เสาร์ ที่ 6 มีนาคม 2564 08:56 เกิดนรกอะไรขึ้นกับแมนยู???

View Share
SHARE

กาลครั้งหนึ่งยังไม่ค่อยนานสักเท่าไหร่ในฤดูกาลนี้ - แมนฯ ยูไนเต็ด เคยนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก

    ย้อนกลับไปเมื่อตอนกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมานี่เอง

    พลพรรคปีศาจแดงบุกไปเชือด เบิร์นลี่ย์ หวุดหวิดจากการกระทุ้งประตูชัยของ ปอล ป็อกบา ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงนำอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูง โดยมีคะแนนนำหน้า แมนฯ ซิตี้ อยู่ 3 แต้ม

    เมื่อบุกไปทำศึกแดงเดือดที่ แอนฟิลด์ ในเกมต่อมา - การเสมอคู่แค้นและแชมป์เก่านอกบ้าน ด้วยสกอร์ 0-0 ก็ไม่ถือเป็นเรื่องเสียหายอะไร

    หลังจากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยกพลบุกไปอัด ฟูแล่ม 2-1 ซึ่ง "คุณป๊อก" ซัลโวประตูชัยได้อีกแล้ว

    ตอนนั้น "เด็กผี" ยังเริงร่ากันอยู่เลยครับ-ขอบอก

    หารู้ไม่ว่านับตั้งแต่การศึกครั้งนั้นเป็นต้นมา อาเพศกำลังจะมาเยือน

    เริ่มต้นด้วยการถูกทีมบ๊วยของตารางอย่าง เชฟฯ ยูไนเต็ด บุกมาเหยียบจมูกถึงถิ่นในเกมที่พวกเขาโชว์ฟอร์มการเล่นได้ห่วยแตกสิ้นดี

    ถ้าหวังจะลุ้นแชมป์และยืนระยะไปจนถึงบั้นปลายให้ได้ นี่คือเกมที่ไม่ได้รับอนุญาตให้พลาดด้วยประการทั้งปวง

zoom

    โอเคย์...ไม่เป็นไร ของแบบนี้มันพลาดกันได้ ขอมองโลกในแง่ดีว่ามันเป็นอุบัติเหตุทางลูกหนังก็แล้วกันเนอะ

    หลังจากนั้นก็เสมออีกกับ อาร์เซน่อล ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม 

    อืมมมมม...ความจริงการแบ่งแต้มกับทีมในวรรณะเดียวกันอย่างไอ้ปืนใหญ่ มันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรมากนักหรอก

    แต่จบเกมอดีตดาวเตะในตำนานของปีศาจแดงที่ผันตัวเป็น "กูรูลูกหนัง" ทางทีวีอย่าง แกรี่ เนวิลล์ และ พอล สโคลส์ ต่างวิจารณ์ทีมเก่าของตัวเองในทิศทางเดียวกันว่า...ปอดแหกเกินไป ไม่กล้าเล่นเกมรุกแบบสุดตัว

    คือเข้าใจแหละว่าเป็น "บิ๊กแมตช์" ที่หนึ่งแต้มก็คือว่ามีค่า แต่ในสถานการณ์ที่ตัวเองกำลังมีลุ้นแชมป์ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องมีความกล้าได้และกล้าเสียมากกว่านี้...หรือเปล่า ???

    ไม่ใช่พอใจในผลเสมอนอกบ้านกับทีมที่อันดับในตารางต่ำกว่าตัวเอง

    ว่าแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ก็บอกโลกว่าข้าคือปีศาจใจร้าย ด้วยการเปิดบ้านระเบิดถังขี้ เซาธ์แฮมป์ตัน อย่างไม่ปรานี ด้วยสกอร์ที่เป็นสถิติพรีเมียร์ลีกถึง 9 ประตูต่อศูนย์ อันแสดงให้เห็นถึงแสนยานุภาพของเกมรุกที่ดุดัน และกะซวกไส้ดีนักแล

    ความมั่นใจถูกกระชากกลับคืนมาอีกครั้ง แถมตัวเองเป็นเจ้าของสถิติถล่มตาข่ายได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกอีกต่างหาก

zoom

    ในเกมที่เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน

    แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำไปก่อนถึง 2-0 ด้วยฟอร์มการเล่นที่เหนือกว่าทุกเหลี่ยมมุม

    สุดท้ายถูกตีเสมอเป็น 3-3 ก่อนหมดเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ด้วยความผิดพลาดของตัวเองพลางเอาชัยชนะไปโยนทิ้งลงโถส้วมแบบ 'งง-งง'

    ตามมาด้วยการทำได้แค่เสมอกับทีม "รองบ๊วย" ของตารางอย่าง เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ซะอย่างนั้น 

    รู้สึกตัวอีกครั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ตามหลังจ่าฝูงอย่าง แมนฯ ซิตี้ 10 แต้มเข้าให้แล้ว !!!

    ก่อนเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ด้วยสกอร์ 3-1 ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด

    จบเกม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ให้สัมภาษณ์ด้วยใบหน้ามุ่งมั่นแบบเต็มประดาว่าการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ยังไม่จบ โดยหวังว่าจะมี "เซอร์ไพรส์" และยังไม่ยอมยกธงขาวง่ายๆ แน่นอน

    ทว่าอีก 2 เกมต่อมากับ เชลซี และ คริสตัล พาเลซ พวกเขากลับทำได้แค่เสมอ 0-0 ทั้ง 2 นัด สะสมได้อย่างกระจุ๋มกระจิ๋มเพิ่มขึ้นอีกเพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น

    เกมเสมอ เชลซี ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ยังพอเข้าใจว่าไม่คุ้มค่าพอที่จะเสี่ยง แต่เกมล่าสุดที่เสมอ คริสตัล พาเลซ นี่มันอะไร ???

zoom

    สรุปว่า 8 นัดล่าสุดนับตั้งแต่ตัวเองสัมผัสความหนาวยะเยือกบนตำแหน่งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งสุดท้าย แม้จะพลาดท่าพ่ายแพ้เพียงแค่นัดเดียว แต่หลุดเสมอไปถึง 5 นัด โดยเอาชนะคู่แข่งได้เพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น

    คะแนนที่ควรจะได้หล่นหายไปเห็นๆ ถึง 9 แต้ม

    คิดดูนะครับ ถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะในเกมที่ควรชนะ - เหนือคู่แข่งอย่าง เชฟฯ ยูไนเต็ด, เอฟเวอร์ตัน, เวสต์บรอมฯ และคริสตัล พาเลซ ตอนนี้พวกเขาจะตามหลังจ่าฝูงอย่าง แมนฯ ซิตี้ แค่ 5 แต้ม ก่อนหักกันเองในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ วันพรุ่งนี้

    ถามว่ามันเกิดนรกอะไรขึ้นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ???

    สังเกตได้ว่าช่วงที่ทำแต้มหล่นหายอย่างต่อเนื่อง เป็นช่วงที่อาการบาดเจ็บเริ่มแอบมาลักพาตัวผู้เล่นสำคัญของปีศาจแดงไปทีละคน 2 คนจนขนาดของทีมเล็กลง

    ปราการหลังอย่าง เอริก ไบยี่ เจ็บง่ายอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึง ขณะที่ห้องเครื่องอย่าง ปอล ป็อกบา ถูกอาการบาดเจ็บกระชากตัวออกจากสนามตั้งแต่ครึ่งแรกของเกมกับ เอฟเวอร์ตัน จนป่านนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา ส่งผลให้ทางเลือกในการจัดตำแหน่งมิดฟิลด์เหนือน้อยลง เช่นเดียวกับพลานุภาพและความหลากหลายของเกมรุก

zoom

    หัวหอกอย่าง เอดิสัน คาวานี่ ก็หายตัวไปหลังจบเกมกับ เวสต์บรอมฯ เพิ่งกลับมาลงสนามอีกครั้งในเกมล่าสุด

    สก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์ ก็ถูกอาการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ รบกวนเป็นระยะจนได้ลงบ้างไม่ได้ลงบ้าง

    เกมรุกที่มองเผินๆ เหมือนจะอุดมด้วยประสิทธิ์ภาพ - เอาเข้าจริง สถิติยิงได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกแทบไม่ได้สะท้อนความจริงวักเท่าไหร่ เพราะผู้เล่นในแผนกกองหน้าผลิตประตูได้น้อยกว่าที่ควร

    มาร์คัส แรชฟอร์ด กระทุ้งตาข่ายได้มากที่สุดคือ 9 ประตู จากการลงตัวจริง 25 นัด สำรอง 2 นัด ขณะกองหน้าอีก 2 คนอย่าง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กับ เมสัน กรีนวู๊ด ผลิตประตูได้น้อยอย่างน่าเกลียด โดยยิงรวมกันได้แค่ 5 ประตูเท่านั้นเอง

    หัวหอกตัวเป้าอย่าง เอดิสัน คาวานี่ บนวัย 33 กะรัต ยังเป็นผู้เล่นที่มากด้วยพิษสง แต่เจ้าของสมญา "เอล มาทาดอร์" ควรถล่มตาข่ายได้มากกว่า 6 ประตู หาก แมนฯ ยูไนเต็ด มีความกล้าได้และกล้าเสียมากกว่านี้

    กลายเป็นว่าผู้เล่นที่มีส่วนร่วมกับการทำประตูมากที่สุด คือมิดฟิลด์อย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส

    จาก 53 ประตูที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้ในพรีเมียร์ลีกและฤดูกาลนี้มีส่วนมาจาก "บรูโน่" มากถึง 25 ประตู (ยิง 15 แอสซิสต์ 10)

zoom

    มันจึงอาจบอกว่าไอ้ที่พลพรรคปีศาจสามง่ามยังอยู่ในตำแหน่ง "รองจ่าฝูง" ก็เพราะความสามารถเฉพาะตัวของเพลย์เมคเกอร์ชาวขนมฝอยทองผู้นี้เป็นสำคัญซะมากกว่า

    ต่อเมื่อโชว์ฟอร์มไม่ออกเมื่อไหร่ มันก็เหมือนเกมล่าสุดที่ทำได้แค่เสมอ คริสตัล พาเลซ นั่นแหละครับคุณ

    เหนือสิ่งอื่นใดคือคุณภาพของผู้จัดการทีมที่บางทีพ่อก็ไม่เข้าใจตุ้มเหมือนกัน

    เอริก ไบยี่ กำลังเข้าคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ อยู่ดีๆ บนสถิติที่สวยหรู แถมยังไม่ทันจะได้รับบาดเจ็บอะไร พี่แกเอาออกให้ลูกรักอย่าง วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ลงเล่นเป็นตัวจริงแทนซะอย่างนั้น

    อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ฟอร์มตกอย่างน่าเกลียด แต่เรื่องไม่มีความกระตือรือร้น เรื่องไม่แสดงความมุ่งมั่นและทุ่มเท คนเป็นกุนซือมันน่าจะว่ากล่าว สั่งสอน หรือตักเตือนกันได้มิใช่หรือ

    สุดท้ายไม่มีอะไรดีขึ้นเลยสักอย่าง

zoom

    รูปแบบการเล่นก็ค่อนข้างระมัดระวัง และขี้ระแวงจนเกินไป ทั้งที่บางสถานการณ์มันต้องกล้าเสี่ยงเดิมพันแบบตายเป็นตายบ้าง

    เกมที่เจอคู่แข่งวรรณะต่ำกว่าอย่าง เวสต์บรอมฯ พี่แกไม่กล้าเปลี่ยนตัวแบบวัดดวง เช่นเดียวกับเกมล่าสุดที่ต้องการชัยชนะเพียงสถานเดียวแท้ๆ แต่ใจไม่นักเลงพอ เพราะกลัวแพ้

    ปากบอกไม่ยอมแพ้ และยังมีความหวัง ทว่าการกระทำมันกลับสวนทางกับสิ่งที่บ้วนออกมาอย่างชัดเจน

    ที่สุดแล้วก็แค่เซฟตูดแล้วแหกยิ้มพลางให้สัมภาษณ์แบบโลกสวย เพื่อให้สายอวยออกมาปกป้องว่า...นี่ขนาดเป็น "รองจ่าฝูง" นะ ยังถูกแฟนบอลทีมตัวเองด่าเสียๆ หายๆ ทั้งที่ความจริงมันกำลังบอกอยู่ทนโท่ว่าไอ้อันดับในตารางที่เหนือกว่า ลิเวอร์พูล, เชลซี, สเปอร์ส, อาร์เซน่อล และเลสเตอร์

    ตอนจบมันอาจเป็นแค่ภาพลวงตาก็ได้ 

    ส่วนตอนนำเป็นจ่าฝูงแบบประเดี๋ยวประด๋าว น่าจะเรียกว่า...

    'เคาะหมาให้กะลาดีใจ'

    บอ.บู๋

บอ.บู๋