อาทิตย์ ที่ 14 กรกฏาคม 2562 11:50 สื่ออังกฤษน่ากลัวมาก?

View Share
SHARE

เมื่อวันก่อน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ออกโรงมาชี้แจงแอนด์แถลงไขแล้วนะครับ

    กุนซือปีศาจแดงคนปัจจุบันพูดถึงหลายเรื่องเลยทีเดียว แต่ประเด็นสำคัญที่แฟนบอลและนักข่าวสนใจใคร่รู้จนตัวสั่นมากที่สุดมีอยู่แค่ 2 เรื่องเท่านั้น

    เรื่องแรกคือ ปอล ป็อกบา กระสันอยากจะถีบตัวเองออกจากเครื่องแบบของ แมนฯ ยูไนเต็ด จริงหรือเปล่า?

    อีกเรื่องหนึ่งคือถ้าจริงแล้วเขาอยากจะย้ายตูดไปไหน ??

    "ปอล ป็อกบา ไม่เคยกระเสือกกระสนดิ้นรนอยากดีดตัวเองออกจากทีม แถมยังทุ่มเทอย่างเต็มที่เสมอ...ผมไม่สามารถแจกแจงรายละเอียดต่างๆ ได้ทั้งหมด ทว่าคงมีแต่เอเยนต์นั่นแหละที่พูดอยู่ตลอดเวลา และผมยืนยันได้เลยว่าเรายังไม่ได้รับข้อเสนอจากสโมสรไหนเลย นี่แหละคือเรื่องสำคัญที่ผมสามารถพูดได้"

    นี่เป็นเพียงบางส่วนจากคำให้การของคุณน้าลูกอมเท่านั้นนะครับ แต่ก็น่าจะชัดเจนเพียงพอที่ทำให้ผู้ชมทางบ้านอย่างเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อข่าวลือ ซึ่งออกมาแบบเป็นระยะได้ไม่มากก็น้อย

    นับตั้งแต่เจ้าตัวเขาให้สัมภาษณ์ที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนที่แล้วประมาณว่า "ต้องการความท้าทายใหม่ๆ" ซึ่งมันคงตีความเป็นอื่นใดมิได้ ก็มีการจับตาสถานการณ์นี้จากบรรดาสรรพสื่ออย่างเกาะติดเสียยิ่งกว่าปลิงดูดเลือด โดยมีการนำเสนอข่าวย้ายทีมของดาวเตะค่าตัว 89 ล้านปอนด์ผู้นี้ออกมาแบบรายวันเลยทีเดียว

zoom

    แน่นอนว่าในฐานะผู้จัดการทีม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ย่อมต้องพูดในแง่บวกอยู่แล้ว แต่ถามว่า ปอล ป็อกบา อยากย้ายทีมจริงหรือเปล่า?

    หากวิเคราะห์จากสิ่งที่เกิดขึ้นมาโดยตลอดนับตั้งแต่ปลายฤดูกาลที่ผ่านมา มันก็มีความเป็นไปได้อยู่แล้ว แถมผมยังเชื่อว่าเขาต้องมีความรู้สึกแบบนี้บ้างล่ะน่า ในเมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด เองก็ไม่ได้แสดงความทะเยอทะยานที่การทวงคืนความยิ่งใหญ่กลับมา ขณะที่องค์ประกอบของทีมชุดปัจจุบันก็ไม่ค่อยจะนำพาซึ่งความสำเร็จสักเท่าไหร่

    การเลื้อยตูดไปอยู่กับทีมที่มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าย่อมทำให้คุณพี่เขาเติมเต็มชีวิตการค้าแข้งของตัวเองมากขึ้น กล่าวคือมันเป็นวิถีของนักฟุตบอลอาชีพโดยทั่วไปอยู่แล้ว

    เพียงแต่ตอนนั้นกับตอนนี้มันต่างกรรมต่างวาระ

    ตอนนั้นชาวบ้านอาจตีความได้ว่า ปอล ป็อกบา ต้องการความท้าทายใหม่จริงๆ แถมหมายความตามที่พูด ทว่าหลังจากได้พูดคุยกับเจ้านาย รวมถึงพิจารณาจากสัญญากับท่านซาตานที่เหลืออยู่ถึง 2+1 ปี มันก็อาจทำให้เขาเปลี่ยนใจ ซึ่งมันได้ถูกบ้วนออกจากรูปากของกุนซือเบบี้เฟซเป็นที่เรียบร้อย

    เบื้องต้นในเมื่อ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เป็นผู้แถลงออกมาเองแบบนี้ มันก็ค่อนข้างชัดเจนและสร้างความสบายใจให้ผู้มีจิตศรัทธาในปีศาจแดงและผู้เล่นคนนี้ได้ในระดับหนึ่ง

zoom

    อย่างน้อยๆ มันก็น่าจะช่วยให้ผู้เสพสื่อมีวิจารณญาณมากขึ้น โดยไม่ปักใจเชื่ออะไรง่ายๆ อย่างที่สื่อพยายามชี้นำหรือสะกดจิตตามกลวิธีของพวกเขา เฉพาะอย่างยิ่งในวันที่โลกเน่าๆ ของเราถูกครอบงำด้วยระบบโซเชี่ยล มีเดีย ชาวบ้านส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนที่ความรู้น้อย หรือพวกที่จัดอยู่ในประเภท "วัยรุ่นโง่ๆ" ที่พร้อมจะเชื่อทันทีแบบไม่ยอมไตร่ตรองให้ละเอียดถี่ถ้วน

    ขณะที่สื่อย่อมต้องการสร้างกระแสให้มันมีความหวือหวามากที่สุด เฉพาะอย่างยิ่งสื่อในเมืองหลวงแห่งลูกหนังที่ขึ้นชื่อเรื่องความแสบสันต์มานานแล้ว เมื่อก่อนพวกเขาเห็นงูเขียวแล้วมักมาบอกชาวบ้านว่าเห็นงูเห่าเป็นประจำ เดี๋ยวนี้ งูสักตัวยังไม่ทันเลื้อยผ่านหน้า แค่มองเห็นไส้เดือนกำลังนอนเล่นอยู่บนพื้น พวกพี่ๆ เขากลับบอกชาวบ้านว่าพบอสรพิษตัวยาวกว่า 3 เมตรเลื้อยผ่านอย่างไม่สะทกสะท้าน

    ...ว่าแล้วขออนุญาตยกตัวอย่างจากเหตุการณ์ที่เพิ่งบังเกิดขึ้นหมาดๆ สัก 2 กรณี

    กรณีแรกคือตอนที่ ปอล ป็อกบา กลับไปรายงานตัวแล้วเดินทางไปขึ้นเครื่องบินไปทัวร์ในช่วงพรีซีซั่นพร้อมสโมสร

    ภาพหนึ่งปรากฏบนโลกโซเชี่ยลพร้อมคำบรรยาย

    มันเป็นภาพของ ปอล ป็อกบา ที่กำลังเดินก้มหน้าก้มหน้าบนใบเหมือนอมชักโครก

    ด้วยอคติที่อาจมีอยู่ในใจประกอบกับข่าวลือที่ออกมาเป็นระยะ เมื่อเห็นภาพนี้แล้วชาวบ้านส่วนใหญ่จึงตีความไปก่อนเลยประมาณว่า...นี่ไง เขาต้องไม่มีความสุขที่ต้องกลับมาฝึกซ้อม แถมยังเจอเพื่อนร่วมทีมที่คุณภาพบัดซบอย่าง คริส สมอลลิ่ง, ฟิล โจนส์ หรือ เจสซี่ ลินการ์ด อีกแล้ว

zoom

    ในฐานะของคนหนังสือพิมพ์รุ่นอนาล็อก ผมทั้งอธิบายในรูปแบบตัวหนังสือและคำพูดไปหลายครั้งแล้ว และคงต้องพยายามอธิบายต่อไปจนกว่าจะเด๊ดห่ากันไปข้างว่า "ภาพนิ่ง" ไม่สามารถสะท้อนความจริงได้อย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ

    อย่าว่าแต่เต็มร้อยเลยครับคุณ ภาพนิ่งบางภาพมันอาจทำให้ความจริงบิดเบี้ยวไปอีกทางจนสร้างความเข้าใจที่ผิดๆ ให้ผู้พบเห็นได้แบบดื้อๆ - ภาพนิ่งจึงใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงอะไรไม่ได้เสมอไป

    ความจริงไอ้การที่คนเราจะทำหน้าเหมือนตกอยู่ในอาการอยากเตะหน้าคนมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เวลาเราเจออาการร้อน เจอฝนตก เรียกแท็กซี่แล้วพี่เขาบอกว่าจะรีบไปเติมแก้ส หรือเห็น สส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเห่าแข่งกับหมาในสภา ใบหน้าของเราอาจบูดบึ้งได้โดยไม่รู้ตัว

    มิซ้ำมันก็คงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะให้ใครเดินแหกยิ้มอย่างรื่นเริงเวลาไปไหนมาไหนได้ตลอดเวลา นอกจากมึงจะเมากัญชาที่มาจากสกลนครนั่นแหละ

    ดังฉะนั้นมันจึงเป็นเรื่องของจังหวะในการถ่ายภาพและการเลือกรูปภาพมานำเสนอของผู้เป็นสื่อซะมากกว่าว่ามีเจตนาแบบไหน

    บางทีตอนนั้น "คุณป็อก" อาจถูกกางเกงในเข้าตูด หรืออารมณ์เสียกับอะไรสักเรื่องจนอาการออกมาบนใบหน้าเพียงแค่ไม่กี่วินาทีแล้วดันถูกจับภาพได้แบบพอดิบพอดีจากการกระหน่ำกดชัตเตอร์แบบรัวๆ ของช่างภาพ

zoom

    หมายความว่าภาพของ ปอล ป็อกบา ที่ช่างภาพถ่ายเอาไว้มันย่อมมีมากกว่า 1 ภาพและหลากหลายอารมณ์ เพียงแต่สื่อเลือกที่จะภาพหน้าตาบูดบึ้งของเขาเอามาลงเพียงภาพเดียว

    ทีนี้ถามว่าแล้วทำไม เขาถึงไม่เอาภาพที่เจ้าแหกยิ้มอย่างร่าเริงมาลงล่ะ?

    คำตอบคือมันไม่น่าสนใจไง

    "ป็อกบาหน้ายิ้ม" กับ "ป็อกบาหน้าตูด" ขณะเดินทางกลับไปรายงานตัวท่ามกลางข่าวลือว่าอยากย้ายทีม

    อืมมมมมมม...แล้วคุณคิดว่าอันไหนชาวบ้านจะให้ความสนใจมากกว่ากัน?

    อีกกรณีหนึ่งคือคลิปภาพเคลื่อนไหวที่ทางสโมสรเป็นผู้ปล่อยออกมาเอง

    คลิปนี้สื่อโซเชี่ยลเลือกที่จะตัดเฉพาะตอนที่ "ดูเหมือนว่า" ปอล ป็อกบา กับ เจสซี่ ลินการ์ด กำลังถกเถียงกันอย่างรุนแรงจน วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ต้องเข้ามาแยก

    หากดูเผินๆ เพียงไม่กี่วินาทีเหมือนทั้งคู่ทะเลาะกันจริงๆ นั่นแหละ

    ต่อเมื่อได้ดูคลิปนี้แบบเต็มๆ ตั้งแต่ก่อนไปจนหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คุณจะต้องอุทานในใจว่า "เฮ๊ย...นี่มันไม่ใช่อย่างที่เข้าใจในตอนแรกนี่หว่า" มันก็เป็นเพียงแค่กระเซ้าเย้าแหย่กันตามประสาเพื่อน ก่อนหัวล่อต่อกระซิกโดยที่ไม่มีปัญหาอะไรกันสักหน่อย

zoom

    คิดง่ายๆ ถ้านักเตะทีมตัวเองมีปัญหาทะเลาในระหว่างเดินกลับจากการฝึกซ้อมจริงๆ แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด จะปล่อยคลิปนี้ออกมาในสื่อของตัวเองทำแมวน้ำอะไร...อ้ายฟายยยยย!

    นี่คือการทำงานของสื่อในยุคโซเชี่ยลที่ต้องไม่ลืมว่าใครก็สามารถสถาปนาตัวเองเป็นสื่อได้ ไอ้หนุ่ย มอเตอร์ไซค์วินหน้าวัดเสมียนนารี - คุณลุงสมนึก นักธุรกิจลูกชิ้นปิ้งแห่งสะพานควาย - คุณป้าสำรวย แม่ค้าขายกะรอกที่สวนจตุกร - ไอ้แจ็ค เด็กมัธยมปลายที่ชอบนั่งสไลด์หนอนด้วยความเร็วปานกลางหน้าจอคอมพิวเตอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยไม่จำเป็นต้องเคยร่ำเรียนวิชาสื่อสารมวลชน - ไม่จำเป็นต้องทำงานด้านสื่อโดยตรง และไม่ต้องมีประสบการณ์ห่าเหวใดๆ เพียงแค่มีมือถือแล้วสมัครเฟซบุ๊คเอาไว้ แค่นี้มึงก็สามารถตั้งตนเป็นสื่อได้แล้ว

    อย่างไรไม่ว่า ปอล ป็อกบา อยากจะทิ้งหัวใจไว้ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด หรือไม่ก็ตาม

    ที่แน่ๆ คือดาวเตะวัย 26 ขวบผู้นี้กลับมาฝึกซ้อมตามกำหนดและเดินทางไปทัวร์ข้ามทวีปพร้อมกับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยไม่ได้ลักพาตัวเองหายไปไหนแบบ อองตวน กรีซมันน์ หรือ เนย์มาร์ ซึ่งอย่างน้อย มันก็แสดงให้เห็นว่าเขายังเคารพในสัญญากับซาตาน เคารพสโมสร เคารพแฟนบอล และแสดงความเป็นมืออาชีพออกมาให้เห็น

zoom

    จึงขอย้ำหัวตะปูอีกครั้งว่าการเสพสื่อในยุคนี้จำเป็นต้องใช้อะไรที่เรียกว่า "วิจารณญาณ" อย่างจงหนัก

    กรุณาอย่าปักใจเชื่อในสิ่งที่เห็นครั้งแรกทันที เพราะขนาดภาพเคลื่อนไหวมันยังสะท้อนความจริงไปอีกทางหนึ่งได้เลย นับประสาอะไรกับภาพนิ่ง

    นอกจากนี้ก็ไม่ควรรีบร้อนด่วนสรุปอะไรง่ายๆ เหมือนกระต่ายตื่นตูมที่ชอบตีตนไปก่อนไข้

    เพราะไม่ว่า ปอล ป็อกบา อยากจะย้ายทีมจริงหรือไม่ หากมีทีมใดสักทีมยกขันหมากมาสู่ขอดาวเตะผู้นี้ไปร่วมทัพ โดยยื่นข้อเสนอที่มิอาจปฏิเสธ หรือให้ราคาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด พึงพอใจ มันก็คงปล่อยไปตามวิถีของนักฟุตบอลอาชีพ

    แต่ถ้าไม่มีใครอยากได้หรือไม่มีใครกล้าสู้ราคา

    แน่นอนว่าคุณพี่เขาก็ต้องอยู่ช่วยทีมต่อไป

    เมื่ออยู่ต่อก็ต้องเชียร์และเอาใจช่วยในฐานะผู้เล่นปีศาจแดง

    หากมีอันต้องแยกทางก็อวยพรขอให้โชคดี...มันก็แค่นั้นเอง

    บอ.บู๋

บอ.บู๋