จันทร์ ที่ 15 สิงหาคม 2559 10:14 อินทรีปรับทัพดวลตราไก่ฟูลทีมลุ้นเข้าชิงฝอยทอง

View Share
SHARE

"แชมป์โลก" เยอรมัน เกมนี้ต้องปรับทัพชุดใหญ่ไล่ตั้งแต่แดนหลังไปจนถึงหน้า สวนทางกับเจ้าภาพ "ตราไก่" ฝรั่งเศส ที่แมตช์นี้ฟูลทีมได้ตัวหลักกลับมาครบครัน ทีมใดจะสมหวังทะลุเข้าชิงชนะเลิศกับ "ฝอยทอง" โปรตุเกส ในปรีวิวแมตช์หยุดโลก ยูโร2016 รอบรองชนะเลิศ คืนวันพฤหัสบดีที่ 7 ก.ค. นี้

ปรีวิวฟุตบอลยูโร 2016 รอบรองชนะเลิศ
วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม 2559
เยอรมัน - ฝรั่งเศส
เวลา: 02.00 น. ถ่ายทอดสด: ช่อง 3 เอชดี (33)


สนาม: สต๊าด เวโลโดรม, (มาร์กเซย, ฝรั่งเศส)

    สำหรับคู่นี้เจอกันมาทั้งสิ้น 27 นัด จากการบันทึกไว้ของฟีฟ่า ปรากฏว่า ฝรั่งเศส ชนะไปได้ 12 นัด ส่วน เยอรมัน คว้าชัยไป 9 นัด ที่เหลืออีก 6 นัดนั้น ลงเอยด้วยการเสมอกันไป โดยทั้งสองทีมยิงได้ทีมละ 43 ประตูเท่ากัน

    การเผชิญหน้ากันหนล่าสุดนั้น ฝรั่งเศส ชนะ เยอรมัน ไป 2-0 ในนัดกระชับมิตรที่ปารีส เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ปี 2015 

    "ขุนพลอินทรีเหล็ก" ทีมชาติเยอรมัน ของ โยอัคคิม เลิฟ แชมป์ฟุตบอลโลก 2014 อยู่บนเส้นทางสู่การคว้าแชมป์ยุโรป หลังผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ยูโร เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ล่าสุดเชือดหวิว อิตาลี ในการยิงจุดโทษ 6-5 หลังเสมอกัน 1-1 ในช่วงเวลา 120 นาที

    สภาพทีมเกมนี้มีปัญหามากมายเหลือเกิน เมื่อต้องขาด มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ เซนเตอร์แบ็กตัวหลักที่ติดโทษแบน 1 นัด หลังสะสมใบเหลืองครบกำหนด

    ขณะที่ 2 แข้งเดี้ยงจากเกมล่าสุดอย่าง มาริโอ โกเมซ (กล้ามเนื้อหลังหัวเข่า) กับ ซามี่ เคดิร่า (กล้ามเนื้อต้นขา) ชวดลงสนามแน่นอน โดยรายของ โกเมซ ต้องพักตลอดทัวร์นาเม็นท์นี้แล้ว 

    แต่ข่าวดีล่าสุด บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ กองกลางตัวเก๋าวัย 31 ปี ที่ก่อนหน้านี้มีอาการบาดเจ็บเอ็นหัวเข่าขวาจนไม่ได้ลงซ้อมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ฟิตทันพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ เบเนดิคต์ เฮอเวเดส ที่กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง

    คาดกันว่า เลิฟ จะกลับมาใช้ระบบ 4-2-3-1 ลงรับมือฝรั่งเศส โดยส่ง เบเนดิคต์ เฮอเวเดส ยืนจับคู่เซ็นเตอร์แบ็กกับ เยโรม บัวเต็ง  โดยมี โยชัว คิมมิช กับ โยนาส เฮคเตอร์ เป็นฟูลแบ็กขวา-ซ้าย ส่วนแดนกลาง บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ยืนผสานงานคู่กับ โทนี่ โครส 

     แผงรุกนำโดย โธมัส มุลเลอร์เมซุต โอซิล และ ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ ปั้นเกม ที่โดนส่ง มาริโอ เกิทเซ่ ขึ้นไปยืนหน้าเป้าแทนการขาดหายไปของ มาริโอ โกเมซ 

    ทางด้าน "เลส์ เบลอส์" ทีมชาติฝรั่งเศส ภายใต้การคุมทัพของดีดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ พาทีมผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศยูโร เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่คว้าแชมป์ยูโร 2000 หลังระเบิดฟอร์มไล่ต้อน ไอซ์แลนด์ 5-2 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย 

    ความพร้อมล่าสุด ฝรั่งเศส ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บให้ปวดหัว แถมได้ อาดิล รามี่ ปราการหลัง กับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางตัวรับ พ้นโทษแบนกลับมาช่วยทีมด้วย 

    ตำแหน่งผู้รักษาประตูให้ อูโก้ โยริส กัปตันทีมลงเฝ้าเสาตามเดิม โดยแนวรับทางสื่อของฝรั่งเศส อย่าง เลกิ๊ป เชื่อว่า ซามูแอล อูมติตี้ ที่ประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่เป็นนัดแรกเมื่อเกมเจอ ไอซ์แลนด์ นั้น จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้งเคียงข้างกับ โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ ส่วน บาการี่ ซาญ่า ยืนแบ็คขวา อีกฟากเป็น ปาทริซ เอวร่า ลงประจำการ 

    ขุมกำลังแดนกลางวาง ปอล ป็อกบา คุมเกมกับ แบลส มาตุยดี้ เปิดทางให้ มุสซ่า ซิสโซโก้, อ็องตวน กรีซมันน์ และ ดิมิทรี ปาเยต ปั้นเกมสนับสนุน โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้าตัวเป้าเข้าถล่มตาข่าย โดยรายของ กรีซมันน์, ชิรูด์ และ ปาเยต สามแนวรุกของตราไก่ ยิงรวมกันไปแล้วถึง 10 ประตูในศึกยูโร ครั้งนี้  

    รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะได้ลงสนาม 
      เยอรมัน (4-2-3-1): มานูเอล นอยเออร์ (กัปตันทีม) - โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง, ชโคดราน มุสตาฟี่, โยนาส เฮคเตอร์ - บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, โทนี่ โครส - โธมัส มุลเลอร์เมซุต โอซิล, ยูเลี่ยน ดรั๊กซ์เลอร์ - มาริโอ เกิทเซ่

     ฝรั่งเศส (4-2-3-1) : อูโก้ โยริส (กัปตันทีม) - บาการี่ ซาญ่า, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, ซามูแอล อูมติตี้, ปาทริซ เอวร่า - ปอล ป็อกบา, แบลส มาตุยดี้ - มุสซ่า ซิสโซโก้, อ็องตวน กรีซมันน์, ดิมิทรี ปาเยต - โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ 

    ผู้ตัดสิน: นิโกล่า ริซโซลี่ (อิตาลี)

เกร็ดข้อมูลที่น่าสนใจ
- เกมนี้เป็นการพบกันนัดที่ 5 ของทั้งสองทีมในรายการเมเจอร์ ครั้งแรก ฝรั่งเศส ชนะไปได้ 6-3 เมื่อปี 1958 แต่หลังจากนั้น เยอรมัน ไม่แพ้เลย (เสมอ 3-3, ก่อนชนะจุดโทษ 5-4 เมื่อปี 1982, ชนะ 2-0 ในปี 1986, ชนะ 1-0 ในปี 2014)
- เยอรมัน (3) และ ฝรั่งเศส (2) คว้าแชมป์ยูโรคิดเป็น 36% (รวม 5 จาก 14 ครั้ง) โดยทั้งคู่เป็นสองชาติที่ยิงในยูโรรอบสุดท้ายเยอะที่สุด (เยอรมัน 72, ฝรั่งเศส 60)
- อแล็ง ชีแรสส์ เป็นนักเตะคนสุดท้ายของ ฝรั่งเศส ที่ยิงประตูใส่ เยอรมัน ในรายการเมเจอร์ เกิดขึ้นในรอบรองชนะเลิศเมื่อปี 1982
- ฝรั่งเศส เสียประตูทุกเกมในการพบกับ เยอรมัน ตลอด 4 ครั้งในรายการเมเจอร์
- หนล่าสุดที่ทั้งสองทีมพบกันเกิดขึ้นเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2015, โดย ฝรั่งเศส ชนะ 2-0 ที่สนามสต๊าด เดอ ฟร้องซ์
- เยอรมัน ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศมา 6 ครั้งติดต่อกันในการเล่นรายการเมเจอร์ ถือเป็นสถิติยาวนานที่สุด
- อย่างไรก็ตาม หนสุดท้ายที่ เยอรมัน ได้แชมป์ยูโรต้องย้อนไปเมื่อปี 1996 เลย
- ทีมอินทรีเหล็กชนะ 14 จาก 18 เกมหลังที่เล่นในรายการเมเจอร์ โดยเสมอ 3 แพ้แค่เกมเดียว (แพ้ อิตาลี 1-2 ในยูโร 2012 รอบก่อนรองชนะเลิศ)
- เยอรมัน เป็นทีมที่รักษาคลีนชีตมากที่สุดในยูโรหนนี้ (4 จาก 5 เกม) โดยเสียประตูเดียวจากจุดโทษในเกมล่าสุดกับ อิตาลี
- เยอรมัน ครองบอลเฉลี่ย 72% ในรอบแบ่งกลุ่มยูโรหนนี้ แต่มาถึงรอบน็อคเอาท์สถิติหล่นมาเหลือ 61%
- ทีมจากเมืองเบียร์เป็นทีมเดียวที่ผ่านบอลสำเร็จถึง 1,000 ครั้งในบรรดาทีมที่เหลืออยู่ในยูโรหนนี้ (1,016 ครั้ง)
- เยอรมัน ชนะทั้ง 6 ครั้งหลังที่ต้องดวลจุดโทษตัดสินในรายการเมเจอร์ หนเดียวที่พวกเขาแพ้ต้องย้อนไปเมื่อ 40 ปีที่แล้วในยูโร 1976 ที่พบกับ เช็กโกสโลวาเกีย
- อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศส ชนะในการดวลจุดโทษในรายการเมเจอร์คิดเป็น 50% (ชนะ 3 แพ้ 3) แต่หนึ่งในเกมที่แพ้นั้นเป็นพ่ายให้กับ เยอรมัน ในบอลโลก 1982 รอบรองชนะเลิศ
- ฝรั่งเศส เข้าถึงรอบรองชนะเลิศรายการเมเจอร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่บอลโลก 2006, โดยพวกเขาผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศทั้ง 3 ครั้งก่อนหน้าที่เล่นในรอบตัดเชือก หนล่าสุดที่ตกรอบคือการแพ้ สาธารณรัฐเช็ก ในยูโร 1996
- ฝรั่งเศส ไม่แพ้ใน 17 เกมหลังสุดที่เล่นรายการเมเจอร์ในบ้านตัวเอง โดยชนะ 15 เสมอ 2, หนล่าสุดที่แพ้ต้องย้อนไปในศึกยูโร 1960 แพ้ เช็กโกสโลวาเกีย 0-2
- ทีมตราไก่เป็นทีมที่ยิงมากที่สุดในยูโรหนนี้ 11 ลูกจาก 5 เกม, เยอะที่สุดนับตั้งแต่ยูโร 2000 (13)
- 45% ของประตูที่ ฝรั่งเศส ทำได้ในยูโร 2016 มาจากลูกโหม่ง (5 จาก 11)
- ฝรั่งเศส แพ้เกมเดียวจาก 12 เกมหลังที่เล่นที่สต๊าด เวโลโดรม (ชนะ 8 เสมอ 3) เกิดขึ้นในเกมกระชับมิตรกับ อาร์เจนติน่า (0-2) เมื่อปี 2009
- เยอรมัน ลงเล่นที่นี่หนเดียว โดยเสมอกับ ฝรั่งเศส 1-1 ในเกมกระชับมิตรเมื่อกันยายน 1968
- โธมัส มุลเลอร์ ยิงไม่ได้เลยตลอด 10 เกมที่เล่นในยูโรรอบสุดท้าย รวมถึงการพลาดจุดโทษในการดวลเป้ากับ อิตาลี ด้วย, โดยเขายิงในบอลโลกไป 10 ลูกจาก 13 เกม

- เยอรมัน จะไม่มี มาริโอ โกเมซ ที่ยิงประตูในยูโรไปแล้ว 5 ลูก มากที่สุดของอินทรีเหล็ก (เท่ากับ เยอร์เก้น คลิ้นส์มันน์)
- บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ลงเล่นในรายการเมเจอร์ไปแล้ว 37 เกม มากที่สุดของ เยอรมัน เท่ากับ มิโลสลาฟ โคลเซ่
- เมซุต โอซิล เป็นนักเตะคนเดียวของ เยอรมัน ที่ออกสตาร์ททั้ง 24 นับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2010 โดยเขาเป็นนักเตะที่แอสซิสต์มากที่สุดตลอด 4 เกมรายเมเจอร์หลังสุด 8 ครั้ง (ทั้งบอลโลกและยูโร)
- นับตั้งแต่ลงเล่นทีมชาตินัดแรกเมื่อปี 2010, เยอรมัน ชนะถึง 72.5% ในเกมที่ไม่มีเขา (29 จาก 40) แต่ชนะเพียง 60% ในเกมที่ปราการหลังผู้นี้ลงสนาม (30 จาก 50) และเกมนี้เขาติดโทษแบน 
- โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ยิงได้ทั้งสองเกมที่ออกสตาร์ทตัวจริงพบ เยอรมัน, โดยประตูแรกในการเล่นทีมชาติเกิดขึ้นในเกมพบ เยอรมัน ด้วยเมื่อกุมภาพันธ์ 2012
- ชิรูด์ ยิงไป 4 ลูกกับอีก 3 แอสซิสต์ จากการออกสตาร์ทในรายการเมเจอร์ 6 เกม
- อองตวน กรีซมันน์ ยิงและแอสซิสต์มากกว่านักเตะทุกคนในยูโรหนนี้ (ยิง 4 แอสซิสต์ 2)
- กรีซมันน์ ยิงไปแล้ว 4 ลูกในยูโรหนนี้ มากที่สุดในบรรดานักเตะฝรั่งเศสนับตั้งแต่ มิเชล พลาตินี่ ทำได้ในยูโร 1984 (9 ลูก)

 

 

Getty Images
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]