พฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน 2559 16:30 อัซซูรี่เฮหักเขากระทิง2-0ลิ่วชนเบียร์รอบก่อนรอง

View Share
SHARE

"อัซซูรี่" อิตาลี ล้างแค้นเมื่อ4ปีที่แล้วได้ หลังบดเอาชนะ แชมป์เก่า "กระทิงดุ" สเปน 2-0 ผ่านเข้ารอบ8ทีมสุดท้ายไปชน เยอรมัน ต่อไป ในศึกยูโร2016 รอบ16ทีมสุดท้าย เมื่อวันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ฟุตบอลยูโร2016 รอบ16ทีมสุดท้าย
วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน 2556
อิตาลี 2-0 สเปน

สนาม สต๊าด เดอ ฟร้องซ์

      สเปน แชมป์เมื่อครั้งที่แล้วลงเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเจอกับอิตาลี รองแชมป์เมื่อครั้งที่แล้ว นับเป็นการรีแมตช์นัดชิงชนะเลิศสี่ปีที่แล้ว ทาง บิเซนเต้ เดล บอสเก้ โค้ชของสเปนไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นเลยสี่นัดติดต่อกันในยูโรครั้งนี้ โดยกองหน้าก็ยังใช้ อัลบาโร่ โมราต้า ส่วนทางอิตาลีนั้นทาง อันโตนิโอ คอนเต้ เปลี่ยนแปลง 5 ผู้เล่นจากนัดที่แพ้ไอร์แลนด์ 0-1 ในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม นำโดย จานลุยจิ บุฟฟ่อน ผู้รักษาประตูจอมเก๋ากัปตันทีม แล้วก็ส่ง จอร์โจ้ คิเอลลินี่ เซนเตอร์แบ็กลงไปเล่นตัวจริงคู่กับ อันเดรีย บาร์ซายี่ และ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ในขณะที่ มัตเตีย เด ชีโย่ ได้ลงเล่นตัวจริงในวิงแบ็กแทนตำแหน่งอง อันโตนิโอ คันเดรว่า ที่เจ็บ 

      เกมในครึ่งแรกเริ่มต้นขึ้นทางอิตาลีบุกเข้าใส่สเปนมากกว่า และนาทีที 6 อิตาลีบุกเข้าไปในเขตโทษสเปนแล้ว มัตเตีย เด ชีโย่ จ่ายบอลให้กับเอแดร์ ยิงแต่เบาไปเลยโดน ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูสเปนรับได้

      และนาทีที่ 8 ฆวนฟราน แบ็กขวาของสเปนไปผลักเอแดร์ ล้มลงใกล้เขตโทษทางซ้ายและผู้ตัดสินเป่าให้อิตาลีได้ลูกฟรีคิกแล้ว อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ เปิดโค้งเข้าไปทางเสาไกลให้กับ กราเซียโน่ เปลเล่ โหม่งแต่โดน ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูสเปนพุ่งปัดตรงเสา

zoom

      จากนั้นนาทีที่ 11 อิตาลีได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อ เอมานูเอเล่ จัคเครินี่ กระโดดตีลังกายิงไปชนเสาแต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นการฟาวล์เนื่องจากเตะสูงอันตรายต่อหน้าของ เซร์คิโอ รามอส เซนเตอร์แบ็กกัปตันทีมสเปน

      สเปนมีโอกาสดีที่สุดช่วงนาทีที่ 20 เมื่อบุกขึ้นไปทางซ้ายของเขตโทษ โนลีโต้เปิดตัดเข้ากลางให้กับ เชส ฟาเบรกาส ยิงด้วยเท้าขวาแต่ติดบล็อกอย่างน่าเสียดาย

      นาทีที่ 24 มัตเตีย เด ชีโย่ ไปดึง ดาบิด ซิลบา ทางเริ่มเส้นทางขวาจึงโดนใบเหลืองเตือนคนแรก และต่อมาอิตาลีมีโอกาสโต้กลับมา เด ชีโย่ เปิดบอลจากทางซ้ายโค้งเข้าประตูให้กับ มาร์โก ปาโรโล่ โหม่งหลุดกรอบออกไป และต่อมาปาโรโล่โหม่งแย่งบอลกับ อัลบาโร่ โมราต้า แต่ไปกางศอกเลยโดนที่หน้าของโมราต้าจึงเสียฟาวล์ไป

     นาทีที่ 28 อันเดรส อีเนียสต้า ยิงไกลหน้ากรอบเขตโทษโดน จานลุยจิ บุฟฟ่อน รับได้ ต่อมาอิตาลีสวนกลับมาขึ้นบอลทางซ้าย เด ชีโย่ เปิดเข้าไปในเขตโทษ รามอสพยายามเคลียร์บอลแต่เกือบเข้าประตูตัวเองแล้วอิตาลีได้ลูกเตะมุมแต่ก็ไม่ได้ลุ้น

zoom

     ต่อมานาทีที่ 32 รามอสไปสกัดบอลด้านหลังของเปลเล่ล้มลงหน้ากรอบเขตโทษระยะ 22 หลา เอแดร์ยิงไปทะลุกำแพงตั้งรับไป เด เคอา ปัดไม่อยู่ และพยายามใช้เท้าสกัดออกไปแต่ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ เซนเตอร์แบ็กอิตาลีวิ่งเข้าไปซ้ำตุงตาข่ายให้อิตาลีนำ 1-0 

     ต่อมานาทีที่ 36 เปลเล่ นักเตะอิตาลีไปทำฟาวล์อีเนียสต้าใกล้เขตโทษทางขวาแล้วสเปนได้ฟรีคิก โดยซิลบายิงฟรีคิกโค้งไปทางเสาไกลแต่เลยออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

     จากนั้นโนลีโต้ ผู้เล่นสเปนไปย่ำ ดานิเอเล่ เด รอสซี่ ทำให้โดนใบเหลืองเตือนอีกคนกลายเป็นคนที่สองในนัดนี้ และต่อมา ฟาเบรกาสทำฟาวล์เด ชีโย่ และทางอิตาลีมีโอกาสช่วงนาทีสุดท้ายบุกขึ้นไปทางขวาแล้วปาโรโล่ยิงแต่เบาไปยิงไปติด เด เคอา รับได้ และต่อมาสเปนบุกขึ้นไปแล้วโดนสวนกลับ จัคเครินี่พาบอลเข้าไปทางซ้ายของโทษก่อนจะแตะเข้าขวาแล้วยิงเต็มๆ แต่เด เคอา ปัดออกหลังไปได้อย่างหวุด และจบลงครึ่งแรกอิตาลีนำอยู่ 1-0 

        ครึ่งหลังสเปนเปลี่ยนเอา อาริตซ์ อาดูริซ ลงไปแทนโนลีโต้ และสเปนเล่นบุกมากกว่าเดิม มีโอกาสช่วงนาทีที่ 49 เมื่อ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ไปทำแฮนด์บอลทางขวาใกล้เขตโทษ และสเปนได้ลูกฟรีคิก โดยซิลบาเปิดไปแต่โดนผู้เล่นอิตาลีเคลียร์ออกหลังไป และได้ลูกเตะมุมเปิดมาโดน เชส ฟาเบรกาส เปิดเข้าไป แล้วโมราต้าโหม่งแต่ไปฟาวล์เสียก่อน

         นาทีที่ 53 อิตาลีเปลี่ยนเอา ติอาโก้ ม็อตต้า ลงไปแทน ดานิเอเล่ เด รอสซี่  และถัดมาเปลเล่ไปทำฟาวล์ ฟาเบรกาสจึงโดนใบเหลืองเตือนอีกคน และถัดมาอิตาลีสวนกลับไป เปลเล่ไหลบอลให้กับเอแดร์เข้าไปในเขตโทษ แต่ยิงติด เด เคอา อย่างน่าเสียดาย

        ถัดมานาทีที่ 60 ปีเก้เข้าไปขวางเบียดเอแดร์ล้มลงไปแล้วย่ำที่ขาอีก แต่ผู้ตัดสินให้เล่นต่อไปโดยภาพรีเพลย์แสดงให้เห็นว่าปีเก้ย่ำเอแดร์ 

zoom

       นาทีที 62 เอแดร์อาศัยความเร็วกระชากบอลเข้าไปใกล้เขตโทษทางซ้ายแล้วไหลบอลให้กับ เด ชีโย่ แต่ช้าไปโดนปีเก้เข้าไปเคลียร์บอลทิ้งได้ก่อน

      อิตาลีกลับมาทำเกมได้เหมือนกับครึ่งแรก และมีโอกาสจะทำประตูเพิ่ม แต่ยังมีปัญหาการเข้าทำประตูเช่น เดียวกับสเปนก็มีโอกาสเข้าไปสร้างความกดดันต่อแนวรับของอิตาลีได้ แต่ก็ไม่สามารถเจาะเข้าไปได้เพราะอิตาลีรับแน่น และนาทีที่ 69 สเปนได้ลุ้นจากฟาเบรกาสไหลบอลเข้าไปในเขตโทษให้กับอาดูริซยิงด้วยเท้าซ้ายแต่หลุดกรอบออกไป ก่อนที่สเปนจะเปลี่ยนเอา ลูกัส บาซเกซ ลงไปแทน อัลบาโร่ โมราต้า 

zoom

     จากนั้นทีที่ 71 สเปนได้ลูกเตะมุมทางขวา โดยฟาเบรกาสเปิดไปหน้าประตู รามอสขึ้นโหม่งเต็มๆ แต่ข้ามคานออกไปนิดเดียว 

     ถัดมานาทีที่ 74 สเปนได้ลุ้นอีก เมื่อบุกกลับมาถึงหน้าเขตโทษ อาดูริซจ่ายบอลทะลุตัดแนวรับอิตาลีให้กับบาซเกซ แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้าแล้ว แม้ว่าบาซเกซจะยิงไปชนเสากระดอนออกมา และอิตาลีได้เตะจากประตู ต่อมาสเปนมีโอกาสเมื่อ อันเดรส อีเนียสต้า ยิงด้วยเท้าซ้ายหน้ากรอบเขตโทษแต่โด่งข้ามคานออกไป จากนั้นปีเก้ยิงด้วยเท้าซ้ายเต็มๆ แต่โดนบุฟฟ่อนปัดออกไปได้

zoom

      ช่วงทดเจ็บ อิตาลี มาบวกสกอร์เพิ่มขึ้นอีก เมื่อใช้จังหวะโต้กลับ บอลมาถึง ดาร์เมี่ยน เปิดบอลแฉลบแนวรับสเปน มาเข้าทางปืน กราเซียโน่ เปลเล่ วอลเลย์ 2-0 เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ไปเจอกับทีมชาติเยอรมัน

 

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

สเปน : ดาวิด เด เคอา; ฆวนฟราน, เคราร์ด ปีเก้, เซร์คิโอ รามอส (กัปตันทีม), จอร์ดี้ อัลบา; เชส ฟาเบรกาส, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อันเดรส อีเนียสต้า; ดาบิด ซิลบา, อัลบาโร่ โมราต้า, โนลีโต้ 

อิตาลี : จานลุยจิ บุฟฟ่อน (กัปตันทีม); อันเดรีย บาร์ซายี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่; อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่, มาร์โก ปาโรโล่, ดานิเอเล่ เด รอสซี่, เอมานูเอเล่ จัคเครีนี่, มัตเตีย เด ชีโย่; กราเซียโน่ เปลเล่, เอแดร์ 

ผู้ตัดสิน : คูเนยต์ ชาคีร์ (ตุรกี)  

 

Getty Images
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]