ์  "แชมป์โลก" ว่าเล่นในสไตล์  "แอนตี้ฟุตบอล" แต่มันก็ป่วยการเปล่าในเมื่อทุกอย่างถูกตัดสินกันที่จำนวนประตู

    อย่างไรเสีย ต้องบอกว่าดิดิเยร์ เดส์ช็องส์โชคดีไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จจนได้ฐานที่ยังยึดมั่นในปรัชญาของตัวเองซึ่งว่ากันว่าทำให้ทีมตราไก่ชวดได้แชมป์ยูโรเมื่อสองปีก่อนกับการถูกตำหนิว่าเน้นให้ทีมเล่นเกมรับมากเกินไป

    พูดง่ายๆได้เลยว่าเดเด้มีแนวทางไม่ต่างอะไรกับโชเซ่ มูรินโญ่ที่ให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยมากเป็นอันดับหนึ่งนั่นแหละ

    หากแต่สิ่งที่ต่างกันก็คือฝรั่งเศสมีขุมกำลังที่เล่นเกมโต้กลับได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะคิลิยัน เอ็มบัปเป้กับอองตวน กรีซมันน์

    ผิดกับแมนฯ ยูไนเต็ดที่นักเตะในทีมมีประสิทธิภาพด้อยกว่าดังจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าโรเมลู ลูกากูเถรตรง อืดอาด ขาดความพลิ้วไหว และขาดชั้นเชิงที่แพรวพราวอันเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับเกมเคาน์เตอร์ แอทแทค

    จะว่าไปแล้ว หากเบลเยี่ยมหรือว่าปีศาจแดงมีหัวหอกที่คล่องแคล่วมากกว่าลูกากู บางทีทั้งสองทีมอาจประสบความสำเร็จมากกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้

    อย่างไรก็ดี หลังการคว้าแชมป์โลกของเลส์ เบอลส์ เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วที่นักเตะทุกคนจะฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยงรวมทั้งโอลิวิเยร์ ชิรูด์กองหน้าตัวหลอกที่ยิงประตูไม่เข้ากรอบเลยสักครั้งในทัวร์นาเมนต์นี้

    ตลอดจนอาดิล รามี่กองหลังหนึ่งเดียวในทีมที่ไม่ได้ลงบู๊เลยแม้แต่นาทีเดียวโดยไม่นับนายทวารตัวสำรอง

    แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีนักเตะอยู่หนึ่งรายที่กลายเป็นที่สนใจของสื่อ และแฟนบอลมากกว่าใครเพื่อนจากอากัปกริยาที่แสดงออกมาอย่างใสซื่อบริสุทธิ์

    ถูกต้อง เขาคนนั้นคือเอ็นโกโล่ ก็องเต้กองกลางตัวรับไซส์มินิ หากแต่ฝีเท้าไม่ได้มินิเลยสักนิด

    ดังที่ได้ประจักษ์กันไปแล้วว่าเขามีส่วนสำคัญพาเลสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อย่างสุดมหัศจรรย์

    ด้วยเหตุนี้ เชลซีจึงฉุดก็องเต้มาร่วมทัพ แถมมันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องซะด้วยเมื่อเขาช่วยพาสิงห์บลูส์ซิวแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีถัดมาได้ทันที

    และแม้ปีก่อนเศรษฐีลอนดอนจะป้องกันแชมป์ไม่สำเร็จ แต่ก็องเต้ก็ยังได้แชมป์เอฟเอคัพมาครองซึ่งถือเป็นแชมป์ใบที่สามในรอบสามปีของเขา

    กระทั่งล่าสุด ดาวเตะผิวสีก็พาตัวเองก้าวขึ้นเป็นแชมป์โลกจนได้ แต่ขณะที่เพื่อนๆพากันชูถ้วยแชมป์อย่างเอิกเกริก และฉลองชัยชนะกันอย่างสุดเหวี่ยง ก็องเต้กลับออกอาการเหนียมอายอย่างน่าหยิกเป็นที่สุด

    ร้อนจนสตีเว่น เอ็นซ็องซี่ต้องเข้ามาสะกิดบอกเพื่อนๆให้ก็องเต้เข้ามาร่วมซีนชักภาพกับถ้วยแชมป์โลกบ้าง

    ตรงนี้เองที่บอกได้เลยว่าก็องเต้เกิดมาเพื่อเล่นฟุตบอลอย่างแท้จริงโดยไม่ได้ลุ่มหลงไปกับชื่อเสียง หรือว่าความโด่งดังแม้แต่น้อย

    เอาง่ายๆ อย่างปอล ป๊อกบาสตาร์อีกรายของฝรั่งเศสนี่เน้นออกสื่อโซเชี่ยลจ๋าจนน่าเขกกระโหลกซึ่งอยู่คนละขั้วกับก็องเต้โดยสิ้นเชิง

    จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ดาวเตะค่าตัวแพงจะโดนสวดยับในยามที่เล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ดได้ไม่เอาอ่าวเนื่องจากขยันตัดผมโชว์ชาวเน็ตชนิดไม่เว้นแต่ละวัน

    ดีที่ว่าองค์ประกอบในทีมเมืองน้ำหอมเหนือกว่าค่ายโอลด์ แทรฟฟอร์ดเยอะ ป๊อกบาจึงไม่ต้องแบกทีมโดยลำพังเหมือนที่ถูกแฟนผีคาดหวังกระทั่งกลายเป็นแชมป์โลกกับแผ่นดินเกิดในท้ายที่สุด

    แต่กับก็องเต้ จากวันนั้นที่ไม่มีใครรู้จักสมัยยังเล่นอยู่ในลีกเอิง จนมาถึงวันนี้เขายังเป็นคนเดิมที่ไม่แยแสกับสปอตไลท์ และก้มหน้าก้มตาทำมาค้าแข้งอย่างเดียว แถมมีผลงานเสมอต้นเสมอปลายอย่างน่ายกนิ้วให้อีกด้วย

    นอกจากจะไม่เคลื่อนไหว หรือโปรโมตตัวเองผ่านสื่อโซเชี่ยลเหมือนกับใครอื่นแล้ว ปัจจุบันเอ็นโกโล่ซึ่งเป็นชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้ตามคิงเอ็นโกโล่ ดิยาร์ร่าอดีตกษัตริย์ของมาลีน่าจะยังเป็นนักเตะที่มัธยัสต์กับการใช้รถมินิคันเล็กจิ๋วเช่นเดิมแม้พ่อค้าแข้งทั้งหลายจะมีรถซูเปอร์คาร์อยู่ในความครอบครองชนิดนับไม่ถ้วนก็ช่าง

    นี่ถ้าจะมีใครนึกรังเกียจ หรือว่าหมั่นไส้นักเตะที่ติดดินขนาดนี้ เขาคนนั้นคงต้องเดินเข้าโรงพยาบาลไปเช็คสมอง หรือไม่ก็ขอคำปรึกษาจากจิตแพทย์โดยด่วนแล้วล่ะ

                                                                                     ธีระ

ธีระ