เสาร์ ที่ 13 กรกฏาคม 2562 08:00 ลิเวอร์พูล กับ ยุคทองด้านการเงิน

View Share
SHARE

บทความแปลจาก เอ็คโค่ ชื่อเรื่อง "The off-field financial factors behind Liverpool's re-birth as a global sporting superpower" ครับ

   ชัยชนะของลิเวอร์พูลในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นำมาซึ่งความสำเร็จให้เแฟนๆทั่วโลกได้เห็น ซึ่งมันมีหลายปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังในเรื่องนี้

   เจอร์เก้น คล็อปป์ สร้างผลงานที่ดีที่สุดในระยะเวลาเกือบ 4 ปีกับลิเวอร์พูล เขาใกล้เคียงที่จะยุติการรอคอยแชมป์ลีกในรอบ 29 ปี แต่อีกสามสัปดาห์ต่อมาเขาก็พาทีมคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 มาครองได้

zoom

  ภายใต้การทำงานของคล็อปป์.. ลิเวอร์พูลสามารถต่อกรกับคู่แข่งได้ทุกทีมทั่วโลก และมีขุมกำลังนักเตะที่ดีที่สุดในรอบเกือบ 3 ทศวรรษ โดยมีเป้าหมายคือไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง

  อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่แค่เรื่องของผู้เล่นและสตาฟฟ์โค้ชเท่านั้นที่ทีมกำลังเดินอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง

  นับตั้งแต่เจอร์เก้น คล็อปป์ รับงานนี้เมื่อเดือนตุลาคม 2015 ลิเวอร์พูลมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมากๆ ซึ่งทำให้ตลอดช่วงที่ผ่านมามีหลายบริษัททั่วโลกสนใจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับทีมเพื่อเป็นสปอนเซอร์

  ในเรื่องการเงินนั้น สโมสรก็กำลังประสบความสำเร็จด้วยดี และจะว่าไปมันก็เกือบจะดีเท่ากับผลงานในสนามของทีมด้วยซ้ำ หลังจากมีรายรับไหลเทเข้ามา โดยดีลใหม่นี้คือการทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรกับบริษัทด้านการพนันในช่วงไม่กี่วันมานี้

  เมื่อวันพุธ(10 ก.ค.) ที่ผ่านมาลิเวอร์พูลได้สปอนเซอร์รายใหม่เข้ามาสนับสนุนทีม สโมสรเพิ่งประกาศเซ็นสัญญากับ 1XBET บริษัทเกี่ยวกับการพนันที่เติบโตได้รวดเร็วมากที่สุดในวงการด้านนี้ โดยที่แฟนบอลลิเวอร์พูลได้จะสิทธิพิเศษต่างๆในการใช้บริการ

zoom

  ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ สโมสรก็ได้ทำข้อตกลงกับสปอนเซอร์อีกสองราย อย่าง คาร์ลสเบิร์ก บริษัทเครื่องดื่มที่อยู่คู่กับลิเวอร์พูลมายาวนานตั้งแต่ปี 1992 และได้ต่อสัญญากันไปจนถึงสิ้นสุดฤดูกาล 2023/24 รวมถึง แอ๊กซ่า(AXA)ที่แฟนๆคงได้เห็นกันบ้างแล้วบนยูนิฟอร์มชุดซ้อมของลิเวอร์พูลซึ่งแบรนด์นี้ก็ได้เข้ามาแทนที่ของ Betvictor ที่หมดสัญญาไป

  ข้อตกลงสัญญาที่เข้ามานี้ ทำให้เรื่องการเงินนอกสนามของลิเวอร์พูลยังคงเติบโตไปเรื่อย ซึ่งจากรายงานล่าสุดระบุว่า สโมสรมีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านปอนด์ไปแล้ว

...

  การดำเนินการด้านพาณิชย์ของลิเวอร์พูลประสบความสำเร็จอย่างมากโดยได้บิลลี่ โฮแกน ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการคอยให้คำแนะนำ และหากอ้างอิงจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรแล้วนั้น ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล มีสปอนเซอร์มากถึง 26 ราย ซึ่งรายล่าสุดก็คือ 1XBET นั่นเอง

zoom

  ความสำเร็จไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในปีนี้ ย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อน ลิเวอร์พูลก็เซ็นสัญญากับ Western Union บริษัทการเงินชื่อดัง ให้เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ตรงแขนเสื้อเจ้าแรกของทีม โดย ลิเวอร์พูล ได้เงินเข้ากระเป๋าจากดีลนี้ 25 ล้านปอนด์ ภายใต้ระยะสัญญา 5 ปี

  และเมื่อไม่กี่วันก่อนเกมนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สโมสรก็ประกาศว่า Standard Chartered จะยังเป็นสปอนเซอร์หลักบนหน้าอกเสื้อแข่งต่อไป

  สำหรับ Standard Chartered นั้น เข้ามาเป็นสปอนเซอร์คาดหน้าอกแทนที่ Carlsberg ตั้งแต่ปี 2010 และทำให้ธนาคารรายนี้เป็นสปอร์นเซอร์ยาวนานที่สุดอันดับสองรองจากบริษัทเครื่องดื่มจากเดนมาร์ก

zoom

  ในดีลฉบับเก่า ลิเวอร์พูลจะได้เงินเฉลี่ยจาก Standard Chartered ตกปีละ 30 ล้านปอนด์ แต่ในสัญญาฉบับใหม่ ที่เซ็นกัน 5 ปี มูลค่า 160 ล้านปอนด์ ทำให้พวกเขาได้เงินเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นเฉลี่ยปีละ 32 ล้านปอนด์

...

  ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขรายได้ของลิเวอร์พูลมาจากหลากหลายบริษัทที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับฟุตบอล ซึ่งถือเป็นการประสบความสำเร็จในแง่ธุรกิจ

  การที่สปอนเซอร์หลายเจ้าเข้ามาเป็นพันธมิตรกับลิเวอร์พูลนั้น ทำให้สโมสรมีมูลค่าสูงถึง 1.02 พันล้านปอนด์ ซึ่งจากรายงานของ Brand Finance บอกว่าลิเวอร์พูล เป็นทีมฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงสุดอันดับ 6 ของโลก

zoom

  ความสำเร็จด้านเชิงพาณิชย์นอกสนามของลิเวอร์พูล มันชัดเจนยิ่งขึ้นหากเทียบกับเมื่อปี 2017 ตอนนั้น Brand Finance เจ้าเดิม ระบุว่า ลิเวอร์พูล มีมูลค่าทีมเพียง 710 ล้านปอนด์ ซึ่งจากนั้นมาลิเวอร์พูลมีการเติบโตถึงปีละ 40%

...

  เป็นที่เชื่อกันว่า หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้ลิเวอร์พูลมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น มาจากที่พวกเขาเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามเรื่องสินค้าผิดลิขสิทธิ์ในตลาดภูมิภาคอาเซียน โดยเสนอสินค้าลิขสิทธิ์ให้มีราคาถูกลงเพื่อให้ผู้บริโภคในย่านนี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น (ในความคิดผมคาดว่า คือการที่สโมสรทำชุดแข่งเกรดแฟนบอลในราคาที่คนทั่วไปสามารถจับต้องได้ โดยไม่ต้องไปซื้อถึงระดับเกรดเพลเยอร์)

zoom

  ในเรื่องชุดแข่งของลิเวอร์พูล เป็นที่คาดว่ารายรับจากสปอนเซอร์จะได้มากกว่าเดิม... ปัจจุบันข้อตกลงกับ New Balance มีมูลค่า 45 ล้านปอนด์ต่อปี ซึ่งสัญญาดังกล่าวจะหมดลงในปีหน้า

  สำหรับในช่วงนี้ลิเวอร์พูลเองก็กำลังพูดคุยกับแบรนด์หลายเจ้า ซึ่งจากการคาดการณ์แล้ว มูลค่าสัญญาฉบับต่อไปจะอยู่ในระดับเดียวกับ แมนฯยูไนเต็ด ที่ได้รับจาก ADIDAS ราวๆ 75 ล้านปอนด์

...

  นอกจากที่เล่ามาในเรื่องรายได้นอกสนาม ผลงานในสนามที่เจอร์เก้น คล็อปป์ทำไว้ก็ประสบความสำเร็จไม่ต่างกัน

  เบื้องหลังจากการคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 กับการทำสถิติ 97 แต้มในพรีเมียร์ลีก ทำให้ลิเวอร์พูลได้รับเงินเข้าคลังกว่า 250 ล้านปอนด์ โดยแบ่งเป็น 150 ล้านปอนด์จากผลงานในประเทศและ 100 ล้านปอนด์ จากผลงานบอลยุโรป

zoom

  ผลประกอบการในพรีเมียร์ลีกจะดีขึ้นไปอีกหากพวกเขาทำได้ดีกว่าอันดับสอง เช่นเดียวกับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดเจ้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามา

  เดิมทีลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด มีหลักๆสองเจ้าคือ Sky และ BT จนกระทั่ง Amazon ประสบความสำเร็จในการเข้ามามีส่วนถ่ายทอดเกมพรีเมียร์ลีก โดย Amazon จะได้สิทธิ์ถ่ายทอด 20 เกมต่อซีซั่น ไปจนถึงจบฤดูกาล 2021/2022 ซึ่งแน่นอนมันจะทำให้ลิเวอร์พูลมีรายได้เพิ่มมากขึ้นไปอีก 3 ปีข้างหน้า

...

  ในซีซั่น 2017/18 ลิเวอร์พูลใช้จ่ายเงินไปราวๆ 75% ของอัตราส่วนที่เปลี่ยนแปลง(Turnover)ในเรื่องของค่าจ้างและค่าตัดจำหน่าย ทั้งหมดนี้มันคือตัวเลขปกติที่สโมสรชั้นยอดพึงจะทำ

  เงินสดสุทธิจำนวน 101 ล้านปอนด์เกิดจากการดำเนินงานประจำวันในตลอดทั้งซีซั่น ซึ่งจากเงินจำนวนนั้นก็ทำให้สโมสรมีเงินมากกว่า 50 ล้านปอนด์ ในการคว้าผู้เล่นเข้ามาเสริมทัพ และจากการเสริมทัพเมื่อปีที่แล้วก็เป็นรากฐานให้ทีมประสบความสำเร็จในตอนนี้

zoom

  ย้อนไปตอนตลาดซื้อขาย ปี 2018 ลิเวอร์พูลใช้เงินได้เยอะที่สุดที่เคยทำมา เงินจำนวน 250 ล้านปอนด์ เป็นการจ่ายเงินเพื่อคว้า อลีสซง เบ็คเกอร์ (65 ล้านปอนด์) นาบี้ เกอิต้า(52 ล้านปอนด์) ฟาบินโญ่(40 ล้านปอนด์) และเซอร์ดาน ชากิรี่(13 ล้านปอนด์) รวมถึง 75 ล้านปอนด์ของเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เมื่อตอนมกราคม

  ลิเวอร์พูล มุ่งหน้าสู่ฤดูกาลใหม่ศักยภาพการเงินที่ดีแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และพร้อมที่จะตอกย้ำถึงสถานะของพวกเขาว่าเป็นมหาอำนาจด้านวงการกีฬาของโลกใบนี้

  Boot Room - บู๊ท รูม

HOSSALONSO

HOSSALONSO