พุธ ที่ 10 เมษายน 2562 22:01 ว่าด้วยหลุมดำ

View Share
SHARE

ผมจำได้ว่าเคยเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของ เซิร์น (CERN) เมื่อสักสิบปีที่แล้วช่วงที่ประจำการอยู่อังกฤษ

    CERN เป็นชื่อย่อของ European Center for Nuclear Research หรือองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรปเพื่อวิจัยและพัฒนาด้านนิวเคลียร์

    ใครที่เป็นคอนิยายวิทยาศาสตร์คงได้รู้จักชื่อนี้กันมาบ้าง โดยเฉพาะนิยายสุดมันของ แดน บราวน์ เรื่อง Angels & Demons หรือ เทวาซาตาน ซึ่งมีเรื่องราวเกี่ยวกับองค์กรนี้อยู่ในเล่มด้วย

    ตอนนั้นผมเขียนถึงการจำลอง "บิ๊กแบง" ซึ่งเป็นทฤษฎีที่น่าเชื่อถือที่สุดแล้วในเวลานี้สำหรับคำถามที่ว่าจักรวาลเกิดขึ้นได้อย่างไร

    เป็นการจำลองการเกิดบิ๊กแบงขึ้นมาเองโดยนักวิทยาศาสตร์ของ CERN

    ไม่แน่ใจว่ามันเป็นข่าวใหญ่ขนาดไหนในเมืองไทยเวลานั้นนะครับ แต่ที่อังกฤษผู้คนตื่นตัวกันพอสมควรเพราะขึ้นพาดหัวหนังสือพิมพ์หลายฉบับ

    มันไม่ถึงกับพาดหัวยักษ์เป็นภารกิจของโลกห้ามพลาดเด็ดขาดอะไรหรอก ทว่ามีการนำเสนอให้รับทราบกันผ่านสื่อ ใครที่ไม่เคยรู้หรือไม่เคยตามข่าวมาก่อนก็ได้รู้ในตอนนั้นว่าเขาจะมีการจำลองการเกิดบิ๊กแบง

    ผมเขียนอธิบายวิธีการจำลองไว้ค่อนข้างละเอียด แต่เล่าคร่าวๆ คือ CERN สร้างอุโมงค์วงกลมความยาวเส้นรอบวง 27 กิโลเมตรฝังลึกลงไปใต้ดิน 100 เมตรบริเวณรอยต่อระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์กับฝรั่งเศส

    การจำลองบิ๊กแบงทำขึ้นในอุโมงค์นั้นโดยมีเครื่องเร่งความเร็วอนุภาค Large Hadron Collider หรือ LHC ปล่อยอนุภาคโปรตรอนวิ่งชนกันด้วยความเร็วแสงเพื่อให้เครื่องมือที่เตรียมเอาไว้ได้วัดค่าปฏิกิริยาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชั่วเสี้ยวล้านส่วนของวินาทีนั้น

    ที่มันเป็นข่าวก็เพราะนักวิทยาศาสตร์บางคนกังวลถึงสิ่งที่เกิดขึ้นครับ เพราะในเสี้ยวล้านส่วนของวินาทีที่ชนกันนั้นมันจะเกิดหลุมดำขึ้นมาหลายหลุม แต่เป็นเพียงหลุมดำขนาดเล็กปะติ๋วยิ่งกว่าอะตอม จากนั้นก็จะสูญสลายหรือแปรสภาพไปเป็นพลังงานอย่างอื่นแทน

    หลุมดำที่เกิดขึ้นมานั่นแหละครับเป็นประเด็น เพราะเขากลัวว่าถ้าควบคุมไม่อยู่หรือเกิดเรื่องไม่คาดฝัน หลุมดำที่ควรจะเล็กกว่าอะตอมนั้นจับตัวกันติดกลายเป็นหลุมที่มีอานุภาพขึ้นมามันจะกลายเป็นหลุมดำใจกลางทวีปยุโรปแล้วกลืนกินโลกทั้งใบหรือเปล่า

    ในทางวิทยาศาสตร์เขาคำนวนอย่างละเอียดแล้วว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ก็นั่นล่ะครับ ขึ้นชื่อว่าหลุมดำมันก็น่าเสียวไส้เมื่อได้ยินว่ามันจะเกิดขึ้นในการทดลอง แถมยังเป็นการทดลองใต้แผ่นดินที่เรายืนอยู่นี่ล่ะ

    ถ้า CERN คำนวนผิดเล่า โลกนี้จบเห่เลยนะ!

    มีความกังวลเรื่องนี้ถึงขนาดมีคนทำคลิปเหตุการณ์จำลองกรณีที่เลวร้ายที่สุดด้วยนะครับนั่นคือหลุมดำของ CERN กลืนกินโลกเราเข้าไป ผมเปิดดูคลิปไปด้วยแล้วก็เขียนงานชิ้นนั้นไปด้วย รู้สึกครึ้มอารมณ์ดีเหมือนกัน

    ตอนนั้นสื่อกีฬาบางเจ้าเขาจับเรื่องนี้ไปโยงกับทีมชาติอังกฤษที่คุมทีมโดย ฟาบิโอ คาเปลโล่ และมีเกมล้างตานัดสำคัญไปเยือนโครเอเชียที่ซาเกร๊บในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2010 พอดีด้วยก็เลยมีเรื่องเชื่อมให้เขียน

    สุดท้ายแล้วความกังวลนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นล่ะครับ เพราะถ้ามันเกิดขึ้นจริงโลกก็คงถูกหลุมดำยี่ห้อ CERN ดูดหายไปแล้ว ส่วนผลการจำลองบิ๊กแบงคราวนั้นผ่านไปด้วยดีและก็น่าจะมีการพัฒนาต่อเนื่อง

    ผมเขียนถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะนึกถึงคอลัมน์ที่เคยเขียนเอาไว้อีกครั้งตอนที่ได้เห็นข่าวว่านักวิทยาศาสตร์จะเผยแพร่ภาพหลุมดำ "ของจริง" เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ตอน 2 ทุ่มวันนี้ (พุธ 10 เม.ย. 2019)

    อันที่จริง "หลุมดำ" นั้นอยู่กับเรามานานนะครับ อยู่ในหนังสือ อยู่ในนิตยสาร อยู่ในภาพยนตร์ อยู่ในโลกโซเชียล อยู่ในเพจที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์

    เรารู้จักหลุมดำดี รู้ว่ามันดูดทุกอย่างที่ขวางหน้า แม้กระทั่งแสงก็ยังไม่สามารถหนีพ้น

    เรารู้จักมัน หลับตาเห็นภาพ แค่ได้ยินชื่อก็นึกออก แต่ทั้งหมดคือภาพในจินตนาการทั้งสิ้น..

    หลุมดำทุกหลุมที่เรารู้จักและเคยผ่านตาหรือฝังอยู่ในจินตนาการ มันก็คือจินตนาการล้วนๆ

    เป็นการวาดขึ้นมาเองด้วยมือ จำลองขึ้นมาเองโดยคอมพิวเตอร์ สร้างขึ้นมาเองโดยทีมงานผลิตภาพยนตร์

    ไม่มีใครเคยเห็น "หลุมดำ" จริงๆ ว่าเป็นยังไง.. จนกระทั่งในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี่ล่ะครับ

    หลังสองทุ่มของวันนี้ไป ภาพของหลุมดำที่องค์การแห่งยุโรปเพื่อการวิจัยทางดาราศาสตร์ในท้องฟ้าซีกใต้ (ESO) จะเผยแพร่ให้ชมกันคงจะเป็นภาพที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ เป็นวงกว้าง และเป็นภาพที่จะใช้อ้างอิงถึงหลุมดำต่อไปในอนาคต

    ผมคิดว่ามันคงไม่ใช่ภาพที่สวยงามหรือมีสีสันบรรเจิดอย่างที่เราเคยเห็นภาพหลุมดำมานับร้อยนับพันภาพ มันอาจจะเป็นแค่ภาพขาวดำจืดๆ ดูแป๊บเดียวก็เบื่อ บอกกับตัวเองว่า "แค่นี้เองเหรอ" ก็ได้ เพราะเอาเข้าจริงมันก็เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้นเอง

    หากที่สำคัญที่สุด มันคือ "ของจริง" น่ะครับ เป็นหลุมดำของจริงที่มีอยู่ในจักรวาลและเทคโนโลยีของมนุษยชาติสามารถถ่ายภาพมันมาให้เห็นได้

    ใครที่สนใจลองติดตามได้ทางช่องทางต่างๆ ครับ

National Science Foundation

www.eso.org/public

www.youtube.com/watch?reload=9&v=Dr20f19czeE

ESO Astronomy 

    หรือจะเข้าไปดูในเพจ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page ก็ได้น่าจะมีลิงค์เชื่อมต่อไปยังเว็บหรือเพจต่างๆ ที่มีการถ่ายทอดสดให้ชมกันอยู่

    ไม่เกี่ยวกับกีฬาแต่เผื่อว่ามีใครสนใจเรื่องดาราศาสตร์อยู่จะได้ไม่พลาดนะครับ..

ตังกุย

ตังกุย

TAG