จันทร์ ที่ 10 ธันวาคม 2561 09:12 ลูคัส ตอร์เรยร่า : ผู้นำ'Garra Charrua'สู่อาร์เซน่อล

View Share
SHARE

สามเกมติดเข้าให้แล้วที่ลูคัส ตอร์เรยร่า มีส่วนร่วมกับประตูของอาร์เซน่อล ไล่ตั้งแต่เบิกสกอร์แรกในเกมกับสเปอร์ส ต่อด้วยทำแอสซิสต์เกมกับแมนฯยูไนเต็ด และเกมล่าสุดยิงประตูสุดสวยพาไอ้ปืนใหญ่เก็บสามคะแนนเหนือฮัดเดอร์สฟิลด์

    ท่ามกลางเกมที่สุดกดดัน ตลอด 80 นาที อาร์เซน่อลหาโอกาสทำประตูแทบไม่เจอ อีกทั้งทำให้ลูกทีมของอูไน เอเมรี่ ยังคงรักษาสถิติ(ไม่ดี)อีกครั้งด้วยการไม่สามารถขึ้นนำคู่แข่งได้ในครึ่งแรก 

    จากนั้นได้มีฮีโร่ตัวเล็กๆคนหนึ่งเติมเกมบุกขึ้นมาทั้งๆที่ตำแหน่งธรรมชาติคือมิดฟิลด์เชิงรับ บรรจังลอยตัวโอเวอร์เฮดคิกสุดสวย ปลดล็อกให้ปืนใหญ่ พังประตูขึ้นนำได้สำเร็จ 

zoom

    ใช่แล้วครับ คนๆนั้นคือ ลูคัส ตอร์เรยร่า นั่นเอง

    ช่วงสามเกมหลังที่ผ่านมา แข้งรายนี้โผล่ขึ้นมามีส่วนร่วมกับประตูได้บ่อยครั้ง ซึ่งแน่นอนมันเป็นไปตามแท็คติกที่เอเมรี่ ได้วางไว้ "ความมั่นใจของผมมันมาจากเพื่อนร่วมทีม และโค้ชก็บอกกับผมก่อนเกมทุกครั้งว่าให้พยายามเติมขึ้นสูง" ตอร์เรยร่าอธิบายว่าโค้ชได้สั่งให้ตัวเองหาโอกาสเติมเกมบุกทุกครั้งที่มีโอกาส 

    นอกเหนือจากนี้มีอีกสิ่งหนึ่งที่ตัวเขาได้นำการเล่นสไตล์อุรุกวัยมาประยุกต์ใช้กับอาร์เซน่อล และดูเหมือนทีมจะค่อยๆซึมซับการเล่นนี้เข้าไปแล้ว โดยสิ่งนั้นเรียกว่า 'garra charrua'

    ถามว่า Garra Charrua คืออะไร ทำไมเขาถึงให้ความสำคัญกับมัน?

    ชาวอุรุกวัย คนชื่อในเรื่องของความดื้อรั้นและมีความกระหายในชัยชนะ ซึ่งรู้จักในชื่อของ 'garra charrua' 

    "มันยากที่จะอธิบายความหมายของมันนะ มันเป็นวิถีของการเล่นฟุตบอล พวกเราเติบโตมาด้วยการเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ ทำให้สิ่งนี้(garra charrua) มันฝังอยู่ในสายเลือดของชาวอุรุกวัย" ตอร์เรยร่า พยายามอธิบาย

    "garra charrua มันคือสิ่งที่อยู่ในตัวของเรา ภายใต้ตราหน้าอกทีมชาติ เราต้องทำให้ดีที่สุดเพราะทุกครั้งที่เราลงสนาม เปรียบเสมือนการเป็นตัวแทนของครอบครัวและคนทั้งชาติ นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดกับเรา"

    ตัวอย่างที่ดีที่สุดของคำว่า garra charrua ตามที่ตอร์เรยร่าบอก คือเกมในฟุตบอลโลก 2018 ที่อุรุกวัย เอาชนะ โปรตุเกส 2-1 ซึ่งเล่นอย่างอดทนจนเอาชนะดีกรีแชมป์ยุโรปลงได้

zoom

    และจุดสำคัญที่ garra charrua ถูกเชื่อมโยงมาสู่อาร์เซน่อล คือ ยามใดที่ทีมไม่ได้ครอบครองบอล ทีมจำเป็นต้องแย่งบอลคืนกลับมาให้เร็วที่สุด แม้มันจะต้องแลกด้วยความเหนื่อนล้าก็ตาม

    นั่นคือสิ่งที่ มิดฟิลด์ฉบับกระเป๋ารายนี้ เป็นที่ยอมรับอย่างรวดเร็วของเอเมรี่ ด้วยการวิ่งที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ซึ่งมันตรงกับระบบของเทรนเนอร์สแปนิช

    ซึ่งหากย้อนกลับไปอ้างอิงถึงคำพูดของโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือแมนฯยูไนเต็ด ที่บอกว่าอยากได้กองกลางแบบวิ่งสู้ฟัด(Mad Dog) ไว้ไล่บอลคืนจากคู่แข่ง 

    หากใครนึกว่าไม่ออกว่าเป็นนักเตะคนไหน หรือใครที่นึกว่าเอ็นโกโล่ ก็องเต้ เป็นคนแรก บอกเลยว่า ตอร์เรยร่าก็มีคุณสมบัติเช่นนั้นอยู่เหมือนกัน

zoom

    สถิติชี้ชัดว่ายามที่อาร์เซน่อล มีเขาอยู่ในสนามในเกมลีก 1,142 นาที ทีมเสียไปเพียง 13 ประตูเท่านั้น ขณะที่ 297 นาทีที่ไม่มีเขาบนสนาม เสียไปถึง 7 ลูกเลยทีเดียว

    ส่วนสถิติส่วนตัวของเขามีค่าเฉลี่ยผ่านบอลแม่นยำสูงถึง 89.4%!

    อูไน เอเมรี่ ให้สัมภาษณ์กล่าวชมลูกทีมคนเก่งหลังจบเกมเชือดฮัดเดอร์สฟิลด์ ว่า "อาทิตย์ก่อนเขายิงได้(เกมกับสเปอร์ส) และวันนี้เขาก็ยิงได้อีก เขาเป็นนักเตะที่มีคุณภาพสูง การอ่านเกมและการเข้าใจเกมของเขาทั้งรุกและรับสุดยอด เขาเป็นคนที่มีไหวพริบดีมาก เท้าของเขาก็เช่นกัน  เขาทำได้ดีมากๆ ในเกมรับ และอย่างในวันนี้รวมถึงสัปดาห์ก่อน เขาก็แสดงให้เห็นว่า เขาสามารถลุยเข้าไปในกรอบเขตโทษและทำประตูได้เช่นกัน" 

    จากประตูของตอร์เรยร่า พาไปสู่ชัยชนะของอาร์เซน่อล ทำให้ตอนนี้พลพรรคปืนใหญ่ไม่แพ้ใครมาแล้ว 20 เกมในทุกรายการ (ชนะ15 เสมอ5) ซึ่งเป็นระยะเวลานานที่สุดนับตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน 2007 

    และในรอบ 6 เกมหลังสุด ตอร์เรยร่า คว้าแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปถึง 5 เกมด้วยกัน

    คำถามปิดท้าย ดีพอหรือยังที่จะยกให้เขาเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ฯ?

    HOSSALONSO

HOSSALONSO