อังคาร ที่ 20 กรกฏาคม 2564 09:31 อย่าให้จบเหมือนคนเก่า

View Share
SHARE

ไล่เรียงรายชื่อผู้เล่นที่มีข่าวเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ ลิเวอร์พูล เช่น อลีสซง เบ็คเกอร์, ฟาบินโญ่, เฟอร์กิล ฟานไดค์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน

    เกือบทุกคนทีมแนวโน้มไปในทิศทางที่ดี เว้นแต่รายของ เฮนโด้ ที่เกิดกระแสว่ามีทิศทางไม่ดีสักเท่าไหร่

    เจมส์ เพียร์ซ และ เดวิด ออร์นสตีน สองคนข่าวจาก ดิ แอธเลติก รายงานความคืบหน้าระหว่าง เฮนเดอร์สัน กับ ลิเวอร์พูล ซึ่งอาจทำให้ เดอะ ค็อป หลายคนเกิดความวิตก

    ตั้งแต่ปิดฤดูกาล 2020/21 เราเห็นข่าวการเจรจาสัญญาฉบับใหม่เกิดขึ้นที่ ลิเวอร์พูล มากมาย 

    ตลอดซัมเมอร์งานของ ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ เน้นหนักไปทางการคงไว้ซึ่งผู้เล่นตัวหลัก เพื่อรักษารากฐานระบบทีมให้คงอยู่ต่อไป

    รายชื่อที่หยิบมาตอนต้น ส่วนใหญ่สัญญาฉบับปัจจุบันมีอายุถึงปี 2023 มีแค่ อลีสซง รายเดียวที่สัญญาสิ้นสุดในปี 2024

    ขณะที่สองฟูลแบ็ก แอนดี้ โรเบิร์ตสัน กับ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เหลือถึงปี 2025 และ 2024 ตามลำดับ ซึ่งแน่นอนล่ะยังไงเสีย คู่หู "ร็อบโบ้-เทรนท์" จะเป็นส่วนสำคัญของทีมไปอีกนาน

    อย่างไรก็ตาม หนึ่งคนที่เสมือนเป็นแรงบันดาลใจสำหรับ "เดอะ ค็อป" กำลังเดินทางเข้าสู่ช่วง 2 ปีสุดท้ายในสัญญาฉบับปัจจุบัน ซึ่งทาง ดิ แอธเลติก เข้าใจว่าอนาคตของเขายังไม่มีความแน่นอน

    ตามรายงานระบุว่าจริงๆ แล้วการเจรจาระหว่าง เฮนเดอร์สัน กับ ลิเวอร์พูล มีขึ้นตั้งแต่ฤดูกาลก่อนจบลง ถึงตอนนี้การพูดคุยยังไม่ล่ม เพียงแต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เพราะสถานการณ์มันซับซ้อนและละเอียดอ่อน

zoom

    โดยเฉพาะความจริงที่ว่า FSG กลุ่มเจ้าของสโมสรมีเรื่องใหญ่กว่าที่ต้องจัดการกับขุมกำลังชุดนี้ และสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนมันก็เป็นการเปิดโอกาสให้ทีมอื่นๆ หันมาสนใจล่าตัว เฮนเดอร์สัน ได้ โดยตอนนี้เขากำลังอยู่ระหว่างการพักร้อนหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ยูโร 2020

    ถึงจุดนี้ ความวิตกของ "เดอะ ค็อป" พาให้นึกถึงกรณีของ จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม ที่ล้มเหลวในการตกลงเงื่อนไขสัญญาฉบับใหม่ ซึ่งสุดท้ายก็จบลงด้วยการจากลาเมื่อสัญญาหมดลง

    ไวนัลดุม ต้องการสัญญาที่จะย้ำว่าเขาได้ลงหลักปักฐานกับทีมไปอีก 5 ปี แต่ FSG ไม่ได้มีนโยบายเช่นนั้น พวกเขาไม่ยินดีที่จะมอบเงื่อนไขระยะยาวให้กับ จินี่ ที่กำลังจะมีอายุ 31 ปีในเดือนกันยายน

    แล้วกรณีของ เฮนโด้ ล่ะ เขาจะมีอายุ 33 ปีเมื่อวันสิ้นสุดสัญญา แล้วอนาคตของเขาที่ แอนฟิลด์ จะเป็นอย่างไร?

    ...

    เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ คือแฟนตัวยงของ เฮนเดอร์สัน และกำลังจับตาดูความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับ แอตเลติโอ มาดริด ที่มีเพื่อนเก่าอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ เป็นผู้เล่นอยู่ในทีม

    ทั้ง ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง และ "ตราหมี" ไม่อิดออดเลยหากจะคว้าผู้เล่นประสบการณ์สูง เมื่อพิจารณาจากการที่ เปแอสเช คว้าผู้เล่นอย่าง เซร์คิโอ รามอส หรือกระทั่ง ไวนัลดุม เอง ส่วน แอต.มาดริด พวกเขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าตอนคว้า ซัวเรซ ในวัย 33 ปีมันไม่ได้ทำให้ทีมมีสภาพแย่ลง

    แนวทางที่ ลิเวอร์พูล ยอมให้สัญญาของ ไวนัลดุม หมดลงและเสียไปแบบฟรีๆ ซึ่งถึงแม้จะพยายามหาทางขายออกไปตอนซัมเมอร์ปี 2020 แต่ไม่มีข้อเสนอจากทีมใดยื่นเข้ามา ก็พอเป็นนัยได้ว่า เฮนเดอร์สัน ก็อาจสิ้นสถานะกับ ลิเวอร์พูล ไม่ต่างจาก ไวนัลดุม

    ถึงจุดนี้หลายคนอาจใจหาย แต่คนที่ไม่อยากเสีย เฮนโด้ ไปมากที่สุดหนีไม่พ้น เจอร์เก้น คล็อปป์

    ไม่ว่าจะทั้งในฐานะผู้เล่นหรือมนุษย์คนหนึ่ง คล็อปป์ ยอมรับและศรัทธาในตัว เฮนเดอร์สัน มาก ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่ดีต่อกัน 

    คล็อปป์ ยกย่องลูกทีมคนนี้ว่าเป็นคาแรกเตอร์ของ ลิเวอร์พูล ที่พาสโมสรคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก และ พรีเมียร์ลีก มาครอง 

zoom

    สำหรับเขาแล้ว เฮนเดอร์สัน คือบุคคลตัวอย่างที่คอยสร้างมาตรฐานให้แก่คนอื่นๆ ในทุกๆ วัน ตราบใดที่คุณมีตรานกไลเวอร์เบิร์ดติดตรงอกข้างซ้าย

    อย่างไรก็ตาม หากทุกอย่างถูกกำหนดโดย คล็อปป์ แค่คนเดียว อะไรๆ ย่อมราบรื่น การเจรจาขยายสัญญาไม่มีอะไรเข้ามาขัดขวาง แต่เมื่อดูเคสของ ไวนัลดุม แค่ คล็อปป์ คนเดียวเขาไม่สามารถควบคุมได้ 100 เปอร์เซนต์ มิเช่นนั้นผู้เล่นหมายเลข 5 ในตอนนี้ยังไม่ใช่ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ผู้มาใหม่แน่นอน

    คล็อปป์ อาจมีส่วนร่วมในการให้คำแนะนำ แต่ท้ายสุดแล้วอำนาจสุดท้ายในเรื่องการเงินขึ้นอยู่กับ ไมค์ กอร์ดอน ประธาน FSG รวมถึงตัว เอ็ดเวิร์ดส์ เอง

    FSG ไม่ได้ทำทุกอย่างตามที่ คล็อปป์ ต้องการ อันนี้ทุกคนทราบ และตัวกุนซือเยอรมัน ก็ยอมรับในเรื่องนี้ดี

    ไวนัลดุม รู้ว่า คล็อปป์ ชื่นชอบเขามากแค่ไหน แต่ต้องจากไปเพราะรู้สึกว่าสโมสรไม่ได้ให้คุณค่ามากพอ 

    ผิดหวังน่ะใช่ แต่ทั้งสองฝ่ายก็จากกันด้วยความรัก ภาพผู้เล่นยืนเข้าแถวด้วยความรักสื่อได้ถึงความอบอุ่นที่เขาจะไม่มีวันลืม

    ...

    สำหรับ กอร์ดอน และเอ็ดเวิร์ดส์ นี่คือเรื่องละเอียดอ่อน เป็นสถานการณ์ที่พวกเขาจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และไม่สามารถตัดสินใจด้วยการใช้อารมณ์เป็นหลักได้

    และสำหรับสโมสรที่มีแนวทางหล่อเลี้ยงด้วยลำแข้งของตัวเอง การตัดสินใจเลือกหนทางที่ดีที่สุดก็คือเรื่องที่สำคัญที่สุด

    พวกเขาต้องทำอะไรบางอย่างที่ขัดต่อความรู้สึกของตัวเองหรือกระทั่งแฟนบอลทั่วโลก ถามว่าเพราะอะไร? ก็ต้องเพราะต้องทำให้สโมสรได้ผลประโยชน์มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนับตั้งแต่เกิดโรคระบาด

    พูดง่ายๆ ก็คือ สโมสรไม่สามารถให้ขุมกำลังของทีมแก่ไปพร้อมๆ กันได้

    มาเน่, ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โฌแอล มาติป และเซอร์ดาน ชากิรี่ ต่างอายุ 29 ปี

    ฟาน ไดค์ กับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า อายุ 30 ส่วน เฮนเดอร์สัน แก่กว่าสองคนนี้หนึ่งปี ส่วน เจมส์ มิลเนอร์ อายุ 35 และสัญญาจะหมดลงในซัมเมอร์หน้า

    ประสบการณ์คือเรื่อสำคัญก็จริง โดยเฉพาะการช่วยประคองเด็กๆ อย่าง เคอร์ติส โจนส์(20 ปี) หรือ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์(18 ปี) แต่ทุกอย่างจำเป็นต้องมีส่วนผสมที่ลงตัวตามยุทธศาสตร์ของ FSG

    ยุทธศาสตร์ของ FSG ที่วางไว้ในช่วงซัมเมอร์นี้คือการรั้งผู้เล่นตัวหลักไว้ 

    เอ็ดเวิร์ดส์ และ กอร์ดอน พยายามสร้างทีมให้พร้อมกับการแข่งขันในอีก 3-4 ปีข้างหน้า 

    ลิเวอร์พูล เพิ่งคว้า โกนาเต้ วัย 22 ปีเข้ามาด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ มาแค่คนเดียวก็จริง แต่ก็ยังมีแผนอื่นที่ตามมาในช่วงซัมเมอร์นี้กับการทยอยปล่อยตัวผู้เล่นอย่าง แฮร์รี่ วิลสัน กับ มาร์โก กรูยิช

    FSG มองว่าปี 2022 คือปีที่จะเริ่มต้นปรับสภาพทีมใหม่อย่างจริงจัง(refreshing and regenerating the squad) พวกเขาเชื่อว่าเมื่อถึงเวลานั้นผลกระทบด้านการเงินในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจะคลี่คลายขึ้น

    โดยในซัมเมอร์หน้า สัญญาของ นาบี เกอิต้า และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน กำลังจะเดินทางเข้าสู่ปีสุดท้าย เช่นเดียวกับรายของ เฮนเดอร์สัน

     "เรื่องสัญญาเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงน้อยที่สุด แต่มันก็อาจจะเป็นสิ่งที่สื่อถึงเรื่องที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาไปด้วยก็ได้ นี่เป็นช่วงซัมเมอร์ที่สำคัญมากๆ สำหรับ จอร์แดน" แหล่งข่าวที่อ้างว่าใกล้ชิดกับสถานการณ์นี้เผยกับ ดิ แอธเลติก

    เฮนเดอร์สัน เลือกที่จะไม่พูดอะไรมาก เขาไม่ใช่พวกที่ชอบทำให้เกิดความวุ่นวาย เขาให้ความเคารพแก่ทุกฝ่าย และให้ความสำคัญกับเรื่องทีมมาเป็นอันดับแรก 

    สิ่งที่ชัดเจนก็คือเรื่องเงินมันไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญที่สุด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องที่ว่าเขาอยากรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่ต้องการจริงๆ 

    เขารู้ดีว่า คล็อปป์ มีแผนสำหรับเขาแล้ว แต่ฝั่งสโมสรล่ะคิดยังไง? สโมสรมองว่าบทบาทของเขาเป็นแบบไหนในภายภาคหน้า?

    เฮนเดอร์สัน ไม่ได้อยากอยู่เพียงเพื่อคอยให้กำลังใจเพื่อนๆ หรือให้คำแนะนำดีๆ กับเด็กใหม่ที่เข้ามา

zoom

    เขาไม่ต้องการให้สโมสรต่อสัญญาเพียงเพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำ

    เฮนเดอร์สัน อยากให้สโมสรมองเห็นว่าตัวเขาเองยังมีประโยชน์อีกมากเพื่อช่วยทีมไขว่คว้าล่าโทรฟี่เพิ่มในอนาคต

    บางทีสิ่งที่ อดัม ลัลลาน่า เคยพูดถึงเพื่อนสนิทของเขาว่าไม่ค่อยได้รับการยกย่องในฐานะผู้เล่นมากสักเท่าไหร่คงเป็นเรื่อจริงที่ถูกคลุมไว้ด้วยผ้าห่มของความเป็นผู้นำ

    หลายคนโฟกัสไปที่ความเป็นผู้นำมากเกินไปจนทำให้จริงๆ แล้วคุณภาพในการเป็นสุดยอดมิดฟิลด์ของ เฮนเดอร์สัน ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน

    เฮนเดอร์สัน คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมจากผู้สื่อข่าวประจำปี 2020 ด้วยผลงานยอดเยี่ยมกับการรับบทบาทผู้เล่นหมายเลข 8 ให้กับ ลิเวอร์พูล จนคว้าแชมป์ลีกมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่

    ซีซั่นก่อน เขาแสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจในการรับหน้าที่ผู้เล่นหมายเลข 6 ตลอดถึงการถอยลงไปเป็นเซ็นเตอร์แบ็กในยามที่ทีมขาดแคลนผู้เล่นแนวรับ ก่อนจะได้รับบาดเจ็บบริเวณขาหนีบในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

    ซึ่งในช่วงการพักรักษาตัว เฮนเดอร์สัน ทำให้ทีมแพทย์ของ และบรรดานักวิทยาศาสตร์การกีฬาของสโมสรเกิดความประทับใจกับความมุ่งมั่นในการรักษาตัวจนร่างกายดีขึ้น และหายทันจนติดทีมชาติอังกฤษ ลุยศึก ยูโร 2020 รอบสุดท้าย

zoom

    เฮนเดอร์สัน เชื่อว่าตัวเองกำลังจะเข้าสู่ช่วงวัยที่เขาเล่นได้ดีที่สุด 

    เขาคิดว่าเขาสามารถเล่นในระดับสูงสุดได้ต่อให้จะมีอายุเข้าสู่วัย 30 กลางๆ ก็ตาม และเขาไม่ได้คิดเกี่ยวกับชีวิตในช่วงบั้นปลายของอาชีพการเล่นแม้แต่นิดเดียว

    ความสำคัญของ เฮนเดอร์สัน ต่อ ลิเวอร์พูล ตีความหมายออกมาได้จากสถิติตัวเลขเหล่านี้

    นับตั้งแต่ฤดูกาล 2016/17 ซึ่งเป็นการทำงานเต็มซีซั่นครั้งแรกของ คล็อปป์ ลิเวอร์พูล แพ้ 13 นัดจาก 116 เกมพรีเมียร์ลีกที่มี เฮนเดอร์สัน ลงเป็นตัวจริง คิดเป็นความพ่ายแพ้ 11 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อเทียบกับ 56 เกมลีกที่ เฮนเดอร์สัน ไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงนั้น ตัวเลขความปราชัยคือ 10 ครั้ง คิดเป็น 18 เปอร์เซ็นต์

    ลิเวอร์พูล ยิงเฉลี่ย 1.27 ประตูต่อเกมยามมี เฮนโด้ ออกสตาร์ท แต่ตัวเลขลดลงเหลือ 0.59 ประตูต่อเกมเมื่อไม่มีเขาเป็นตัวจริง

    หากเรื่องราวระหว่าง เฮนเดอร์สัน กับ ลิเวอร์พูล ต้องจบลง มันก็ทำให้นึกย้อนไปถึงคราวอำลาสโมสรของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด เมื่อ 6 ปีก่อน

zoom

    เดือนมกราคม ปี 2015 เจอร์ราร์ด ในวัย 34 ปีประกาศว่าตัวเองจะออกจากสโมสรโปรดตั้งแต่วัยเด็กเมื่อถึงวันสิ้นสุดสัญญาในซัมเมอร์ปีนั้น

    ความโศกเศร้าเสียใจของ เจอร์ราร์ด เขารู้สึกได้ถึงความพยายามที่ไม่มากพอที่จะให้ตัวเองได้อยู่กับสโมสรแห่งนี้ต่อไป

    การพูดคุยระหว่าง สตรวน มาร์แชลล์ เอเยนต์ของเขา กับ เอียน แอร์ จบลงด้วยการเจรจาเพียงแค่ 15 นาที

    แอร์ เสนอสัญญาให้ เจอร์ราร์ด อยู่ต่อกับทีมอีก 1 ปี แต่ฝ่ายนักเตะต้องเซ็นรับค่าเหนื่อยที่น้อยลง 40 เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้จะมีเรื่องของโบนัสผลงานเพิ่มเติมในสัญญา แต่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมในขณะนั้นได้แจ้งกับ เจอร์ราร์ด ไปแล้วว่าเวลาลงสนามของเขาจะถูกลดทอนลง นั่นหมายความว่าเงินโบนัสที่เพิ่มมามันก็ไม่มีความหมายอะไร

    "มันดูเหมือนว่าเป็นผมเองที่มีความต้องการอยากอยู่กับทีมต่อมากกว่าที่พวกเขาต้องการให้ผมอยู่ต่อเสียอีก" เจอร์ราร์ด เขียนลงในอัตชีวประวัติของตัวเอง ซึ่งภายหลังเขารู้สึกเสียใจที่ไม่ได้อยู่กับทีมต่ออีกหนึ่งปี มิเช่นนั้นเขาคงได้มีโอกาสร่วมงานกับ คล็อปป์ ในปีถัดมา

    ...

    ส่วนเรื่องของ เฮนเดอร์สัน กับ ลิเวอร์พูล ตัวกัปตันเองยังไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอจากสโมสร แต่ชัดเจนว่าหากสิ่งที่วางอยู่บนหน้ากระดาษเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ง่ายๆ ถึงตอนนี้ข้อตกลงก็คงบรรลุเรียบร้อยไปแล้ว

zoom

    เชื่อว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ ลิเวอร์พูล ไม่มีใครอยากเห็น เฮนเดอร์สัน มีชะตากรรมเดียวกับ เจอร์ราร์ด หรือแม้แต่ ไวนัลดุม 

    กัปตัน ลิเวอร์พูล คนปัจจุบันมีค่าเกินกว่าจะปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อไปจนเหลือระยะเวลา 12 เดือนสุดท้ายของสัญญา

    บางคนรู้สึกว่าถ้าเกิด ลิเวอร์พูล ไม่ให้ข้อเสนอที่เป็นธรรมกับนักเตะที่ประสบความสำเร็จ และทุ่มเทเพื่อสโมสรอย่างสุดชีวิต มันก็มีโอกาสที่เขาจะย้ายออกไปมากกว่าที่จะมีการต่อสัญญากัน

    สโมสรฟุตบอลจำเป็นต้องพัฒนาไปข้างหน้าโดยที่ไม่ยึดติดกับเรื่องอารมณ์ 

    ขณะที่สำหรับบรรดานักเตะ เมื่อพิจารณาถึงการที่นักฟุตบอลคืออาชีพที่ไม่ได้ยืนยาวมากนักเมื่อเทียบกับอาชีพอื่นๆ พวกเขาก็ย่อมอยากได้สิ่งที่ดีที่สุดต่อตัวเองเป็นธรรมดา 

    ถึงตรงนี้เห็นได้เลยว่าทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง

    ด้วยความที่เขาเป็นตัวหลักของ ลิเวอร์พูล น่าสนใจว่าอีกหลายสัปดาห์ หรืออีกหลายเดือนต่อจากนี้จะเกิดอะไรกับ เฮนเดอร์สัน ในประเด็นที่เกี่ยวกับการเซ็นสัญญาฉบับใหม่

    ยังจำคำพูดตอนที่เขาเซ็นสัญญาครั้งล่าสุดกันได้อยู่ไหมครับ

zoom

    "ไม่มีที่ไหนในโลกที่ผมอยากจะเล่นฟุตบอลไปมากกว่าที่นี่อีกแล้ว ผมอยากอยู่ที่นี่ตราบเท่าที่ผมจะสามารถทำได้" เขาพูดแบบนั้นในเดือนกันยายน ปี 2018

    แม้ที่ผ่านมา เฮนเดอร์สัน จะได้ชูถ้วยแชมป์ และเสียสละให้สโมสรมามากแค่ไหนกับตลอดช่วง 1 ทศวรรษที่ผ่านมา

    แต่ตอนนี้ไม่มีใครรู้เลยว่าเขาจะมีโอกาสได้ทำแบบนั้นได้อีกนานเท่าไหร่...

    HOSSALONSO

HOSSALONSO