อังคาร ที่ 17 กรกฏาคม 2561 18:58 ฟุตบอลโลกที่สนุก....

View Share
SHARE

ได้รับคำชมเยอะจากสื่อทั่วโลกว่ารัสเซีย2018 เป็นฟุตบอลโลกทีสนุก....เชิงปริมาณและตัวเลข

      เรื่องต่อไปนี้เป็นบางส่วนที่ผมเขียนในนสพ.สตาร์ซ๊อคเกอร์วางแผงพรุ่งนี้

       อะไรทำให้บอลโลกรัสเซียสนุก

1 ดราม่าฟุตบอล

แค่เกมสเปนเสมอโปรตุเกส 3-3 พร้อมฟรีคิกอันสุดยอดของโรนัลโด พออธิบายคำว่า "ดราม่า" ฟุตบอลได้ดี มันเกิดขึ้นในวินาทีสำคัญจะหมดเวลา ชี้เป็นชี้ตาย มันกดดันมากและ มันต้องเข้าเพื่อเสมอ

เกมที่อุรุกวัยชนะอียิปต์ ในนาทีที่ 89 ...เกมที่อิหร่านชนะโมรอกโก นาทีที่ 90+5

ตัวเลขยืนยันว่ามีการยิงประตูชัย 9 ลูกในช่วงนาทีที่ 90 หรือช่วงทดเวลา 90+ (รวมกับชัยชนะถึง 4 เกมที่เกือบเสมอ) อีกทั้งเมื่อนำประตูชนะในช่วงเวลาสำคัญของเกมอย่างนี้จากบอลโลกตั้งแต่ปี 1998-2014 หรือสี่ครั้งของบอลโลกล่าสุดรวมกันพบว่ายิงรวมกันช่วงท้ายเกมมากกว่าครั้งนี้...ครั้งเดียวแค่ 1 ลูก

ดราม่าสุดๆมั้ยครับบอลโลก 2018
ปี ยิงประตูนาทีที่ 90หรือ 90+
2018 9
2014 4
1998,2006,1962 2

2 พลิกล็อคที่สุด

แม้ว่าหลายคนไม่อยากเห็นบรรดาเต็งแชมป์ตกรอบก่อนเวลาอันควร แต่การพลิกลอคในลักษณะนี้ก็ทำให้ฟุตบอลโลกถูกมองว่ามาตรฐานสูงขึ้นกว่าเดิม อย่างบอลโลก 2002 ที่ทั้งอาร์เจนติน่าและฝรั่งเศสไปก่อนเพื่อนเลยในฐานะตัวเต็งและแชมป์เก่า

ครั้งนี้..เยอรมัน ไปรอบแรก ตามด้วยอาร์เจนติน่า, สเปน รอบสอง, บราซิลรอบ8 ทีม ในเต็งแชมป์จึงเหลือเต็งสามฝรั่งเศสทีมเดียวทะลุถึงชิง ส่วนอีก 4 ทีมตกรอบไปก่อนแล้ว นั่นจึงทำให้ผลงานของบรรดาตัวเต็งทำได้น่าผิดหวังหรืออีกนัยหนึ่งมันคือการพลิกลอคของบอลโลก

เราเห็นว่ามันมีสถิติในทุกครั้งรอบรองชนะเลิศต้องมีทีมแชมป์เก่าปะปนอยู่ไม่ว่าจะ บราซิล, อาร์เจนติน่า, เยอรมัน แต่ครั้งนี้เหลือ ฝรั่งเศส ส่วนอังกฤษไม่ใช่ทีมเต็งแต่ได้ชื่อว่าแชมป์เก่าที่นานๆจะเข้ารอบรอง หลังจากคว้าแชมป์เมื่อบอลโลก 1966 เที่ยวนี้ครั้งที่สามเท่านั้นเอง

สำนักบีบีซี รวบรวมสถิติผลงานของ4 ทีมสุดท้ายหรือ semi-finalists จากฟุตบอลโลกครั้งที่แล้วว่าเป็นอย่างไรบ้างในฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด อย่างเช่น ปี 2014 ทีมที่อยู่ในรอบรองชนะเลิศคือ บราซิล, เยอรมัน, อาร์เจนติน่า, ฮอลแลนด์ 
สี่ชาตินี้คว้าแชมป์บอลโลกรวมกัน 10 ครั้ง บราซิล 5+เยอรมัน3+อาร์เจนติน่า2+ฮอลแลนด์0

ปี แชมป์โลกในรอบรองชนะเลิศ
2018 2 (ฝรั่งเศส1,อังกฤษ1,เบลเยียม0,โครเอเชีย0)
201 4 10 (บราซิล5, เยอรมัน3, อาร์เจนติน่า2,ฮอลแลนด์0)
2010 5 (เยอรมัน3, อุรุกวัย2, สเปน0, ฮอลแลนด์0)
2006 7 (อิตาลี 3,เยอรมัน3, ฝรั่งเศส1, โปรตุเกส0)
ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าครั้งล่าสุดนี้...อดีตแชมป์โลกหายเกือบหมดเหลือแค่ ฝรั่งเศสกับอังกฤษเท่านั้นเอง

3 ซุปเปอร์สตาร์แจ้งเกิด

คริสเตียโน โรนัลโด, เมสซี, เนยมาร์ ได้รับการคาดหมายว่าน่าจะแสดงผลงานอันยอดเยี่ยมในครั้งนี้ อย่างใดอย่างหนึ่ง...เช่นดาวซัลโวหรือพาทีมไปเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก แต่ปรากฏว่า...
ไม่มาตามนัด
โรนัลโด มาตรฐานส่วนตัวแฮทริกแรกในบอลโลกและยิงสี่ลูก...เมสซี ดับ ส่วนเนยมาร์ ถือว่าไม่ได้ไม่เสีย พอจะมีผลงานอยู่ แต่ไม่เปรี้ยงปร้าง โดย เมสซี กับ โด้ ยิงรอบนอคเอาต์ ไม่ได้อีกต่างหาก 
รายของ เนยมาร์ ผลงานเชิงตัวเลขนับว่าสอบผ่าน หาจังหวะยิง 26 ครั้ง สร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อน 23 ครั้ง โดนทำฟาวล์ถึง 26 ครั้ง ใน5 นัด ส่วน อาซาร์ โดนทำฟาวล์ 27 ครั้งใน 6 นัด
ถ้าหาสตาร์ดังแจ้งเกิด...ก็ไม่ผิดคาดเมื่อเจ้าหนุ่ม คิเลียน เอมบัปเป้ วัย 19 ปี ยิงประตูสำคัญให้กับทีมฝรั่งเศส ทั้งนัดชนะเปรู 1-0 ชนะอาร์เจนติน่า 4-3 ยิงคนเดียวสองลูก นัดชิงชนะเลิศทำสถิตินักเตะอายุน้อยยิงประตูได้ต่อจาก เปเล ในปี 1958
ฟุตบอลโลกครั้งนี้จึงเป็นเวทีแจ้งเกิดอย่างเป็นทางการของ เอมบัปเป้ ซึ่งคาดกันว่าน่าจะถูกซื้อตัวไปร่วมทีมในราคา 100 ล้านปอนด์ ขึ้นไปอย่างแน่นอน


นักเตะ ชาติ คู่แข่ง ว/ด/ป อายุ
เปเล บราซิล สวีเดน 29/06/58 17ปี248 วัน
เอมบัปเป้ ฝรั่งเศส โครเอเชีย 15/07/18 19 ปี207 วัน
เดเซเดริโอ อาร์เจนตินา อุรุกวัย 30/07/30 21ปี37วัน

ยังมีอีก...ในหนังสือพิมพ์สตาร์ซอกเกอร์
คอลัมน์ "สนทนาภาษาลูกหนัง"
ลองหาอ่านดูครับ

Jackie

Cr : ภาพประกอบ ฟีฟ่าดอตคอม

Jackie