พฤหัสบดี ที่ 11 มีนาคม 2564 07:41 อยู่ที่ "ตุงตาข่าย" 

View Share
SHARE

หลังจากแพ้คาบ้านมาหกนัดรวด...ลิเวอร์พูลถูกมอนิเตอร์เป็นพิเศษในช.ป.ล

สภาพทีมพร้อมขนาดไหน คาบัค, ฟาบินโญ, บ๊อบบี ยังไง

คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ คือใคร 

รับมือไลป์ซิกไหวมั้ย 

หนึ่งชั่วโมงก่อนแข่งรายชื่อ11 คนแรกออกมา...

คู่เซนเตอร์อาชีพ แนต ฟิลิปส์ กับ โอซาน คาบัค

ฟาบินโญ ไปเล่นแดนกลางกับ ติอาโก และ จีนี

ข้างหน้า โชต้า, มาเน และ ซาลาห์

4-3-3 โดย โชต้า ยืน "หน้าตัวปลอม"

ไลป์ซิก ขาดทุนสกอร์ 2 ลูก เกมนี้งานหนักของ นาเกลสมานน 

หนึ่งในชื่อตัวเต็งคุมทีมชาติเยอรมันต่อจาก โยกี้ เลิฟ

หลังจากแพ้ลิเวอร์พูลรอบนั้นพวกเขาชนะรวดสี่นัด 

ทั้งในบุนเดสลีกาและ เดเอฟเบ แถมจี้เสือใต้สองแต้ม

ทอปฟอร์มว่ากันแบบนั้น

เกมนี้ นาเกลสมานน เลือกแผน 3-1-4-2

กูลาคชี เฝ้าเสา เซนเตอร์สามคน อูปาเมกาโน, มูกิเล และ คลอสเตอร์มาน

วิงแบกขวา ไทเลอร์ อดัม ด้านซ้าย ไม่มีอันเจลินโญ เป็น เอ็นคุนคู

คัมเพิล กลางรับ ยืนหน้าเซนเตอร์ มี โอลโม-ซาบิตเซอร์ คู่กลาง

หน้าคู่ ยูซูป โพลเซน กับ เอมิล ฟอร์สเบิร์ก

ชุดนี้...ก็สมบูรณ์ดีอยู่นะครับ ขาด อันเจลินโญ คนเดียว

เพรสสูงเหมือนเดิม...

ผมชอบ คลอปป์ ที่เขาใจถึง เขาไม่เล่นแบบเน้นผล

ทีมมีประตูตุน 2 ลูก ยังเล่นเพรสสูง หลังไฮไลน์ ดีเฟ้นส์

จุดที่โดนโจมตีมาตลอดสองเดือน 

ครึ่งแรกก็โดนโจมตีหลายครั้งและเกือบเสียประตู

เล่นงานทางเทร้นต์ นั่นแหละ...ดีว่าเบคเกอร์ เซฟ 

ฟอร์สเบิร์ก ไม่คมเอง ยิงในเขต

เช่นเดียวกับลิเวอร์พูล มีโอกาสครึ่งแรกสามครั้ง

หลุดเดี่ยว โชต้า, ซาลาห์ไม่คม ไม่เด็ดขาดเอง

ผู้บรรยายฝรั่งบอกว่า  They dont seem to find the net

คือดูเหมือนว่าเด็กหงส์ หาทางยิงตุงตาข่ายไม่ได้

พลอตเดิมๆเหมือน 6 นัดที่คาบ้าน

กองหน้าไม่คม พอเกมรับพลาดแล้วโดนลงโทษ

เพียงแต่เกมนี้ ไลป์ซิกก็ไม่คมเองอีก

 เลย 0-0 ครึ่งแรก

ส่วนครึ่งหลังแม้เปลี่ยนกองหน้าเอา โซลอต

เอาลูก พาทริก ไคลเวิร์ต ลงมา ปรับตัวปรับแผนเล็กน้อย

มีจังหวะสกอร์ชนคาน...แต่ลิเวอร์พูลกลับโจมตีและยิงได้ 

พอยิงได้...เกมของไลป์ซิก ก็ขาดหายไปเลย 

ผลรวมมันทำให้ท้อแล้ว นาเกลสมาน กลับไปนั่งทันที

ชนะเกมนี้ด้วยการยิงประตู ส่วนแทกติก เหมือนๆกันสองทีม

เพรสซิงทุกแดน ใครแก้ได้ หมายถึงได้โจมตีกลับทันที

ก็ทำได้ทั้งสองทีมนั่นแหละ แต่หงส์แดงยิงเข้าไปตุงตาข่าย

นี่คือความต่าง...

3 ประสานแดนหน้า

ประตู 1-0 เกิดจากการประสานงานของ มาเน-โชต้า-ซาลาห์

มาเน จ่าย "ไซด์ก้อย" ให้ โชต้า ก่อนตวัดให้ ซาลาห์ หาจังหวะสกอร์ 1-0

นัดนี้ คลอปป์ ปรับแทกติกนิดหนึ่งครับ เล่น 4-3-3 

โชต้า "หน้าตัวปลอม" ก็จริง แต่เล่นคนละแบบกับ บ๊อบบี

ไม่ต้องถอนต่ำมาก ยืนสูง ข้างบน แต่ ติอาโก กับ จีนี คือตัวช่วยเกมรุก

แม้ว่าก่อนยิงประตูแรกยังไม่ลงล้อค...เข้ากัน แต่ก็เข้าใจได้นะครับ

สามคนนี้ไม่ได้เล่นด้วยกันมากเท่าที่ควร เพราะ โชต้า เจ็บ

แต่...ประตูแรกที่ได้สำคัญมากและเกิดจากสามคนนี้เล่นด้วยกัน

นี่คือสิ่งที่โค้ชต้องการและแฟนบอลอยากเห็น...

combination play ภาษาโค้ชเขาบอกแบบนั้น

ส่วนประตู 2-0 ซาลาห์, โอริกิ และ มาเน 

โอริก ลงมาแว้บเดียว "แอสซิสต์" สุดคมให้ มาเน ชาร์ตตุงตาข่าย

 คู่เซนเตอร์พอได้  

ผมเข้าใจว่า คลอปป์ ไม่ใช้คู่เซนเตอร์ธรรมชาติ ตั้งแต่แรก..เพราะ "กังวล"

ทุกอย่างต้องการปรับตัว จะเสี่ยงเลยไม่ได้ คงต้องซ้อม เล่นให้เข้ากันสักระยะ

นักเตะบางคนไม่ต้องปรับตัว อย่าง ฟานไดจ์ ตอนมาครั้งแรกคือเล่นเลย

นักเตะอีกมากมายเป็นล้านคนบนโลกใบนี้ ต้องการปรับตัวกับทีมและแทกติกใหม่

แนต ฟิลิปส์ กับ โอซาน คาบัค วันนี้ทำหน้าที่พอใช้ได้เลยครับ

แนค ได้ลูกขยัน, ทุ่มเท, เริ่มเข้าบอลแม่น หนักในเกม โหม่งดีอยู่แล้ว

คาบัค รู้ทางวิ่ง ยูซูป ประกบติดจนต้องโดนเปลียนออกในที่สุด

ดูแล้วคงต้องเล่นด้วยกันเพื่อ ส่ง ฟาบินโย คืนแดนกลางในที่สุด

ตัวเลือกเพิ่มขึ้น...

นอกจากการเปลี่ยนตัวได้ห้าคนสโมสรยุโรปแล้ว

เวลานีสภาพทีมลิเวอร์พูลเริ่มพร้อมขึ้น เหลือแค่ บ๊อบบี กับ เฮนโด้ เท่านั้น

ที่เหลือทยอยกันกลับมาเล่นได้ โดยเฉพาะฟาบินโญ 

การที่ ฟาบินโย ไปเล่นกลางกับ จีนี และ ติอาโก 

โดยมี เกอิต้า และเจมส์ มิลเนอร์ สำรอง งานของเจเค เบาลงละ

ไม่ต้องมาลุ้นว่าเกมนี้ จะเลือกใครลงสนามให้ดีสุด ไม่น่าหนักใจที่สุด

สองเดือนที่ผ่านมา...เขาเจอเหตุการณ์แบบนั้นอยู่ทุกสัปดาห์

กระนั้นผมมองว่าปัญหาไม่ใช่ 11 คนแรกหรือวิธีการเล่น

ปัญหามันอยู่ที่สองส่วนคือ เกมรับพลาดโดนลงโทษเลย

เกมรุกมีโอกาสจบสกอร์ แต่คุณยิงไม่เข้าเอง

หลายเกมเล่นดีกว่าคู่แข่ง...แต่ยิงไม่ได้ 

เลยต้องจบเกมด้วยการพ่ายแพ้ 

ชัยชนะเกมนี้ยังคงวางใจไม่ได้

สองสามเหตุผลครับ

หนึ่ง ไลป์ซิก บอลทรงเดียวกับลิเวอร์พูล เล่นเพรสซิงเหมือนกัน

เด็กหงส์จึงมีจังหวะจะโคน มีพื้นที่ให้ใช้สอยได้

ต่างจากทีมในพรีเมียร์ลีกส่วนมาก เน้น "รับลึก" ไม่เปิดพื้นที่ให้

ดังนั้นเกมต่อไปของลิเวอร์พูลคือวันจันทร์ที่ 15 มี.ค.

คู่แข่งคือวูล์ฟแฮมป์ตัน ที่ยังเหนียวแน่นอยู่ และคงรับมากกว่ารุก

สอง..คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟอาชีพ ต้องยืนระยะให้ต่อเนื่อง

ไม่ใช่เล่นดีนัดนี้ นัดหน้าออกทะเล 

นี่คือสิ่งที่เรากำลังรอดูกันอยู่ครับว่าจะลงล้อคมั้ย

สาม...ตัวทำต้องคม ยิ่งเจอพวกรถบัส รับลึก..�มีโอกาสครั้งสองครั้งต้อง "สกอร์" ให้ได้

ยิงได้...ทุกอย่างจะเล่นง่าย เพราะที่ผ่านมาการยิงประตูคือปัญหา

มันได้ทำลายความมั่นใจของการเล่นเพื่อชนะคู่แข่ง

เกมรับมีปัญหาได้ เพราะสไตล์ ไฮไลน์ ดีเฟ้นส์ มันเอื้อให้โดนโจมตี

บวกกับตัวแนวรับเวลานี้ น่าเป็นห่วง ไงก็มีปัญหา จัดใครเล่น 

แต่..เกมรุกมีปัญหาไม่ได้ 

มีทั้ง มาเน, ซาลาห์ บวกบ๊อบบี 

ถือว่ากำลังสำคัญที่มีส่วนร่วมเล่นกันมาตลอด

ได้ โชต้า มาเสริม...หากยังยิงกันไม่คม ไม่เด็ดขาด

ลิเกเลิกเลยครับ...

จบที่ 10 กลางตารางโน่นเลย 

ดังนั้นเกมชนะไลป์ซิก ตอบโจทย์เรื่อง "สกอร์" 

ส่วนในพรีเมียร์ลีกรอดูกันต่อ...

ว่าการยิงจะเข้าประตูเหมือนเกมนี้หรือไม่