จันทร์ ที่ 14 ตุลาคม 2562 16:07 คัดเลือกยูโร 2020

View Share
SHARE

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปหรือยูโร 2020 คัด 24 ทีม ประมาณครึ่งหนึ่งของทวีปหรืออัตราส่วนสองต่อหนึ่ง ใครตกรอบโดยเฉพาะทีมดัง...คงต้องโดนวิจารณ์ยับเยิน

    เส้นทางการคัดเลือกมีสองเส้นทางครับ ด้วยเพราะยูฟา กำหนดเส้นทางการคัดเลือก 2 แบบ

    1 รอบแบ่งกลุ่ม คัด 20 ทีมจาก 10 กลุ่มๆละสองทีม กำลังแข่งขันกันอยู่ตอนนี้แล้วจะไปจบสิ้นเดือนพ.ย. 

    2 จากยูฟา เนชั่นส์ ลีก 4 ดิวิชั่น เป็นรอบเพลย์ออฟ 4 ทีม โดยโปรแกรมเพลย์ออฟ จะแข่งขันช่วง26-31 มี.ค. 2020 ตามดิวิชั่นตัวเองนะครับ...a-b-c-d

    เส้นทางสายแรกใกล้จบแล้วแต่มีทีมเข้ารอบก่อนใครเพื่อน ล่าสุดก่อนคืนวันจันทร์ที่ 14 และอังคารที่ 15 ต.ค. นำโดย เบลเยียม, อิตาลี,​โปแลนด์ ,​รัสเซีย

    อันนี้เรียงตามลำดับก่อนหลังการเข้ารอบ ที่เหลืออีก 16 ทีมอาจมีช่วงต้นสัปดาห์นี้ หรือไปลุ้นอีกครั้งพ.ย.ที่จะถึง จากนั้นจะมีการจับสลาก 30 พ.ย. ในรอบสุดท้ายที่บูคาเรสต์, โรมาเนีย

    โดยเหลือที่ว่างให้กับอีก 4 โควต้า จากเพลย์ออฟ 

    ส่วนใครจะเพลย์ออฟบ้างนั้น รอก่อนวันที่ 30 พ.ย. เราจะทราบแน่นอน ที่แน่ๆ ทีมไหนที่ได้สิทธิ์เพลย์ออฟ จากยูฟา เนชั่นส์ ลีก แล้วผ่านคัดเลือกในเส้นทางสายแรก ก็เข้ารอบไปเลย จากนั้นค่อยเลื่อนทีมเข้าไปแทนตามแรงกิ้งของเนชั่นส์ ลีก เพื่อเตะเพลย์ออฟ

zoom

    ซึ่งทราบแรงกิ้งหมดแล้ว เพราะแข่งจบตั้งแต่ มิ.ย. ที่ผ่านมา ทีมแชมป์คือโปรตุเกส ส่วนอันดับในสี่ดิวิชั่น 16 กลุ่ม ทราบหมดแล้ว

    เรื่องจับสลากและเพลย์ออฟ ค่อยว่ากันปลายเดือนพ.ย. นะครับ เอาเรื่องเฉพาะหน้าในเส้นทางสายแรกจากการคัดเลือกยูโร 2020 กับสี่ทีมแรก เบลเยียม, อิตาลี, โปแลนด์ และรัสเซีย รวมทั้งคืนสองคืนนี้น่าจะมีทีมตามเข้ารอบเพิ่มอีก ยังไง 13-16 พ.ย. เดือนหน้าจะต้องได้ครบ 20 ทีมแน่นอน

    เบลเยียม...ยังไม่เยี่ยมเท่าไหร่ ทีมที่มีฉายาว่า "ปีศาจแดง" แห่งยุโรปเนี่ย ดีสุดในยูโรคือ "รองแชมป์" ยูโร 1980

    ชุดนั้นก็จัดว่าเจ๋งใช่ย่อย แพ้เยอรมัน (ตะวันตกเดิม) แบบหวุดหวิด 2-1 พอยูโร 1984 ที่ฝรั่งเศสตกรอบแรกเลย ที่บอกว่าเบลเยียม ยังไม่เยี่ยมเท่าไหร่ หมายถึง ลักษณะของทีมนี้คล้ายๆกับสเปนเมื่อก่อน ซึ่งโดนสบประมาทว่า "หมูสนามจริง กระทิงสนามซ้อม"

    คือเล่นรอบคัดเลือกท็อปฟอร์ม แต่พอรอบสุดท้ายตกม้าตาย ไปไม่รอด เจอเกมที่เครียดและกดดัน สอบไม่ผ่าน อย่างสเปน นี่มักโดนอิตาลี สอยร่วงประจำ ต่อให้เล่นดีกว่าขนาดไหน แต่จบเกมก็แพ้ตามระเบียบ

    จนถึงยูโร 2008 หลุยส์ อราโกเนส (ผู้ล่วงลับ) มาปลุกขวัญนักเตะสเปน สร้างความเชื่อมั่นและฐานความสำเร็จให้ บิเซนเต เดล บอสเก้ สานงานต่อ จนได้แชมป์สามทัวร์นาเม้นต์ต่อเนื่อง..ตอนนี้ก็คงไม่ดูหมิ่นสเปนแบบนั้นไม่ได้แล้ว

    เหลือแต่เบลเยียมทีมที่ดีทีมหนึ่งในยุโรปแต่ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน ทั้งที่พวกเขาผลิตนักเตะฝีเท้าดีออกสู่ตลาดยุโรปตลอดเวลา ยุค 80 คือยุคทองของอันเดอร์เลชท์ และ ทีมชาติ

    มีตัวระดับโลกอย่างนายประตู ฌอง มารี พัฟฟ์ ที่เฝ้าเสาให้บาเยิร์น มิวนิค มีแบกระดับโลก เอริก เกเรต (มีข่าวพัวพันล้มบอล) จากพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น มีกองหน้า ยาน คูเลมานส์ ที่กองหลังต้องกลัว

    ชุดนั้นในบอลโลก 1986 ได้อันดับสี่แพ้ อาร์เจนตินาของ เสือเตี้ยรอบรอง ก่อนชิงที่สามแพ้ฝรั่งเศส ของ มิเชล พลาตินี จากนั้นแม้มีใครก้าวขึ้นมา โดดเด่นระดับสโมสร แต่ทีมชาติล้มเหลว

    ทั้ง มาร์ค วิลมอต ที่ล้มเหลวทั้งนักเตะและโค้ช ในระดับชาติ บาร์ท กูร์, ลุค นิลิส, ลอเรนโซ สเตเลนส์ อะไรเหล่านี้ ไม่ผ่านคัดเลือกยูโร ตั้งแต่ปี 2000 จนถึง 2016 ก็ 3 ครั้งด้วยกัน

    นั่นคือความตกต่ำของบอลทีมชาติเบลเยียมอย่างไม่ต้องสงสัย จนมาถึงยุคทองของ เอแดน อาซาร์ นี่แหละครับที่ชาวเบลเยียมเริ่มมีความหวัง นักเตะชุดนี้ของ โรเบรโต มาร์ติเนซ เป็นตัวท็อปหลายสโมสร

    สร้างชื่อกระจายกันตามลีกใหญ่ของยุโรป แทบไม่ต้องเอ่ยชื่อ มาร์ติเนซ ทำทีมไปบอลโลกและทะลุเข้าถึงรอบรองฯ ก่อนแพ้ฝรั่งเศส แต่จบอันดับที่สาม ดีสุดในประวัติศาสตร์...ตอนนี้ผลงานต่อเนื่องถึงคัดเลือกยูโร

    พวกเขาชนะ8 นัดรวด 24 แต้มเต็มเหลืออีกสองนัดแต่เข้ารอบไปตั้งแต่นัดที่7 แล้ว

    มาร์ติเนซ จะใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นบทเรียน พร้อมทั้งเดินตามรอยทีม "กระทิง" ดุสเปนได้หรือไม่ ขุนพลระดับ อาซาร์, เควิน เดอ บรอยน์, ลูกากู, แฟร์ตองเก้น, อัลเดอไวเรลด์, กูร์กตัวส์ จะร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ให้ชาวเบลเยียมได้ภาคภูมิใจ หรือจะโดนสบประมาท

    ว่าเป็นเบลเยียมที่ไม่เยี่ยม....เหมือนเดิมหรือเปล่า น่าติดตามยิ่งนัก

zoom

    ส่วนอีกสามทีมขอสรุปคร่าวๆพอสังเขปนะครับ อิตาลี "สร้างทีมใหม่" หลังจากบอลลีกภายในซบเซา ทีมชาติก็เงียบเหงา ไม่น่ากลัวเหมือนก่อน

    โรแบร์โต้ มันชินี คุมทีมชุดนี้แล้วพาเข้ารอบสุดท้ายแบบไม่ยากลำบากเลย ผิดวิสัยทีมอัซซูรี ยังไงชอบกล ....555 ทีมมานชินี ชนะรวด 7 นัด ยิงไป 20 ลูก

    ทีมชุดนี้นำขบวนโดย มาร์โก แวร์รัตติ หัวใจสำคัญในแดนกลางที่ต้องพิสูจน์ตัวเอง แวร์รัตติ ก็เหมือน มันชินี เล่นสโมสรเยี่ยมยอด เล่นทีมชาติพื้นๆ ไม่เด่นนัก คราวนี้ต้องโชว์ฟอร์มในเกมระดับชาติให้ได้

    อีกคนในด่านสุดท้าย จีจี ดอนนารุมมา เป็นอีกฐานความมั่นใจจากแนวรับ แม้ว่าผลงานสโมสรไม่เข้าฟอร์ม สะเปะสะปะ จนไม่มีใครกลัวแล้วตอนนี้ แต่กลับทีมชาติยังได้รับความไว้วางใจอยู่

    มันชินี สร้างทีมจากเก๋าบวกสด โดย ลอเรนโซ โบนุชชี ยืนคุมเกมรับ จอร์จินโญ คุมแดนกลาง นี้คือสองคนที่เล่นรอบคัดเลือกทุกนัด

    นักเตะที่เริ่มเป็นโครงหลักของทีม นิโกโล บาร์เรลล่า, เฟเดอริโก แบร์ดาเนสกี้ แนวรุกไว้ใจ อันเดรีย เบลอตติ และดาวโรจน์ เฟเดอริโก เคียซ่า ลูกชายของอดีตดาวยิงทีมชาติ เอ็นริโก เคียซา

    อิตาลียังไม่ได้รับการจับตามองมากนัก....แต่ความเป็นชาติใหญ่ในฟุตบอล เมื่อถึงเวทีระดับชาติ บวกประสบการณ์ของ มันชินี นี่คือทีมที่ไม่ควรมองข้าม....โดยเด็ดขาด อิตาลี ก็ยังเป็นอิตาลี บทจะทอปฟอร์ม ใครก็หยุดยากนะ

    สิงโต ไม่คำราม

    อังกฤษเปิดตัวชนะรวด 4 นัด แต่มาเสียฟอร์มนัดล่าสุดโดนเชกเผาเครื่อง 2-1 หนักกว่าความพ่ายแพ้คือ.... "เกม เล่นไม่ได้เรื่อง" เหมือน เซาต์เกต ประมาทคู่แข่ง เทสต์นักเตะและระบบที่ต้องการ ปรากฏว่าแทนที่จะชนะแล้วเข้ารอบเลย...กลับแพ้เฉย!!!

    ยิ่งกว่านั้นทำให้เช็กมี 12 แต้ม โคโซโว 8 แต้มที่ยังพอแอบลุ้น ที่เหลือไม้ประดับ บัลแกเรีย, มอนเตเนโกร 3 แต้ม

    เกมคืนวันจันทร์นี้จะบุกเยือนบัลแกเรีย ที่ไม่มีประเด็นไหนนอกจาก "เหยียดผิว" แต่ความสำคัญในสนามคือว่า ถ้าพวกเขาชนะแล้วโคโซโว ไม่ชนะ อังกฤษเข้ารอบ....

    แต่เมื่อเซาต์เกตและลูกทีมดันไปประกาศว่า "ถ้าแฟนบอลบัลแกเรียเหยียดผิว" ตะโกนด่านักเตะผิวสีของอังกฤษ พวกเขาจะวอล์คเอาต์ ไม่เล่นเกมนี้

    นี่เท่ากับไปสร้างเงื่อนไขผูกมัดตัวเอง...

    โดยบัลแกเรีย แม้ตกรอบไปแล้วแต่สามารถทำแสบได้...ทั้งในและนอกสนาม ถ้าอังกฤษ วอล์คเอาต์ แบบไม่สมเหตุผลเรื่อง "เหยียดผิว" มันมีโอกาสโดนปรับแพ้ได้อยู่นะครับ

zoom

    ยูฟา เองมีมาตรการ 3 ขั้นตอน เพื่อเตือนแฟนบอลเจ้าบ้านถ้า "เหยียดผิว"

    1 โฆษกสนาม ประกาศขอความร่วมมือห้ามตะโกนเหยียดผิว

    2 ผู้ตัดสิน หยุดการแข่งขันชั่วคราว หากมีการทำเช่นนั้น

    3 ผู้ตัดสินสั่งยกเลิกการแข่งขัน ถ้าแฟนบอลเจ้าบ้านเหยียดผิวไม่เลิก ดังนั้นอังกฤษ จะไปทะลึ่งเดินออกเอง โดยที่กรรมการไม่ได้ยุติการแข่งขันไม่ได้เด็ดขาด

    ตรงนี้แหละสำคัญ....

    จริงๆจะว่าไปมันไม่น่ามีอะไรมาเครียดกับการคัดเลือก ถ้าไม่แพ้เช็กมา ทีมอังกฤษโดนวิจารณ์ตั้งแต่คู่เซนเตอร์ จนถึง แนวรุก ไมเคิล คีน กับ แฮร์รี แมกไกวร์ เล่นไม่เข้ากันเลย

    แบกสองข้างโดนวิจารณ์ว่าหมดแล้ว แดนนี โรส กับ คีแรน ทริพเพียร์ ปล่อย เทรนต์ กับ เบน ชิลเวลล์ นั่งดูทำไม 

    คู่กลาง เฮนโดกับ เดแคลน ไรท์ เด็กเวสต์แฮม ก็เล่นเกมไม่ได้ แนวรุก เมสัน เม้าท์ ถูกจับไปยืนหน้าต่ำ สนับสนุน แฮร์รี เคน มี ราฮีม และ เจดอน ซานโช ไม่เข้าขากันเลย เม้าต์ นี้เล่นไม่ได้จริงๆ

    ผลของการเล่นไม่เป็นทรง ทำให้โดน เช็ก ล่อเป้าไป 17 ครั้ง รอดูผลงานสิงโต...ว่าจะคำรามหรือไม่ครับคืนนี้

    แต่ถ้าไม่ซีเรียสอะไร...ผมว่าก็เข้ารอบอยู่ดีแหละครับ อีกสองเกมเจอ มอนเตเนโกร ในบ้านและเยือนโคโซโว นัดสุดท้าย ทีมเซาต์เกต.....จะกล้าพลาดอย่างนั้นหรือ

    ดัตซ์ & ด๊อยช์

    สองทีมยังไม่เข้ารอบตามทฤษฏีแต่ทางปฏิบัติให้เข้ารอบไปเถอะครับ แต้ม 15 เท่ากัน มี ไอร์แลนด์เหนือตามมาที่ 12 แต้ม เงื่อนไขเข้ารอบ รอเดือนหน้า 16 พ.ย. โน่น

    ฮอลแลนด์ไปเยือนไอร์แลนด์เหนือขอแค่เสมอ...ก็เข้ารอบ ส่วนเยอรมันชนะ เบลารุสแล้ว ไอร์แลนด์เหนือไม่ชนะ พวกเขาเข้ารอบหรือแค่เสมอ แล้ว ไอร์แลนด์เหนือแพ้ ฮอลแลนด์ ทีมด๊อยชท์ จะเข้ารอบพร้อมกับเพื่อนบ้านทันที

    สายนี้ไม่น่ากังวลใจอะไร นอกจากทีมของ โรนัลด์ คูมัน ดูเด็ดกว่าทีมสร้างใหม่ของ โยกี้ เลิฟ

zoom

    การพบกันช่วงที่ผ่านมา...อัศวินสีส้ม ทำได้ดีกว่าอินทรีเหล็ก คู่เซนเตอร์ของสีส้มทั้ง เวอร์กิล ฟานไดจ์ และ มาไธจ์ เดอลิกต์ ดูรัดกุม แดนกลางที่มี จีนี , แฟร้งค์กี้ เดอ ยอง, มาร์เทน เดอ รูน แน่นปึ้ก ตัวทำ เมมฟิส เดอ ปาย ทอปฟอร์ม, ไรอัน บาเบล เก๋าเกม

    ดอนนี มาเลน กับ สตีเฟน เบิร์กไวน์ ตัวทำที่สลับกันเล่น สดมาก ดูรวมๆ แล้วประสบการณ์ของ แดนนี บลินด์, ฟานไดจ์, ไรอัน บาเบล , จีนี ช่วยทีมคนหนุ่มได้

    ส่วนทีมเลิฟ รอดูผลงานระยะยาว เพราะการคัดเลือกก็เรื่องหนึ่ง แข่งจริง...เลิฟ ประสบการณ์โชกโชนและมีบทเรียนจากบอลโลกครั้งก่อน น่าจะทำให้ดีขึ้นได้จากเดิม

zoom

    แนวรับถึงยุค นิคลาส ซือเล่, โจนาธาน ทาร์, มัทธีอัส กินเตอร์ แดนกลางต้องใช้ โจชัว คิมมิช ยืนตัวรับกับ โทนี โครส หรือ กุนโดกัน ตัวรุก แซร์จ นาบรี เสริมกระดูกหน่อย รวมทั้ง ยูเลียน บรันด์ มีตัวเก๋า มาร์โก รอยส์ ที่ไม่น่าจะอับโชควาสนาอีกนะครับ ตัวเป้า....ติโม แวร์เนอร์ น่าจะถึงเวลาของเขาแล้วในทีมชาติ

    ด๊อยช์ แอนด์ ดัตช์ น่าจะเป็นสองทีมที่พร้อมสร้างผลงานในรอบสุดท้าย ส่วนเรื่องการเข้ารอบที่เหลืออีกสองนัด...

    คงเป็นการซักซ้อมปกติธรรมดาเท่านั้นเอง 

Jackie

Jackie