จันทร์ ที่ 15 สิงหาคม 2559 10:14 ฝอยทองปะมังกรแดง,โด้วัดคมเบลตัดเชือกยูโร

View Share
SHARE

พลาดไม่ ได้ด้วยประการทั้งปวง..."ฝอยทอง" โปรตุเกส เตรียมส่ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงกระชากชัย เกมพบ "มังกรแดง" เวลส์ ที่มี แกเร็ธเบล นำบุกลุ้นเฮ ในศึกฟุตบอล ยูโร 2016 (รอบรองชนะเลิศ) คืนวันพุธที่ 6 ก.ค. ศกนี้

ปรีวิวฟุตบอลยูโร 2016
(รอบรองชนะเลิศ)
วันพุธที่ 6 กรกฎาคม 2559
โปรตุเกส - เวลส์
ถ่ายทอดสด:
ช่อง 3 เอชดี (33), (เวลา: 02.00 น.)


สนาม: ปาร์ก โอลิมปิก ลียงเน่ส์, (ลียง, ฝรั่งเศส)

        สำหรับ คู่นี้เจอกันมาแค่สามหนเท่านั้น เป็นเกมกระชับมิตรทั้งหมด ไม่เคยจบด้วยผลเสมอเลย โดย โปรตุเกส ชนะไปสองนัด ส่วน เวลส์ คว้าชัยไป 1 นัด

        การเจอกันหนล่าสุดนั้น โปรตุเกส ชนะไปได้สวยงาม 3-0 ในนัดกระชับมิตรเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ปี 2000

        "ขุน พลจากแดนฝอยทอง" ทีมชาติโปรตุเกส ทีมอันดับ 8 ของโลกจากการจัดอันดับล่าสุดของฟีฟ่า อยู่ภายใต้การคุมทัพของ แฟร์นานโด ซานโต๊ส ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศศึกยูโร เป็นครั้งที่ 4 จาก 5 สมัยหลังสุด โดยรอบ 8 ทีมสุดท้ายนั้นเสมอ โปแลนด์ 1-1 ก่อนชนะดวลจุดโทษ 5-3 ทำให้พวกเขาเสมอตลอดทั้ง 5 นัดที่ผ่านมา (ในเวลาปกติ)

        สภาพ ทีมเกมนี้ โปรตุเกส ต้องขาด วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ กองกลางตัวรับที่ติดโทษแบน 1 นัด เนื่องจากสะสมใบเหลืองครบตามโควตาพอดี ทำให้ ดานีโล่ เปเรยร่า ได้ลงเล่นแทน

        นอกจากนี้ เปเป้ เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวเก๋า มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาจนชวดลงซ้อมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เลยต้องรอดูอาการกันต่อไป ขณะที่ ราฟาแอล แกร์เรโร่ แบ็กซ้าย ต้องรอประเมินความฟิตเหมือนเดิม ส่วน อันเดร โกเมส มิดฟิลด์วัย 22 ปี หายเจ็บกล้ามเนื้อ กลับมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้ว พร้อมช่วยทีม

        แนว รับหากว่า เปเป้ กองหลังวัย 33 ปี ไม่ฟิตจะให้ ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ ลงเล่นเสียบแทนโดยจับคู่กับ โชเซ่ ฟอนเต้ ในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ แบ็กขวาวางใจ เซดริก โซอาเรส ส่วนฝั่งซ้าย เอลิเซว พร้อมยึดตัวจริงต่อไป

        แดนกลาง วาง ดานีโล่ เปเรยร่า พล่านตัดเกมอยู่หน้าแนวรับ ปล่อยให้ อาเดรียน ซิลวา, เรนาโต้ ซานเชส และ ชูเอา มาริโอ ลงมาปั้นเกมรุกสนับสนุน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (กัปตันทีม) กับ นานี่ เข้าถล่มประตู

        สลับมาดู "ขุนพลมังกรแดง" ทีมชาติเวลส์ ของ คริส โคลแมน สร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ ด้วยการผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศศึกยูโร ตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย และถือเป็นความสำเร็จสูงสุดครั้งใหม่ของพวกเขาในเวทีใหญ่ด้วย หลังจากเค้นฟอร์มแกร่งชนะทีมเต็งอย่าง เบลเยียม ด้วยสกอร์ 3-1

        ความ พร้อมเกมนี้ เวลส์ หมดสิทธิ์ใช้งาน 2 แข้งหลักอย่าง เบน เดวิส เซนเตอร์แบ็ก กับ อารอน แรมซี่ย์ ที่ติดโทษแบน 1 นัด จากการได้ใบเหลืองสะสมครบตามโควตาพอดี

        คาดว่าแนวรับจะส่ง เจมส์ คอลลินส์ ลงเล่นแทน เบน เดวิส เพื่อผนึกกำลังในแผงหลังร่วมกับ เจมส์ เชสเตอร์ และ แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ (กัปตันทีม)

        ส่วนพื้นที่ ของแรมซี่ย์ จะให้โอกาสกับ โจนาธาน วิลเลี่ยมส์ ได้ลงเล่นแทนเพื่อประสานงานในแดนกลางกับ โจ เล็ดลี่ย์ และ โจ อัลเลน โดยมี คริส กันเทอร์ รับบทวิงแบ็คกราบขวา อีกฟากเป็น นีล เทย์เลอร์

        เกม รุกฝาก แกเร็ธ เบล สตาร์ดังจากเรอัล มาดริด ที่ซัดให้กับเวลส์ ไปแล้ว 3 ประตูในศึกยูโร ครั้งนี้ เป็นตัวปั้นเกมรุกสนับสนุน ฮัล-ร็อบสัน คานู กองหน้าตัวเป้าเข้าถล่มตาข่าย


รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะได้ลงสนาม

        โปรตุเกส: รุย ปาตริซิโอ - เซดริค โซอาเรส, เปเป้ (ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่), โชเซ่ ฟอนเต้, เอลิเซว - ดานีโล่ เปเรยร่า - อาเดรียน ซิลวา, เรนาโต้ ซานเชส, ชูเอา มาริโอ - คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (กัปตันทีม), นานี่

        เวลส์: เวย์น เฮนเนสซี่ - เจมส์ เชสเตอร์, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ (กัปตันทีม), เจมส์ คอลลินส์ - คริส กันเทอร์, โจ เล็ดลี่ย์, โจนาธาน วิลเลี่ยมส์, โจ อัลเลน, นีล เทย์เลอร์ - แกเร็ธ เบล - ฮัล ร็อบสัน-คานู

        ผู้ตัดสิน: โยนาส อีริคส์สัน (สวีเดน)

 

 

เกร็ดเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
- นี่เป็นครั้งที่ 4 ที่คู่นี้เจอกัน แต่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มิถุนายน 2000 ซึ่งโปรตุเกสชนะ 3-0 ในเกมกระชับมิตร
- นี่เป็นครั้งแรกที่คู่นี้เจอกันในเกมอย่างเป็นทางการ โดย 3 ครั้งแรกเป็นเกมกระชับมิตรทั้งหมด
- 3 เกมที่เจอกันก่อนหน้านี้มีประตูเกิดขึ้น 11 ลูก โดยเวลส์ยังไม่สามารถทำคลีนชีตได้ในการเจอโปรตุเกส
- ฝอยทองผ่านเข้ารอบตัดเชือกเป็นครั้งที่ 5 จาก 7 เกมที่เข้าร่วมในยูโร รอบสุดท้าย โดยนับตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารอบเมื่อปี 1984 มีเพียงเยอรมันที่ผ่านเข้าถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายได้มากกว่า (6)
- อย่างไรก็ตาม โปรตุเกสลงเล่นเป็นจำนวนนัดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ยูโร โดยไม่เคยคว้าแชมป์ (33 เกม, 0 โทรฟี่) โดยครั้งเดียวที่เข้าชิง จบลงด้วยความพ่ายแพ้ต่อกรีซ 0-1 เมื่อปี 2004
- 3 เกมหลังสุดที่โปรตุเกสเล่นรอบน็อกเอาต์ ยูโร ต้องเล่นถึงช่วงต่อเวลาพิเศษทั้งหมด ซึ่งรวมถึง 2 ครั้งที่ดวลจุดโทษ (กับสเปนรอบตัดเชือก ปี 2012 และกับโปแลนด์ รอบก่อนรองชนะเลิศ ปีนี้)
- โปรตุเกสไม่แพ้ใน 12 เกมอย่างเป็นทางการยุค แฟร์นันโด ซานโตส (ชนะ 8 เสมอ 4) โดยทั้ง 8 เกมเป็นการชนะด้วยประตูห่างแค่ลูกเดียว
- โปรตุเกสยังไม่ชนะในช่วงเวลาปกติของยูโรครั้งนี้
- นี่เป็นผลงานที่ดีที่สุดของเวลส์ในรายการใหญ่ หลังจากฟุตบอลโลก 1958 ซึ่งโดนเขียตกรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยแพ้ต่อแชมป์ในบั้นปลายอย่างบราซิล
- เวลส์แพ้แค่ 2 จาก 10 เกมหลังสุดในรายการใหญ่ โดยทั้ง 2 เกมเป็นการแพ้แค่ประตูเดียว (แพ้บราซิล 0-1 ฟุตบอลโลก 1958, แพ้อังกฤษ 1-2 ในยูโร 2016)
- มีเพียงฝรั่งเศสที่ยิงประตู (11) ได้มากกว่าเวลส์ (10) ในยูโรหนนี้
- โปรตุเกสชนะ 3 จาก 4 ครั้งที่ดวลจุดโทษในรายการใหญ่ (75%) โดยในบรรดาชาติยุโรปที่ต้องดวลจุดโทษอย่างน้อย 4 ครั้ง มีเพียงเยอรมันที่มีอัตราชนะเหนือกว่า (86%, 6 จาก 7)
- อย่างไรก็กตาม โปรตุเกสยังไม่เคยได้ประตูจากจุดโทษในช่วงเวลาปกติหรือต่อเวลาพิเศษในยูโร รอบสุดท้าย (33 เกม)
- ครั้งเดียวที่โปรตุเกสได้จุดโทษ เกิดขึ้นในเกมกับออสเตรีย รอบแบ่งกลุ่ม ปีนี้ แต่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิงพลาด
- ครั้งเดียวก่อนหน้านี้ที่โปรตุเกสเล่นในสนามพาร์ค โอลิมปิก เลออนเน่ส์ จบลงด้วยผลเสมอ 3-3 กับฮังการี ในรอบแบ่งกลุ่มปีนี้
- คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงเล่นในยูโร รอบสุดท้าย มากกว่าผู้เล่นรายอื่น (19) โดย 2 ประตู 1 แอสซิสต์ของเขาในยูโรครั้งนี้ เกิดขึ้นในสนามพาร์ค โอลิมปิก เลออนเน่ส์ ในเกมกับฮังการี
- โรนัลโด้ ตามหลังสถิติทำประตูสูงสุดในยูโร รอบสุดท้าย ของ มิเชล พลาตินี่ (9) เพียงแค่ประตูเดียว
- โรนัลโด้ ยิงได้แค่ 2 ประตูจาก 13 เกมรอบน็อกเอาต์ในรายการใหญ่ (รอบรองฯ ยูโร 2004, รอบก่อนรองชนะเลิศ ยูโร 2012)
- คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำประตูไม่ได้เลยจากการยิงฟรีคิก 41 ครั้งในทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ (ฟุตบอลโลก+ยูโร)
- ในทางกลับกัน เพื่อนร่วมทีมเรอัล มาดริดอย่าง แกเร็ธ เบล ทำ 2 ประตูจากการยิงฟรีคิก 5 ครั้งในยูโรครั้งนี้
- เบล ยิงเข้ากรอบมากกว่าผู้เล่นรายอื่นในยูโร ครั้งนี้ (14) และทำได้ 3 ประตู
- ในรอบก่อนรองชนะเลิศ เรนาโต้ ซานเชส กลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูในรอบน็อกเอาต์ ยูโร (18 ปี 10 เดือน)
- เวลส์จะไม่มี อารอน แรมซี่ย์ ซึ่งมีส่วนร่วมทำประตูและแอสซิสต์ถึง 5 จาก 8 ประตูหลังสุดที่ผู้เล่นเวลส์ทำประตูได้
- ฮัล ร็อบสัน-คานู ทำประตูในทีมชาติช่วง 4 เกมหลังเท่ากับที่ทำได้ใน 30 เกมก่อนหน้านั้น

 

อันดับดาวซัลโวยูโร 2016 (ล่าสุด)
4 ประตู - อ็องตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส)
3 ประตู - โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (ฝรั่งเศส), ดิมิทรี ปาเยต (ฝรั่งเศส), แกเร็ธ เบล (เวลส์), อัลบาโร่ โมราต้า (สเปน)
2 ประตู - คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (โปรตุเกส), นานี่ (โปรตุเกส), มาริโอ โกเมซ (เยอรมัน), กราเซียโน่ เปลเล่ (อิตาลี), ยาคุบ บลาสชีคอฟสกี้ (โปแลนด์), โรเมลู ลูกากู (เบลเยี่ยม), รัดย่า นาอิงโกลัน (เบลเยี่ยม), อีวาน เปริซิซ (โครเอเชีย), บาลาซส์ ซุดซ์ซัค (ฮังการี), ร็อบบี้ เบรดี้ (ไอร์แลนด์), บ็อกดาน สตานคู (โรมาเนีย), บีร์เคียร์ บียาร์นาสัน (ไอซ์แลนด์), โคลเบนน์ ซิกธอร์สสัน (ไอซ์แลนด์), ฮัล ร็อบสัน คานู (เวลส์)  

 

 

Getty Images
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]