ศุกร์ ที่ 9 เมษายน 2564 20:06 เก่งพอไหมที่จะแก้ปัญหา?!

View Share
SHARE

หากนำผลงานปัจจุบันไปเปรียบเทียบกับฤดูกาลก่อนๆ ซาดิโอ มาเน่ คือหนึ่งในผู้เล่น ลิเวอร์พูล ที่เข้าข่ายฟอร์มตกเป็นลำดับต้นๆ

    หลายต่อหลายนัดเขาจับบอลพลาด 

     หลายต่อหลายเกมเอาชนะคู่แข่งในการดวลตัวต่อตัวไม่ได้

     และก็มีหลายครั้งที่เขาทำอะไรขัดความรู้สึกแฟนบอลอยู่บ่อยๆ

     อย่างไรก็ตาม สภาพจิตใจนับว่าสำคัญกว่าสภาพร่างกาย 

     ที่ผ่านมา มาเน่ ทำงานหนักเพื่อพัฒนาทักษะการจบสกอร์จนถึงขั้นอยู่ซ้อมเพิ่มเป็นเวลาหลายปี

     แต่ฤดูกาลนี้ เขากำลังเจอปัญหาเรื่องการทำประตูที่ยิงได้น้อยเกินไป ซึ่งมันก็เริ่มมีผลต่อสภาพจิตใจของ มาเน่ มากขึ้นทุกที

     ...

     มีหลายหนที่ มาเน่ โดนตำหนิว่าไปแย่งเพื่อนยิง หรือคิดมากเกินไปยามบอลตกมาถึงเท้า

     เหล่าสตาฟฟ์ที่ แอ๊กซ่า เทรนนิ่ง เซนเตอร์ เชื่อลึกๆ ว่า มาเน่ ได้รับการปฏิบัติไม่เป็นธรรมอยู่หลายครั้ง จนกลายเป็นบั่นทอนความมั่นใจไปในตัว

     เกมเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อต้นเดือนมกราคม ถือเป็นหนึ่งตัวอย่าง

     วันนั้น มาเน่ มั่นใจว่าตัวเองควรได้ลูกจุดโทษหลังโดน ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส เล่นงาน

     แต่การประท้วงของเขากลับไม่ได้รับความสนใจจากผู้ตัดสิน

     "สิ่งที่ อันเดร มาร์ริเนอร์ ทำกับ ซาดิโอ มาเน่ ในคืนนี้น่ะนะ ถ้าจะให้พูดตามตรงก็ต้องบอกว่าผมไม่มั่นใจว่ามันเป็นเรื่องที่โอเค" เจอร์เก้น คล็อปป์ กล่าวแบบหัวเสียสุดๆ หลังจบเกม

     ที่จริงเกมดังกล่าวยังมีอีกหลายจังหวะที่ มาเน่ โดนสอยร่วง ทว่าคู่แข่งกลับไม่โดนลงโทษอะไร แน่นอนมันทำให้คนเป็นเจ้านายหัวเสียมากๆ

     มาเน่ เคยโดนบรรดากูรูวิจารณ์ตำหนิว่าชอบทิ้งตัวล้มง่ายเกินไป ทั้งที่ 5 วันก่อนหน้าที่พวกเขาจะพูดแบบนั้น มาเน่ เคยกัดฟันเล่นต่อจนสุดท้ายอดได้ลูกจุดโทษในจังหวะโดน คาร์ล ดาร์โลว์ ผู้รักษาประตู นิวคาสเซิ่ล คว้าขาเอาไว้ 

     แล้วสุดท้ายเกมนั้น ลิเวอร์พูล ทำได้แค่เสมอกับ นิวคาสเซิ่ล 0-0

     ...

     ในเกมที่เจอกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, เชลซี และ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส มาเน่ ก็เจอสถานการณ์คล้ายๆ กัน 

     เกมเหล่านั้นเขาโดนขัดจังหวะในกรอบ 18 หลา แต่ มาเน่ เลือกที่จะไม่ล้มลง และพยายามจะยิงประตู ก่อนจะจบลงด้วยการยิงไม่เข้า

     เดอะ ค็อป หลายคนเก็บเอาคำพูดของ ไมเคิ่ล โอเว่น มาขบคิด บางรายก็พลอยเห็นด้วยกับเรื่องที่ว่า มาเน่ มีแรงจูงใจที่จะฝืนเล่นทั้งที่จริงๆ ควรทิ้งตัวล้มลงเพื่อเรียกจุดโทษ 

     ซึ่งสาเหตุที่ เบบี้โกล หยิบยก คือเพราะ มาเน่ ไม่อยากโดน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทิ้งห่างเรื่องจำนวนประตูไปมากกว่านี้ 

     หากเขาล้มลงไปจนทำให้ทีมได้ลูกจุดโทษแล้วนั้น คนที่จะได้ยิงลูกจุดโทษก็คือ ซาลาห์ 

     บรรดาสตาฟฟ์ของ ลิเวอร์พูล ต่างแปลกใจที่ได้ยิน โอเว่น พูดแบบนั้น 

     แหล่งข่าวระดับสูงของสโมสรกล่าวกับ ดิ แอธเลติก ว่า "ที่จริงคุณจะไม่มีทางเจอใครที่ใจกว้างและจริงใจได้มากไปกว่า ซาดิโอ อีกแล้ว" 

     "ทุกอย่างที่เขาทำมันเป็นการทำเพื่อทีม เป็นใครก็ทำใจยอมรับได้ยากทั้งนั้นแหละหากตอนแรกโดนตำหนิเพราะกัดฟันเล่นต่อในจังหวะที่โดนทำฟาวล์ แล้วจากนั้นกลับมาโดนด่าอีกจากการที่ล้มลงไปทั้งที่โดนอีกฝ่ายเล่นงานอย่างชัดเจน"

     ...

     ฤดูกาลก่อน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยตราหน้า มาเน่ ว่าเป็นจอมพุ่งล้ม และตั้งแต่นั้นมาก็มีการกลัวกันว่า มาเน่ จะไม่ได้รับการตัดสินที่เป็นธรรมจากเหล่าผู้ตัดสิน

     บางทีจะว่าโชคร้ายหรือโชคไม่เข้าข้างก็ได้

     เกมเจอกับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ มาเน่ เคยสลัดหนีจาก แซร์จ ออริเย่ร์ มาได้สวย แต่กลับยิงไปชนคาน

     ส่วนเกมเจอกับ ฟูแล่ม เขาก็เคยโหม่งย้อยๆ ไปชนเสา ส่วนเกมกับ แมนฯ ยูไนเต็ด กรรมการ พอล เทียร์นี่ย์ เป่าหมดครึ่งแรกก่อนเข็มวินาทีจะครบเวลา ทั้งที่ มาเน่ กำลังจะได้หลุดเข้าไปถึงกรอบเขตโทษจากลูกจ่ายของ เซอร์ดาน ชากิรี่

     แต่ในทางตรงกันข้าม มันก็มีหลายครั้งที่เขาโยนโอกาสทำประตูทิ้งไป 

     อย่างเกมแพ้ เชลซี วันนั้นเขาควรจะทำประตูจากช็อตที่ ซาลาห์ เปิดมาให้แท้ๆ แต่ มาเน่ กลับทำพลาดในจังหวะพยายามเข้าทำเสียอย่างนั้น

     จริงอยู่ว่าเขาเคยจบสกอร์สวยๆ 2 หนในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายที่เจอกับ แอร์เบ ไลป์ซิก แต่ถ้านับเฉพาะเกมภายในประเทศ มาเน่ กลับทำประตูไม่ได้มา 3 เดือนเข้าไปแล้ว 

     ขณะที่ในเกมกับ วูล์ฟส์ เขาควรจะทำแฮตทริกได้ด้วยซ้ำถ้าไม่ใช่ว่ายิงพลาดไปเองจนหมด

     แม้ว่าจำนวนประตูจะหายไป แต่ความกระตือรือร้นเวลาขยับไปเล่นนอกโซนของตัวเองของเขาก็ไม่ได้น้อยลงไปเท่าไหร่

     มาเน่ ไล่กดดันเยอะมากเท่าที่ตัวรุกคนหนึ่งจะทำได้ในแดนหน้า 

     ผลงานการกดดันคู่แข่งในพื้นที่สุดท้ายไปถึง 7.5 ครั้งต่อ 90 นาทีของเขาถือว่าเท่าๆ กับที่ตัวเองเคยทำได้เมื่อฤดูกาลก่อน

     นอกจากนี้ สถิติก็ฟ้องว่า มาเน่ ยังเป็นคนที่สกัดบอลได้บ่อยพอๆ กับฤดูกาลก่อน

     เขามีตัวเลขในด้านการเข้าสกัดต่างๆ อยู่ที่ 5.0 ซึ่งนั่นทำให้ มาเน่ เป็นกองหน้าใน พรีเมียร์ลีก ที่มีตัวเลขด้านนี้ดีที่สุดเป็นอันดับ 5 ประจำซีซั่น 

     หรือจะพูดอีกแบบก็คือจำนวนประตูที่น้อยลงของ มาเน่ ไม่ได้เกิดเพราะเขาพยายามน้อยกว่าแต่ก่อน 

     เขาควรจะโดนตำหนิด้วยซ้ำว่าพยายามทำเรื่องต่างๆ มากเกินไป จนส่งผลให้ความนิ่งเวลาทำประตูหายตามไปด้วย

     "เมื่อคุณเป็นนักสู้แล้วน่ะ คุณก็ไม่วันที่จะหาข้อแก้ตัว เราจะมาหาทางแก้ปัญหากัน" 

     "การได้อยู่กับเพื่อนร่วมทีมของผมมันทำให้ผมมีเรี่ยวแรง มันมีทัศนคติและความเชื่อว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไป"

     "เรายังมีความสามัคคีกัน, คิดกันในแง่บวก และสู้อย่างเต็มที่ ตอนนี้ผมรู้สึกภูมิใจกับการเป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล มากกว่าครั้งไหนๆ ด้วยซ้ำ" ประโยคที่ มาเน่ เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อไม่นานนี้

     ...

     หากนับเฉพาะช่วงที่เขาอยู่กับ ลิเวอร์พูล นี่คือเป็นครั้งแรกที่ มาเน่ กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มตก แต่ด้วยความเก่งกาจดูแล้วเขาไม่น่าจะฟอร์มตกไปตลอด

     ที่ผ่านมา มาเน่ เอาชนะปัญหาต่างๆ ได้หลายครั้ง

     ดังนั้นบุคลิกของเขาจึงน่าจะแข็งแกร่งสุดๆ เช่นเดียวกับพรสวรรค์, ความอ่อมน้อม และความขยันในการทำงาน

     เด็กน้อยที่สวมรองเท้าขาดๆ และกางเกงเก่าๆ ที่ดูแย่เกินกว่าจะใส่เตะฟุตบอลได้เมื่อ 13 ปีก่อน ไม่มีทางเลยที่เขาจะยอมแพ้อะไรง่ายๆ แน่

     HOSSALONSO

HOSSALONSO