จันทร์ ที่ 15 สิงหาคม 2559 10:14 เบียร์เฮดวลโทษ6-5!หลังเจ๊าเลี่ยน1-1ลิ่วรอบรอง

View Share
SHARE

"อินทรีเหล็ก" เยอรมัน เสมอกับ "อัซซูรี่" อิตาลี ไปอย่างสนุก 1-1 ก่อน120นาทีทำอะไรกันไม่ได้ ต้องดวลจุดโทษก่อนต้องยิงกันถึงฝั่งละ9คน สุดท้าย ทีมเมืองเบียร์แม่นกว่า เอาชนะไป 6-5 ผ่านเข้าตัดเชือกได้สำเร็จ ในศึกยูโร2016 รอบก่อนรองฯ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ฟุตบอล ยูโร 2016 รอบก่อนรองชนะเลิศ 
วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม 2559 
เยอรมัน 1-1 อิตาลี 

(เยอรมันชนะดวลจุดโทษ6-5)

สนาม : สต๊าด เดอ บอร์กโดซ์, บอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส (สนามกลาง)

       เยอรมัน หวังมาสางแค้นที่ อิตาลี เขี่ยรอบตัดเชือก ยูโร 2012 โดยปรับหมากจากแมตช์ล่าสุดมายืนระบบ 3 เซนเตอร์ฮาล์ฟ เสริมสต็อปเปอร์ขวา เบเนดิค โฮเวเดส เข้าไปอีกรายแล้วพัก ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ เป็นสำรอง แดนหน้า โธมัส มุลเลอร์ สนับสนุน มาริโอ โกเมซ

      ฝั่ง อัซซูรี่ เปลี่ยนทีมให้วุ่นเมื่อสองห้องเครื่อง ดานิเอเล่ เดรอสซี่ เจ็บสะโพกส่วน ติอาโก้ ม็อตต้า ติดโทษแบน โอกาสตกกับ สเตฟาโน่ สตูราโร่ โดยแมตช์นี้คือการลงเฝ้าเสานัดที่ 160 กับทีมชาติของ จานลุยจิ บุฟฟ่อน  

zoom

     ก่อนเขี่ยบอลนักเตะทั้งสองทีมรวมถึงผู้ชมในสนามปรบมือระลึกถึง 9 เหยื่อผู้เสียชีวิตชาวอิตาเลี่ยนจากเหตุก่อการร้ายที่ประเทศบังกลาเทศ โดยแข้งมะกะโรนีทั้ง 11 คนสวมปลอกแขนไว้อาลัย

      ข่าวร้ายของ "อินทรีเหล็ก"เพียงนาที 16 ก็ต้องเสียโควตาเปลี่ยนตัวเมื่อ ซามี่ เคดิร่า เจ็บกล้ามเนื้อหลังเข่าจากการปะทะต้องให้ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ลงเล่นแทน 

      โอกาสส่งบอลไปกองก้นตาข่ายหนแรกของ เยอรมัน นาที 26 มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ วางลึกจากกลางสนามเข้ากรอบ ชไวน์สไตเกอร์ ผลักตัวประกบ มัตเตีย เด ชีโย่ ล้มลงแล้วโหม่งระยะ 6 หลาเสียบเสาทว่าถูกจับฟาวล์ก่อน 

      เกมมาออกรสท้ายครึ่งเวลานาที 41 โยชัว คิมมิค กระชากขึ้นริมเส้นฝั่งขวาแล้วโยนไปที่เสาแรก มาริโอ โกเมซ โดดได้เหนือตัวประกบโขก 6 หลาหลุดเสาเหลือเชื่อ  

zoom

      อีกครั้งที่ "แข้งเบียร์" เกือบใส่สกอร์จากนนั้นนาทีเดียว โยนาส เฮคเตอร์ หักจากฝั่งซ้ายมาหน้ากรอบ โทนี่ โครส ยิงผิดเหลี่ยมแต่ยังมาเข้าทางคิมมิคปาดเข้าเขตโทษถึง มุลเลอร์ ลองสับไกแต่ไร้น้ำหนัก 

       จากนั้นไม่กี่อึดใจอิตาลีเกือบฉวยโอกาสเช่นกัน เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ วางลึกข้ามแนวรับให้ เอมานูเอเล่ จัคเครินี่ ได้หลุดในกรอบฝั่งซ้ายกึ่งยิงกึ่งผ่านไปปากประตู เยโรม บัวเต็ง บล็อกไว้ทันแฉลบไปถึง ปาโรโล่ สอดยิงระยะ 19 หลาแต่เซนเตอร์ฮาล์ฟสังกัดบาเยิร์น ยังแหย่เท้าเปลี่ยนทางเฉี่ยวเสาออกหลัง สิ้นเสียงนกหวีด 45 นาทีแรกเสมอ 0-0 

          กลับมาสู้กันต่อในครึ่งหลังได้แค่สิบนาที เยอรมัน น่าออกนำอย่างยิ่ง โครส แปะบอลขึ้นหน้าไปให้ มาริโอ โกเมซ สปีดไปเอาบอลพักคืนให้ โธมัส มุลเลอร์ ล็อกบอลเข้าซ้ายแล้วยิง แต่ไปติด อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ ที่ตามมากระโดดล้มตัวสกัดจากหน้าปากประตูออกหลังได้ทันเหลือเชื่อ

       กระเถิบมานาทีที่ 56 จากลูกเตะมุม อินทรีเหล็ก ได้ลุ้นต่อเนื่อง คิมมิช บริเวณเสาไกลไหลคืนให้ เยโรม บัวเต็ง แต่งหาช่องซัดไกลด้วยซ้ายเหินข้ามคานนิดเดียว

zoom

      นาทีต่อมา อิตาลี หันมาใช้เกมหนักหยุดแนวรุกเยอรมัน จนได้รับใบเหลืองไปติดๆกัน 3 คนใน 3 นาที ไล่ตั้งแต่ สตูราโร่, เด ชีโย่ และ ปาโรโล่ โดยรายของ มัตเตีย เด ชีโย่ จะติดโทษแบนนัดต่อไป หากทีมผ่านเข้ารอบตัดเชือกได้ 

      อย่างไรก็ตาม เยอรมัน มาได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จนได้ในนาทีที่ 65 เมื่อ นอยเออร์ ผู้รักษาประตูเตะเปิดบอลยาวขึ้นหน้ามาบอลตกใส่หัว อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ ผู้เล่นอิตาลี หาบอลไม่เจอ เลยโดน มาริโอ โกเมว โฉบมาพาบอลขึ้นทางกราบซ้ายแล้วจ่ายเข้าช่องให้  โยนาส เฮคเตอร์ สอดมาเปิดจากกรอบเขตโทษด้านซ้ายบอลแฉลบ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ปราการหลังอิตาลี เด้งมาเข้าทางของ เมซุต โอซิล ที่ตามมายิงด้วยซ้ายเข้าไปตุงตาข่าย เป็นประตูแรกของโอซิลในยูโรครั้งนี้ แต่เป็นประตูที่ 20 ในการเล่นให้กับทีมชาติเยอรมัน 

       ถัดมาสี่นาที เยอรมัน น่าจะได้ประตูที่สองอย่างยิ่ง เมื่อ เมซุต โอซิล ยกบอลข้ามแนวรับอิตาลี ให้กับ มาริโอ โกเมซ ที่ยืนหันหลังให้ประตู เลยตัดสินใจตอกส้นยิง แต่ จานลุยจิ บุฟฟ่อน นายทวารอิตาลี ปัดได้ปลายมือบอลข้ามคานไปเฉียดฉิว 

zoom

      ล่วงเลยมานาทีที่ 77 อิตาลี มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ โยนลูกเตะมุมเข้ามาในกรอบเขตโทษ เยโรม บัวเต็ง กองหลังเยอรมัน ขึ้นโหม่งแต่ชูแขนเหยียดขึ้นมา บอลไปโดนแขน ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที ก่อนที่ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ รับหน้าที่สังหารด้วยขวาบอลเสียบมุมขวาเข้าไปอย่างเด็ดขาดช่วยให้ อิตาลี ตามตีเสมอ 1-1 และเป็นประตูแรกที่เยอรมันเสียในยูโรครั้งนี้ รวมทั้งเป็นประตูที่ 50 ซึ่ง อิตาลี ยิงเยอรมันได้ 

      เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้อีก ครบ 90 นาที เสมอ 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที 

      ตลอดช่วงเอ็กซ์ตร้า ไทม์ ทั้งสองชาติเน้นปลอดภัยอาศัยลูกยิงไกลจากแถวสองแต่ขาดประสิทธิภาพจึงยังเสมอกันที่ 1-1 เมื่อครบ 120 นาทีต้องถึงขั้นฎีกาดวลจุดโทษ 


      และถึงแม้ต้องยิงถึงฝั่งละ9คนเป็น เยอรมัน ยิงแม่นยำกว่า ยิงชนะไป 6-5 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศรอพบผู้ชนะระหว่าง ฝรั่งเศส หรือ ไอซ์แลนด์ ในวันที่ 7 ก.ค.

"โมนาลิซ่า" ส่งตรงจากฝรั่งเศส หลังเยอรมันเอาชนะจุดโทษอิตาลีไปอย่างสุดมันส์ แถมโดนหนุ่มอัซซูรี่หอมแก้มอีกด้วย
 

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม 

เยอรมัน : มานูเอล นอยเออร์ (กัปตันทีม) - เบเนดิค โฮเวเดส, เยโรม บัวเต็ง, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ - โยชัว คิมมิค, ซามี่ เคดิร่า, โทนี่ โครส, โยนาส เฮคเตอร์ - โธมัส มุลเลอร์, เมซุต โอซิล - มาริโอ โกเมซ

อิตาลี : จานลุยจิ บุฟฟ่อน (กัปตันทีม) - อันเดรีย บาร์ซายี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ - อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่, สเตฟาโน่ สตูราโร่, มาร์โก ปาโรโล่, เอมานูเอเล่ จัคเครินี่, มัตเตีย เด ชีโย่ - เอแดร์, กราเซียโน่ เปลเล่

ผู้ตัดสิน : วิคตอร์ คาสไซ (ฮังการี)

 

Getty Images
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]