อังคาร ที่ 21 กรกฏาคม 2563 20:39 สุ้มเสียงแห่ง แอนฟิลด์

View Share
SHARE

บุคคลสูงวัยในภาพนี้ เป็นเพียงชายชราวัย 74 ปีคนหนึ่ง แต่ทันทีที่เอ่ยปากเปล่งอะไรออกมา เขาจะไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป

    เพราะเขาคือ "The Voice of Anfield"

zoom

    มร. จอร์จ เซฟตัน สืบสายเลือด "หงส์แดง" เข้มข้นจาก เท็ด บิดาบังเกิดเกล้า ซึ่งมีหลักฐานบันทึกว่า เคยไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสรลิเวอร์พูลในยุค 1920

    หลังจบการศึกษาจากโรงเรียนแห่งเดียวกับที่เคยประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้สองเต่าทองอย่าง เซอร์ พอล แม็คคาร์ทนี่ย์ และ จอร์จ แฮร์ริสัน ในเมืองลิเวอร์พูลแล้ว ไอ้หนุ่มเซฟตัน ก็ใช้ชีวิตฮาเฮตามประสาวัยรุ่นสเก๊าเซอร์ทั่วไป

    เขาค้นพบว่าตัวเองชอบฟังเพลงมาก ส่วนหนึ่งเป็นอิทธิพลจากคุณพ่อผู้นิยมใน ร็อค & โรลล์ และมักเปิดกรอกรูหูอยู่บ่อยครั้ง

    เซฟตัน เริ่มหาจ๊อบเป็นดีเจ นอกจากจะได้เงินใช้แล้ว งานนี้ยังเปิดโอกาสให้เขาทำได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักด้วย 

    ขณะเดียวกัน เลือด "เดอะ ค็อป" ในกายของเขา ก็ยังคงสูบฉีด และยิ่งสูบยิ่งฉีดหนักหน่วงขึ้นเป็นจังหวะร็อคแอนด์โรลล์ในวันที่ลิเวอร์พูลมีคิวลงสนาม

    วันหนึ่ง เซฟตัน ครุ่นคิดว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้ "ฟุตบอล & ดนตรี" สองสิ่งที่เขารัก เดินไปด้วยกันได้ 

    เขาลงมือเขียนจดหมายแนะนำตัวเองไปยังสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลว่า ตัวเองมีคุณสมบัติเหมาะสมกับงานโฆษกประจำสนาม แอนฟิลด์

    ปีเตอร์ โรบินสัน เลขานุการสโมสร ณ เวลานั้น อ่านปั๊ปแล้วรับรู้ได้ถึง "แพสชั่น" หรือความลุ่มหลงในเชิงบวกของเขาที่มีต่อดนตรี และเกมลูกหนัง จึงทำให้ เซฟตัน ได้ทำงานในฝันของเขาตั้งแต่ยุค 1970 เป็นต้นมา

    จวบจนทุกวันนี้ เป็นเวลาเกือบ 50 ปีเต็มเข้าไปแล้วนะครับที่ เซฟตัน ได้ทำในสิ่งที่รัก 

    และแน่นอนว่า เขารักในสิ่งที่ทำเสมอมา

zoom

(ภาพจาก: Liverpool Echo) 

    ราวสองชั่วโมงก่อนเกมเหย้าทุกนัดของลิเวอร์พูล เขาจะนัดพบตัวเองในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ซึ่งฝังตัวอยู่เหนือสกอร์บอร์ดที่ แอนฟิลด์ ข้างๆ กับอัฒจันทร์ฝั่ง เคนนี่ ดัลกลิช สแตนด์ 

    เซฟตัน จะทำให้ แอนฟิลด์ ขับขานเสียงเพลงเพื่อสร้างความคึกคักแก่แฟนๆ, ตรวจเช็กความเรียบร้อยของสกอร์บอร์ด, ประกาศรายชื่อผู้เล่น, ระบุชื่อตัวสำรอง, แจ้งคนทำประตู, รายงานผลคู่อื่นๆ รวมถึงสอดไส้โฆษณา และแฝงข่าวประชาสัมพันธ์ต่างๆ ได้อย่างแยบยล จนไม่มีใครรู้สึกรกหู  

    สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือการทำให้ แอนฟิลด์ ยังคงมนต์ขลังด้วยบทเพลง "You'll Never Walk Alone" ที่มีการเปิดขับกล่อมเพื่อรวมหัวใจแฟนๆ ก่อนเกมมาตั้งแต่ตุลาคม ค.ศ. 1963 

    อย่างไรก็ดี เซฟตัน ไม่ได้เอาแต่ก้มหน้าเดินตามขนบ แต่เขายังแอบขบถเบาๆ ด้วย

    เดิมที่เคยบรรเลงเฉพาะตอนเริ่มต้น เขาตัดสินใจแหวกม่านประเพณีที่จะให้ แอนฟิลด์ ขับขานบทเพลง "You'll Never Walk Alone" อีกครั้งตอนจบแมตช์ที่ทีมคว้าชัยชนะครั้งพิเศษ 

    อย่างตอนที่ ลิเวอร์พูล ผ่าน เชลซี ในรอบตัดเชือก แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดสองเมื่อปี 2005 เป็นอาทิ 

    ขณะที่จะสิ้นเสียงนกหวีดยาวจากปากผู้ตัดสิน ลูบอส มิเชล จากสโลวาเกีย เซฟตัน ปล่อยให้ แอนฟิลด์ ขับเพลงชาติเด็กหงส์กระหึ่ม 

    แฟนบอลขนลุกซู่ ส่วนนักเตะขนลุกสู้ ก่อนรวมพลังกรุยทางเข้าไปคว้าแชมป์ยุโรปที่ อิสตันบูล ได้สำเร็จ

    ทอม ฮิคส์ กับ จอร์จ จิลเล็ตต์ เจ้าของสโมสรร่วมในขณะนั้น ถึงกับเดินเข้ามากอด เซฟตัน แน่นๆ แล้วกระซิบว่า "คุณทำงานได้สุดยอดจริงๆ คุณปลุกให้บรรยากาศมันเหลือเชื่อมาก" 

    เขารู้ใจ "เดอะ ค็อป" เสมอว่า บริบทใดที่จะทำให้ "You'll Never Walk Alone" ไพเราะเสนาะหูกว่าปกติ

zoom

(ภาพจาก: lfchistory)

    เซฟตัน เริ่มทำงานวันแรกเมื่อ 14 สิงหาคม 1971 วันเดียวกับที่ เควิน คีแกน ประเดิมสนามในยูนิฟอร์ม "หงส์แดง" 

    ผ่านไปกว่าครึ่งศตวรรษ เขายังอยู่ที่เดิม มอบความบันเทิงให้แฟนๆ หลายหมื่นชีวิตในวันแข่งเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมคือลูกเล่นที่แพรวพราวขึ้นจากความเก๋าเกมตามอายุงาน

    อย่างก่อนการรบพุ่งนัดสำคัญ เซฟตัน มักจะมีทริกในการเร้าบรรยากาศให้เข้มข้นขึ้นด้วยการบิดปุ่มโวลลุ่มไปเกือบถึงขีดสุดเพื่อให้ แอนฟิลด์ คำรามดังกว่าปกติ 

    เขาคือผู้ประกาศที่ยอดเยี่ยม โฆษกที่เยี่ยมยอด ด้วยอักขระชัดเจน น้ำเสียงก้องกังวาลที่มาพร้อมลีลาสุดเอ็นเตอร์เทน เช่นเดียวกับงานเปิดแผ่น ที่รับฟังเสียงของแฟนๆ เสมอว่า ต้องการฟังเพลงอะไร เพลย์ลิสต์ของเขาที่เตรียมมาจึงโดนใจ "เดอะ ค็อป" จนได้รับการยอมรับว่า งานดีเจที่ภาษาอังกฤษเรียกโก้ๆ ว่า "DJing" ของเขามัน "ดีจริง"

    ที่น่าชื่นชมที่สุดคือ เขามักหาจังหวะโปรโมตเพลงจากวงดนตรีท้องถิ่นจากเมืองลิเวอร์พูลเสมอเมื่อโอกาสอำนวย 

    ว่ากันว่า นัดไหนที่ไม่ได้ยินเสียง เซฟตัน มันก็เหมือนคุณมา แอนฟิลด์ แล้วไม่ได้ฟัง "You'll Never Walk Alone" ยังไงยังงั้นเลยทีเดียวเชียว

    เชื่อไหมครับว่า กว่า 49 ฤดูกาลที่รับผิดชอบหน้าที่นี้มา เขาขาดงานเพียงแค่หกเกมเท่านั้น 

    ด้วยเหตุผลที่ติดงานแต่งบ้าง หรือธุระสำคัญกับครอบครัว และทุกครั้งที่เขาไม่อยู่ จะมีเสียงตามสายของเหล่าเพื่อนฝูงหรือแฟนบอล สอบถามกับทั้งที่สโมสร และลูกๆ ของเขาเสมอว่า เซฟตัน สบายดีไหม หรือมีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นหรือเปล่า

zoom

 (ภาพจาก: lfchistory)

   เกือบครึ่งศตวรรษผันผ่าน เขาได้พานพบเรื่องราวต่างๆ มากมาย 

    ได้ประกาศชื่อนักเตะเก่งๆ, ได้แนะนำยอดกุนซือทั้ง บิล แชงค์ลี่ย์, บ๊อบ เพสลี่ย์, โจ เฟแกน, เคนนี่ ดัลกลิช, ราฟาเอล เบนิเตซ รวมถึง เจอร์เก้น คล็อปป์, ได้เห็นทีมชูถ้วยเกียรติยศต่างๆ ทั้งแชมป์ลีกสูงสุด 11 สมัย (จากทั้งหมด 18) แชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ทั้งหกสมัย, แชมป์ ยูฟ่า คัพ สามสมัย, แชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ สี่สมัย, แชมป์ เอฟเอ คัพ หกสมัย (จากทั้งหมดเจ็ด) และแชมป์ ลีก คัพ ทั้งแปดสมัย

    เขายอมรับว่า เส้นเสียงและหัวใจของเขาพองโตทุกครั้งที่ได้ประกาศสถานะแชมเปี้ยนของ ลิเวอร์พูล 

    แม้กระทั่งแชมป์สโมสรโลกสมัยแรกสุดของ "หงส์แดง" เมื่อปลายปีที่แล้ว

    "ใช่ ผมอยากเห็นเราเป็นแชมป์ คลับ เวิลด์ คัพ มันยิ่งใหญ่มากจริงๆ" เซฟตัน ว่าไว้ 

    แต่รู้ไหมครับว่า โมเม้นต์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ เซฟตัน กับงานนี้คืออะไร? 

    มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2015 นี้เอง

    เซฟตัน เคยเล่าไว้ว่า "ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของผม เกิดขึ้นตอนที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ มาถึง" 

    "เกมแรกของเขาคือการไปเยือน สเปอร์ส ตามด้วยเกม ยูโรปา ลีก ในวันพฤหัสบดีกับ รูบิน คาซาน วันนั้น ผมไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ รีเซฟชั่นตรงอัฒจันทร์เก่า ผมอยู่ตรงนั้น และเห็น เจอร์เก้น ผ่านไป ผมคิดในใจว่า ผมจะเข้าไปทักทายเขาสักหน่อย เลยเดินตามเขาขึ้นบันไดไป 

    "ผมเอ่ยประโยคแรกว่า 'ขอโทษครับ คุณคล็อปป์' ทันใดนั้น เขาหันขวับมามองผมด้วยสีหน้าสงสัย ผมยื่นมือออกไป และพูดว่า 'ผมแค่อยากแนะนำตัว ผมชื่อ จอร์จ' แต่ไม่ทันขาดคำ ตาของเขาเบิกโพลง 'โอ้ว ใช่ คุณคือ สุ้มเสียงแห่ง แอนฟิลด์ ผู้โด่งดังนี่เอง'

    "สารภาพตามตรง ผมรู้สึกจนลุกไปหมด ไม่ได้มีบ่อยๆ ที่ผมจะอึ้งจนพูดไม่ออกแบบนั้น เขาโอบผมและเขย่ามือ พูดได้เลยว่า มันไม่มีอะไรดีกว่าวินาทีนั้นอีกแล้ว

    "ผมบอกเขาว่า 'ยินดีต้อนรับสู่ แอนฟิลด์ ครับ หวังว่าทุกอย่างจะไปด้วยดี ขอให้คุณโชคดี และเราโชคดีมากที่ได้คุณมา' 

    "ผมเดินแยกออกมาเจอกับเจ้าหน้าที่สนามสามคน สองคนมีอาการอึ้งๆ เหมือนกัน ส่วนคนที่สามเข้ามาพูดกับผมว่า 'ผมทำงานให้สโมสรแบบเต็มเวลา ประจำอยู่ที่เมลวู้ดตลอดสัปดาห์ และมาที่สนามในวันแข่ง ชายคนนั้นเพิ่งมาอยู่ที่นี่แค่หกวัน และเขารู้ชื่อของทุกๆ คน ไม่ใช่แค่นักเตะ แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในออฟฟิศ, พนักงานชงชา, แม่บ้าน, แมว, ยาม, ภารโรง ทุกๆ คนจริงๆ' 

    "นั่นแหละ เจอร์เก้น คล็อปป์ ล่ะ และเป็นเหตุผลว่า ทำไมใครๆ ถึงรักเขา" เซฟตัน ว่า 

    อย่างไรก็ตาม ใช่ว่า เซฟตัน จะได้สัมผัสแต่ประสบการณ์ที่ดีเลิศนะครับ 

    เขายังเคยฝืนทนกล้ำกลืนเพื่อประกาศรายชื่อผู้เสียชีวิต 96 รายจากโศกนาฏกรรมฮิลล์สโบโร่ และอีก 39 รายจากเหตุสลดที่เฮย์เซลเมื่อปี 1985 

    เป็นการประกาศที่ เซฟตัน ไม่อยากประกาศเลย เพราะมันมาพร้อมน้ำตา และน้ำเสียงที่สั่นเครือ แถมจุกอกเพราะก้อนหดหู่ที่อัดแน่นข้างใน 

zoom

    เรื่องร้ายๆ ผ่านพ้นไปแล้ว และกำลังจะมีเรื่องน่ายินดีเข้ามา 

    ลิเวอร์พูล กำลังจะได้รับการประกาศสถานะแชมเปี้ยนของเกาะอังกฤษพร้อมชูถ้วยเกียรติยศอย่างเป็นทางการในคืนวันพุธ 22 กรกฎาคมนี้แล้วนะครับ

    แน่นอน มันเป็นช่วงเวลาที่ เซฟตัน รอคอยที่จะใช้เสียงของตัวเองกู่ร้องให้ก้องโลก หลังจากที่เขาเห็นภาพนี้ครั้งล่าสุด ต้องย้อนกลับไปถึงปี 1990 หรือเมื่อ 30 ปีก่อนเลยทีเดียว

    แม้จะไม่มีผู้ชมอยู่ในสนามตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 แต่แฟนหงส์ไม่ต้องกลัวงานฉลองจะกร่อยนะครับ ในเมื่อพวกคุณมี เซฟตัน อยู่ตรงนั้น 

    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากดูคำสัมภาษณ์ที่ แกเคยให้ไว้ก่อนหน้านี้ไม่กี่ปีหลังจากถูกถามถึงอนาคตบนหลักไมล์อายุที่เลย 70 ปีมาแล้ว 

    "ผมก็แค่จะเชียร์ทีมต่อไปตราบนานเท่าที่สามารถทำได้ นี่คือสโมสรที่ผมรัก ความหวังเดียวของผมก็เพียงอยากเห็นพวกเขาเป็นแชมป์ลีกอีกครั้งก่อนที่ผมจะไปอยู่บนฟากฟ้าเหนือ แอนฟิลด์" 

    ในฐานะ "สุ้มเสียงแห่ง แอนฟิลด์" มร. จอร์จ เซฟตัน จะทำให้สังเวียนแข้งที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังแห่งนี้ ส่งเสียงของความสุข เสียงของความปีติยินดี เสียงของคนที่อดทน เสียงของการปลดปล่อย เสียงของผู้ชนะไปให้ "เดอะ ค็อป" ทุกผู้ทุกนามได้ยินชัดเจนแน่นอน 

เปาผี
 

เปาผี