จันทร์ ที่ 27 กรกฏาคม 2563 02:15 ปิดฤดูกาล 2019-20

View Share
SHARE

351 วันของการต่อสู้ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ ลีกสูงสุดของอังกฤษ จบลงแล้ว

การบันทึกผลงานครั้งนี้ต้องมี *  กำกับเอาไว้

    *ได้แชมป์ที่เร็วที่สุดคือ 7 นัดก่อนปิดซีซั่น 

    *แต่ประกาศแชมป์ช้าที่สุดนานถึง 11 เดือน

    *มีการพักเบรกเพราะโควิด 100 วัน

    *กฏ กติกา มารยาม ปรับเปลี่ยน

    *เป็นฟุตบอลที่ไม่มีผู้ชมเข้าสนามมาเชียร์

    *var ไม่ได้ช่วยตัดสินเพราะ "ตัดสินแทน" ผู้ตัดสิน

    แถมทำหน้าที่ผิดพลาดอีกเยอะแยะ


    มีอะไรน่าสนใจนัดส่งท้ายกันบ้างครับ....

 

zoom

 


กลุ่ม แชมเปี้ยนส์ ลีก ; 

    ก่อนแข่ง...เชลซีและแมนฯยูฯ แค่คนละแต้มก็ไปแชมเปี้ยนส์ ลีก

    เลสเตอร์ ต้องชนะ หรือถ้าเสมอ ต้องลุ้นให้เชลซี แพ้ 

    เล่นไป 45 นาที...เงื่อนไขที่เหลือคือ เชลซีลอยตัวเพราะนำวูล์ฟ 2-0

    เลสเตอร์ ต้องชนะอย่างเดียวจากสกอร์ 0-0 แล้วพอเล่นไปเรื่อยๆ กลายเป็น แมนฯยูไนเต็ด ที่ได้โควต้านี้ ชัยชนะของแมนฯยูฯ ในเกมที่กดดันแบบนี้ ทำให้พวกเขาได้ที่สามแถมไม่ต้องโดนอดิดาส ตัดเงิน 20 ล้านปอนด์ ถ้าไม่ไปช.ป.ล

    เชลซี ไม่พลาดในการรักษาอันดับช.ป.ล ที่ทำได้ต่อเนื่อง

 

zoom

 


กลุ่มยูโรปา ลีก ;

    อันดับ 5-6 ได้ไปยูโรปา ลีก และแชมป์บอลถ้วยเอฟเอ คัพ

    เลสเตอร์ ไปยูโรปา ลีก จะว่าไปคือตามเป้าไม่มีใครคิดว่าเลสเตอร์ จะทำลายพันธะทอป 6 ได้

    บทสรุปพวกเขาเหนือกว่าสเปอร์สและปืนใหญ่ แถมยังอยู่ในอันดับ 2,3,4 ของตารางจนจบที่ 5

    ส่วนสเปอร์ส นั้นจังหวะดีที่ วูล์ฟแพ้ เชลซี แม้พวกเขาได้แต้มเดียว

    อาร์เซนอลรอว่าพวกเขาจะไปถ้วยยุโรปหรือไม่จากเอฟเอ คัพ

 

 

zoom


กลุ่มตกชั้น ;

    นอริช, วัตฟอร์ด, บอร์นมัธ 

    วิลล่า ไม่ตกชั้น เพราะเทคโนโลยีช่วยตัดสินนัด เสมอเชฟฯยูฯ ด้วย เพราะนั่นคือหนึ่งแต้มที่พวกเขาได้จากความผิดพลาดของโกลไลน์ เกมส่งท้ายพวกเขา ไม่ตกชั้นเพราะเสมอเวสต์แฮม 

    บอร์นมัธ บุกชนะเอฟเวอร์ตัน 3-1 ไม่ทันการณ์แล้ว

    วัตฟอร์ด ตกชั้นเพราะปัญหาภายใน 

    นอริช ตกชั้นเพราะศักยภาพของทีมไม่ถึงพรีเมียร์ลีก


มาเร็ว เคลมเร็ว....


ผลงานทีมแชมป์....


    ก่อนบุกเยือนนิวคาสเซิลนั้น...ลิเวอร์พูลมีโอกาสทำลายสถิติตัวเอง คือจบด้วย 99 แต้ม มากสุดในประวัติศาสตร์สโมสรในระบบชนะได้ 3 แต้ม

    ยุคบ๊อบ เพสลีย์ ซีซั่น 1978-79 ยังชนะได้ 2 แต้ม ถ้าใช้ 3 จะรวมได้98 แต้ม ซีซั่นนั้นคือซีซั่นแชมป์ที่ดีสุดในประวัติศาสตร์ 

    พอแฟนๆได้เห็นรายชื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนเตะ...ย่อมคิดเหมือนกันว่า "ยาก" ละ เป้าหมายของ เจอร์เก้น คลอปป์ ไม่ใช่สร้างหรือทำลายตัวเลข เขาต้องการทำฟุตบอลในสนาม....มากกว่า

    ดังนั้น โอริกิ, อ๊อกส์ และ มินามิโนะ ลงตัวจริง พักตัวหลักสามคนนั่งดูหมด...แดนกลางก็ส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ลง แบกขวา เนโก วิลเลียมส์....."บาล้านส์" ทีมและ "เทสต์" นักเตะด้วย


ผลการทดสอบ


1. เนโก วิลเลียมส์  "พลาด" ในจังหวะเสียประตู


    ตามตำรา 5 นาทีแรก "เหม่อ" ไม่ได้ จังหวะฟรีคิกเร็วของ จอนโจ้ ข้ามมาให้ ดไวท์ เกย์ล ตัวแสบเด็กหงส์ หลุดเดี่ยว

 

zoom

 

    ภาพช้า...ชี้ชัด ฟานไดจ์ ดันเช็คไลน์ล้ำหน้า รอบโบ, โกเมส ยืนแนวเดียวกัน เนโก ห้อยต่ำคนเดียว...เกย์ล จึงไม่ล้ำหน้า...หลุดโล่งๆ 1-0 ใน 64 วินาที

    ตลอดครึ่งแรก...ฝั่งนิวคาสเซิลเน้นโจมตีด้านนี้ถึง 72% แต่มีทั้ง โจ โกเมส และ มิลเนอร์ ขยับมาช่วย ลดความกดดันไปได้ แต่ครึ่งหลัง เนโก เล่นอย่างมั่นใจ เติมข้ึนบ่อย เล่นไม่มีผิดพลาด เกมนี้เล่น 82 นาที เป็น "ตะคริว"  ก่อนโดนเปลี่ยนออกเล่นตัวจริงสองนัด (69 และ 82 นาที) สำรองลงสนาม 3 นัดมีชื่อไม่โดนเปลี่ยนตัวอีก 9 นัด แม้อยู่ในช่วงเรียนรู้ (learning curve) ถือว่า "ใช้ได้" เกมนี้

 

2.  สามตัวทำยังไม่เชื่อมกัน

    ไม่ค่อยมีการประสานงานกันในสามแนวรุก โอริกิ, มินามิโนะ และ อ๊อกส์ 

    โอริกิ กับ มินามิโนะ สลับกันอยู่ด้านซ้ายและเข้ามาข้างใน

    อ๊อกส์ อยู่ด้านขวา ...เป็นด้านที่ทำให้เขา "แอสซิสต์" กระชากหนี แดนนี โรส แล้ว ครอสให้ ฟานไดจ์ โหม่ง

    สามตัวทำไม่เชื่อม...ถ้าแยกส่วนตัว มินามิโนะ ไม่ขี้เหร่เท่าไหร่ สร้างโอกาสยิงสองครั้ง ได้ลุ้นหนึ่งครั้ง..มีจังหวะพลิกบอลสวยๆ 

 

zoom

 

    อ๊อกส์ "แอสซิสต์" ลูกตีเสมอ มีส่วนร่วมกับเกมพอตัว

    โอริกิ...ดูไม่ลงลอคเท่าไหร่ แต่พอครึ่งหลังเล่นง่ายขึ้น แถมยิงประตู 2-1 สุดสวย 

    63 นาทีของหน้าชุดสองถือว่าไม่ขี้เหร่

    โดนก่อนแล้วยิงคืนและขึ้นโดยตัวชุดสองมีส่วน

    อ๊อกส์ แอสซิสต์ และ โอริกิ ยิง....ทำงานผ่านเกณฑ์ 


3. แดนกลาง จีนี, นาบี และ มิลเนอร์ "เสมอตัว"

    ทำงานตามหน้าที่ ทำลายเกม คุมเกม เชื่อมเกม

    ปัญหาคือ นิวคาสเซิลรับลึกและสองชั้นแน่นไปหมดหน้าเขตโทษ

 

zoom

 

    การเจาะพื้นที่ตรงหน้าเขตโทษ, ระหว่างไลน์ หลังกับกลาง ยาก มันแน่น

    ครึ่งหลัง...อ๊อกส์​ ถูกถอยมาเล่นตรงกลาง เมื่อ นาบี เติมขึ้นเกมรุก

    ข้างหน้าจึงมี โอริกิ, นาบี, มินามิโนะ เติมเข้าไปในหมู่สาลิกา

    แดนกลางเกมนี้ทั้งสามคน "มาตรฐาน" และ นาบี เริ่มดีขึ้น

    เป็นมิติใหม่ในแดนกลางซีซั่นหน้า 


4. การทลายรถบัส..

    ประตูตีเสมอได้จาก "ด้านข้าง" เพราะตรงกลางมันแน่น

    นี่คือสิ่งที่ทีม "แชมป์" จะต้องเจอมากกว่า 10 ทีมในซีซั่นหน้า

    กลุ่มนี้ใครเล่นกับลิเวอร์พูล เน้นเกมรับแบบที่สาลิกาดงทำ

    รอจังหวะหงส์พลาดหรือเผลอ ยิงนำให้ได้

 

zoom

 

    เกมนีเหมือนทดสอบ...และเป็นการทดสอบโดยใช้หน้าชุดสอง

    ถามว่าผ่าน...มั้ย คงวัดได้ไม่ร้อยเปอร์เซนต์

    แต่ถือว่า 60 นาทีของเกม ใช้ได้...หลังจากโดนนำก่อน 

    พวกเขาที่มีหน้าชุดสอง คุมเกมได้จนยิงขึ้นนำ 2-1 

    ก่อนที่ ซาดิโอ มาเน มาปิดท้าย3-1 


คาดการณ์ซีซั่นหน้า 

    ผู้สันทัดกรณีอย่างบริษัทพนันที่ถูกต้องตามกฏหมายของอังกฤษ


    เลือก เต็ง1 คือ แมนฯซิตี้
    เต็ง 2 ลิเวอร์พูล 
    เต็ง 3 แมนฯยูไนเต็ด
    เต็ง 4 เชลซี 


    ดูแล้วทอปซิกส์ไม่น่ามีแล้ว จะกลับมาเป็น ทอปโฟร์ อีกครั้ง

    ดูแล้วน่าสนุกในซีซั่นหน้า เพราะมีทีมที่พร้อมร่วมสร้างความตื่นเต้นให้คอบอล

    ทั้ง แมนฯยูไนเต็ด,เชลซี รวมทั้ง สเปอร์ส ที่มีโอกาสพัฒนามากขึ้น

    ส่วนการยืนระยะ....น่าจะเป็นเรื่องของแมนฯยูไนเต็ด และเชลซี

    การตามหลังทีมแชมป์ลิเวอร์พูล 33 แต้ม...คือเป้าหมายหลักที่ต้องลด


    ตามทฤษฏีแล้ว ช่องว่าง 33 แต้มจะต้องถูกลดลงและเพิ่มขึ้น 40-50%

    1. ลิเวอร์พูล ต้องทำแต้มหายไป 10 คะแนน

    2. แมนฯยูฯ และเชลซี ต้องทำแต้มเพิ่มขึ้น 10 คะแนน+

    สวิงไปกลับคือ 20+ ที่เหลือรอดูว่ามันจะห่างกันประมาณไหน

    ต้องอยู่ในหลัก 10 แต้มเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์ได้ 

    การพัฒนาทีมมันเป็นแบบนี้....จะพุ่งพรวดเลยนั้น 

    มีโอกาสก็จริงแต่เป็นสัดส่วนที่ไม่มาก 

    มันต้องพัฒนาเชิงบวก...ซึ่งเชื่อว่า แมนฯยูฯ กับเชลซี ผลงานดีขึ้นแน่ๆ

    เพียงแต่จะดีขึ้นไปถึงตัวเลข (แต้ม) ที่ได้ตรงไหน

    รอลุ้นกันครับ

 

zoom

 


    ถ้าหาก 3 เดือนแรกพวกเขาเกาะกลุ่มไม่โดนทิ้งโดย สองทีมลุ้นแชมป์

    ความกดดันจะเพิ่มขึ้นและบอลจะสนุกขึ้น

    ส่วนเรื่องผู้ชมนั้นพรีเมียร์ลีกกำลังทำแผนเสนอรัฐบาลอังกฤษ

    ขอให้มีผู้ชมเข้าสนาม...โดยมีมาตรการป้องกันและควบคุมส่งขึ้นไปด้วย

    ดูตามหน้างานแล้ว...ช่วงสามเดือนแรกยังไม่น่าจะมีแฟนบอล

    ถ้าคลี่คลายและวัคซีน ของอังกฤษทดลองได้ผลและถูกนำมาใช้

    ธ.ค. อย่างเร็วสุดที่แฟนบอลได้เข้าสนาม...อย่างช้า คงต้องรอ ม.ค. 2021

    ในฤดูกาลหน้า "คาดการณ์" คร่าวๆ ดังนี้ครับ 

    ยังไม่รวมปัจจัยการซื้อขายนักเตะและอื่นๆ 

    แน่นอนครับคู่แข่งลุ้นแชมป์ยังมีสองทีม...

    มาตรฐานไม่น่าตกลงไปจากเดิมมากนัก โดยเฉพาะ แมนฯซิตี้ จะกลับมาแน่ๆ

    พวกเขาจะพลาดยากขึ้นและกลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ยอดเยี่ยม 

    "แชมป์" ลิเวอร์พูล...จะโดนทดสอบ

     "แชมป์" มีงานที่ "ยาก" ขึ้นกว่าปีนี้

    แม้ เจเค บอกว่าซีซั่นหน้าคือการ "ล่าแชมป์" 

    แต่ความเป็นจริงคือ ...

    ป้องกันแชมป์นั้นมีความยากกว่าเป็นแชมป์แน่นอน


:: Jackie ::

Jackie