ศุกร์ ที่ 19 สิงหาคม 2559 10:06 ชิงดำยูโร!ตราไก่ลุ้นแชมป์สมัย3,ฝอยทองหวังจดประวัติศาสตร์

View Share
SHARE

"ตรา ไก่" ฝรั่งเศส เตรียมส่ง อ็องตวน กรีซมันน์ ลงปิดสกอร์หวังคว้าแชมป์สมัย 3 เกมพบ "ฝอยทอง" โปรตุเกส ที่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นำยิงหวังสร้างหน้าประวัติศาสตร์ซิวแชมป์หนแรก ลุ้นระทึกได้ในศึกฟุตบอล ยูโร 2016 (นัดชิงชนะเลิศ) คืนวันอาทิตย์ที่ 10 ก.ค. ศกนี้

ปรีวิวฟุตบอลยูโร 2016
(นัดชิงชนะเลิศ)
วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม 2559
โปรตุเกส - ฝรั่งเศส
ถ่ายทอดสด :
ช่อง 3 เอชดี (33), (เวลา: 02.00 น.)


สนาม : สต๊าด เดอ ฟร๊องซ์ (แซงต์-เดอนีส์, ปารีส, ฝรั่งเศส)

        ใน นัดชิงชนะเลิศ "ตราไก่" จะพบกับ โปรตุเกส ซึ่งพวกเขาเป็นฝ่ายคว้าชัยตลอดการพบกัน 10 ครั้งที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 1975 โดยถ้าเป็นฝ่ายกำชัย ฝรั่งเศส จะคว้าแชมป์ยุโรป 3 สมัยพร้อมก้าวขึ้นไปเป็นชาติที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในรายการนี้ร่วมกับ เยอรมัน และ สเปน

        "ขุนพลจากแดนฝอยทอง" ทีมชาติโปรตุเกส ผ่านเข้าชิงชนะเลิศเป็นหนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของประเทศ หลังเคยเข้าชิงในยูโร 2004 ที่เป็นเจ้าภาพเอง แต่พลาดท่าแพ้ กรีซ 0-1 อย่างพลิกล็อก จากการพังประตูชัยของ อันเจลอส ชาริสเตอัส ในนาทีที่ 57

        ผล งานของ โปรตุเกส ในศึกยูโรหนนี้ ผ่านรอบแรกด้วยการเสมอ 3 นัดรวด เสมอ ไอซ์แลนด์ 1-1, เสมอ ออสเตรีย 0-0 และเสมอ ฮังการี 3-3 เข้ารอบในฐานะอันดับ 3 กลุ่มเอฟ

        ขณะที่รอบน็อกเอาท์ เสมอ โครเอเชีย ใน 90 นาที ก่อนเฉือน 1-0 ช่วงต่อเวลา เข้ามาเจอกับ โปแลนด์ ที่เสมอ 1-1 จนจบ 120 นาที ก่อนดวลเป้าชนะ 5-3 และรอบรองฯ ชนะ เวลส์ 2-0

        แฟร์นันโด ซานโต๊ส เทรนเนอร์วัย 61 ปี ของทีมชาติโปรตุเกส ต้องรอทดสอบความฟิต เปเป้ เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักที่พลาดเกมรอบรองชนะเลิศ ที่ชนะ เวลส์ 2-0 เพราะเจ็บกล้ามเนื้อต้นขา ล่าสุดยังต้องแยกซ้อมตามลำพัง คงต้องรอทดสอบความฟิตจนถึงช่วงก่อนเกมนัดชิง

        หากว่า เปเป้ ลงไม่ได้ก็อาจต้องใช้งาน บรูโน่ อัลเวส ลงยืนคู่ โชเซ่ ฟอนเต้ ต่อไป เหมือนเกมกับ เวลส์

        ข่าวดีคือได้ตัว วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ พ้นโทษแบน 1 นัด กลับมาช่วยทีมได้แล้ว ทำให้ ดานีโล่ คงต้องกลับไปเป็นสำรองตามเดิม

        ตำแหน่ง อื่นๆ น่าจะยึดชุดเดิมเอาไว้ ผู้รักษาประตู รุย ปาตริซิโอ ลงเฝ้าเสา แบ็กขวาใช้ เซดริก โซอาเรส และแบ็กซ้าย ราฟาเอล เกอร์เรยโร่

        ขุม กำลังในแดนกลางวาง เรนาโต้ ซานเชส ดาวรุ่งพุ่งแรงวัย 18 ปี ลงทำเกมร่วมกับ อาเดรียน ซิลวา และ ชูเอา มาริโอ คอยป้อนบอลให้กับคู่หน้าทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (กัปตันทีม) และ นานี่ ที่ทำไปแล้วคนละ 3 ประตู ในศึกยูโร ครั้งนี้ เข้าทำประตู

        สลับมาดู "เลส์ เบลอส์" ทีมชาติฝรั่งเศส ของ ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ เดินทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูโร 2016 หลังกำชัยเหนือ "อินทรีเหล็ก" เยอรมัน ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1958 ด้วยสกอร์ 2-0 จากการเหมาคนเดียว 2 ประตูของ อ็องตวน กรีซมันน์

        สภาพทีมล่า สุด ฝรั่งเศส ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บจากเกมที่ผ่านมา และคาดกันว่าจะยึด 11 ตัวจริงชุดเดิมลงสนามทั้งหมด ทำให้ อาดิล รามี่ กับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ต้องนั่งสำรองต่อไป

        ผู้รักษาประตูให้ อูโก้ โยริส กัปตันทีมที่ฟอร์มเหนียวหนึบในรอบตัดเชือก ลงเฝ้าเสาตามปกติ แบ็กโฟร์ประกอบด้วย บาการี่ ซาญ่า, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, ซามูแอล อูมติตี้ และ ปาทริซ เอวร่า โดยรายของ อูมติตี้ จะลงรับใช้ตราไก่ชุดใหญ่เป็นนัดที่ 3

        ห้อง เครื่องของทีมวาง ปอล ป็อกบา คุมเกมกับ แบลส มาตุยดี้ เปิดทางให้ มุสซ่า ซิสโซโก้, อ็องตวน กรีซมันน์ และ ดิมิทรี ปาเยต ร่วมกันสร้างเกมรุกสนับสนุน โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์
เข้าทำประตู โดยรายของ กรีซมันน์, ดิมิทรี ปาเยต และ ชิรูด์ ยิงรวมกันไปแล้ว 12 ประตูในยูโร ครั้งนี้


รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะได้ลงสนาม

        โปรตุเกส : รุย ปาตริซิโอ - เซดริค โซอาเรส, เปเป้ (บรูโน่ อัลเวส), โชเซ่ ฟอนเต้, ราฟาเอล เกอร์เรยโร่ - วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ - อาเดรียน ซิลวา, เรนาโต้ ซานเชส, ชูเอา มาริโอ - คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (กัปตันทีม), นานี่

        ฝรั่งเศส : อูโก้ โยริส (กัปตันทีม) - บาการี่ ซาญ่า,โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, ซามูแอล อูมติตี้, ปาทริซ เอวร่า - ปอล ป็อกบา, แบลส มาตุยดี้ - มุสซ่า ซิสโซโก้, อ็องตวน กรีซมันน์, ดิมิทรี ปาเยต - โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

        ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคล็ตเท่นเบิร์ก (อังกฤษ)

 


เกร็ดข้อมูลที่น่าสนใจ
- นี่คือการพบกันหนที่ 4 ระหว่าง ฝรั่งเศส กับ โปรตุเกส ในทัวร์นาเมนต์เมเจอร์ ซึ่งตลอด 3 ครั้งก่อนนั้นเกิดขึ้นรอบรองชนะเลิศและ "ตราไก่" ชนะทั้งหมด (ยูโร 1984, ยูโร 2000 และ ฟุตบอลโลก 2006)
- นอกจากนี้ในเฮดทูเฮด 10 นัดหลังทุกรายการ "เลส์ เบลอส์" ชนะทั้งหมด ถือเป็นทีมลูกไล่อันดับสองรองจาก ลักเซมเบิร์ก (ชนะ 13 นัดรวด)
- หนสุดท้ายที่ "เซเลเซา" เอาชนะฝรั่งเศสย้อนไปถึง เม.ย.1975 ในแมตช์กระชับมิตร (2-0) โดย 4 นัดหลังที่ได้พบกัน โปรตุเกส ยิงได้ไม่เกินนัดละ 1 สกอร์
- นี่คือการผ่านเข้าชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์เมเจอร์อีกครั้งของโปรตุเกสนับ ตั้งแต่พ่ายกรีซ 0-1 (ยูโร 2004) ซึ่งแมตช์นั้นประตูที่เสียเกิดจากโอกาสยิงตรงกรอบเพียงหนดเดียว
- โปรตุเกสคือทีมที่ลงเตะในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รอบสุดท้าย ด้วยจำนวนนัดมากสุดแต่ยังไม่เคยเป็นแชมป์ (34 นัด / 0 โทรฟี่)
- สำหรับ "ฝอยทอง" นี่ไม่ใช่ทีมอันดับ 3 จากรอบแบ่งกลุ่มทีมแรกในรายการเมเจอร์ (ยูโร รอบสุดท้าย, ฟุตบอลโลก) ที่ผ่านถึงนัดชิงชนะเลิศ ก่อนนี้ก็มี อาร์เจนตินา (เวิร์ล คัพ 1990) ตามด้วย อิตาลี (เวิร์ล คัพ 1994) ทว่าทั้งสองก็ไม่ได้เป็นแชมป์
- สถิติการคุมทีมในโปรแกรมอย่างเป็นทางการ (ไม่รวมกระชับมิตร) ของกุนซือ แฟร์นานโด ซานโตส (ชนะ 9 เสมอ 4) โดยมีถึง 8 จาก 9 แมตช์ที่ชนะไม่เกิน 1 สกอร์
- กับการเตะเมเจอร์ ทัวร์นาเมนต์ 13 นัดหลัง ความพ่ายแพ้ครั้งเดียงของโปรตุเกส เกิดในเกมพบเยอรมัน (เวิร์ล คัพ 2014)
- 5 นัดหลัง รอบน็อกเอาต์ รายการชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปของ โปรตุเกส เสียเพียง 1 ประตู
- นี่จะเป็นการเข้าชิงชนะเลิศทัวร์นาเมนต์เมเจอร์หนที่ 5 ของฝรั่งเศส โดยผลงานก่อนนั้นเป็นแชมป์ 3 หน (ยูโร 1984 และ 2000 กับ เวิร์ล คัพ 1998) และได้รองแชมป์ 1 หน (เวิร์ล คัพ 2006)
- "ตราไก่" มีโอกาสคว้าแชมป์รายการเมเจอร์หนที่ 3 ติดต่อกันหากได้เป็นเจ้าภาพโดยก่อนนั้นพวกเขาเคยทำสำเร็จใน ยูโร 1984 และ ฟีฟ่า เวิร์ล คัพ 1998 ซึ่งหากทำสำเร็จจเป็นชาติแรกของยุโรป
- ผลงานฐานะเจ้าถิ่นของ "เลส์ เบลอส์" ในรายการเมเจอร์สุดแกร่งเพราะไร้พ่ายมาแล้วถึง 18 นัดติด (ชนะ 16 เสมอ 2) ความพ่ายแพ้ครั้งสุดท้ายย้อนไปไกลถึง ก.ค. 1960 รายการ ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ (ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเดิม) ถูกเชคโกสโลวาเกียบุกอัด 0-2
- มีเพียง 2 ชาติคือ เยอรมัน กับ สเปน (3 สมัย) ที่คว้าแชมป์ยุโรปได้มากกว่า ฝรั่งเศส ( 2 สมัย)
- ฝรั่งเศส คือชาติที่ยิงประตูได้มากสุดในยูโณ 2016 ที่จำนวน 13 ประตู จากการลงสนาม 6 นัด ถือเป็นจำนวนมากสุดเท่าที่เคยทำได้ในทัวนาเมนต์เมเจอร์เทียบเท่า ยูโร 2000
- เครื่องร้อนช้า!โดย 11 จาก 13 สกอร์ของ "ตราไก่" เกิดขึ้นหลังนาที 42 เป็นต้นไป
- โปรตุเกส มีสถิติไม่ดีหากเล่นที่ สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ 2 ครั้งก่อนนั้นแพ้รวดและเป็นความปราชัยต่อทีมชาติฝรั่งเศส ( 0-4 เม.ย. 2001, 1-2 ต.ค. 2014)
- หากเตะรายการเมเจอร์ที่ สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ ทีมชาติฝรั่งเศส ไร้พ่ายตลอด 6 นัด (ชนะ 5 เสมอ 1)
- เทพจุดโทษ! โปรตุเกส ดวลเป้าในเมเจอร์ทัวร์นาเมนต์ไปแล้ว 4 ครั้งชนะได้ถึง 3 (75%)เป็นรองชาติในยุโรปแค่ เยอรมัน (86%, 6 out of 7) ทีมเดียวหากเทียบกับทีมที่ได้โอกาสยิงเป้า 4 ครั้งขึ้นไป
- ขณะที่ ฝรั่งเศส มีสถิติการยิงจุดโทษในทัวร์นาเมนต์เมเจอร์ 50% (ชนะ 3 จาก 6 ครั้ง)
- ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 3 ครั้งหลังสุดทีมที่ยิงประตูได้ก่อนเป็นแชมป์ทั้งหมด มีเพียง ยูโร 2000 ที่ทีมเสียประตูคัมแบ็กกลับมาชนะ (ฝรั่งเศสชนะอิตาลี 2-1 ช่วงต่อเวลาพิเศษด้วยโกลเด้น โกล)
- คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ศูนย์หน้าของโปรตุเกสคือผู้เล่นที่ลงเตะชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปมากสุดกว่าทุก คนในทัวร์นาเมนต์นี้ ( 20 นัด) อย่างไรก็ตาม 3 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ ที่เขาทำได้ในยูโ 2016 เกิดขึ้นที่ สต๊าด เดอ ลียง ทั้งหมด
- เวลานี้ โรนัลโด้ ทาบสถิติยิงประตูใน ยูโรรอบสุดท้ายมากสุดเทียบเท่า มิเชล พลาตินี่ (ฝรั่งเศส) ด้วยจำนวน 9 ลูก ทว่าเขาไม่เคยทำได้ในการพบกับ "ตราไก่" (234 นาที)
- โอกาสยิงฟรีคิกในรายการเมเจอร์ 43 ครั้งหลังของ "ซีอาร์7" ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้เลย ซึ่งทั้งหมด 9 ประตูที่เขาได้ในทัวร์นาเมนต์ ยูโร รอบสุดท้ายเกิดขึ้นในกรอบ 18 หลา
- มีเพียงประตูเดียวใน ยูโร 2016 ของทีมชาติโปรตุเกสที่ไม่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือ นานี่ มีส่วนร่วมเป็นคนยิงหรือ แอสซิสต์ (ลูกซ้ำของ ริคาร์โด้ กวาเรสม่า ในนัดเชือด โครเอเชีย 1-0 ช่วงต่อเวลาพิเศษรอบ 16 ทีมสุดท้าย)
- อองตวน กรีซมันน์ ยิงประตู/แอสซิสต์ มากกว่าผู้เล่นทุกคนในยูโร 2016 (ยิง 6 แอสซิสต์ 2) เขามีโอกาสเป็นผู้เล่นฝรั่งเศสคนที่ 3 ที่คว้ารางวัลรองเท้าทองคำรายการเมเจอร์ต่อจาก ฌุส ฟงแต็ง (เวิร์ล คัพ 1958) และ มิเชล พลาตินี่ (ยูโร 1984)
- 6 สกอร์ที่ กรีซมันน์ ทำได้ในทัวร์นาเมนต์เดียวถือว่ามากสุดของผู้เล่น "เลส์ เบลอส์" ในอันดับสองรองจากที่ พลาตินี่ ยิง 9 ประตู ยูโร 1984
- 12 จาก 13 ลูก ที่ทีมชาติฝรั่งเศสทำได้ในยูโร 2016 เกิดจาก 3 ผู้เล่นกองหน้าตัวจริงอย่าง อองตวน กรีซมันน์ ( 6 ประตู), โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ( 3 ประตู) และ ดิมิทรี่ ปาเยต ( 3 ประตู)
- ดีดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ เทรนเนอร์ทีมชาติฝรั่งเศสจะเป็นคนที่สองในประวัติศาสตร์ต่อจาก แบร์ตี้ โฟกท์ส (ผู้เล่น ยูโร 1972, เทรนเนอร์ 1996) ที่คว้าแชมป์แห่งชาติยุโรปฐานะนักเตะและโค้ช โดย "เดเด้" เคยสวมปลอกแขนกัปตันทีมตราไก่คว้าถ้วยฟีฟ่า เวิร์ล คัพ 1998 ต่อด้วย ยูโร 2000

 

 

อันดับดาวซัลโวยูโร 2016 (ล่าสุด)
6 ประตู - อ็องตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส)
3 ประตู - โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (ฝรั่งเศส), ดิมิทรี ปาเยต (ฝรั่งเศส), แกเร็ธ เบล (เวลส์), อัลบาโร่ โมราต้า (สเปน), คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (โปรตุเกส), นานี่ (โปรตุเกส)
2 ประตู - มาริโอ โกเมซ (เยอรมัน), กราเซียโน่ เปลเล่ (อิตาลี), ยาคุบ บลาสชีคอฟสกี้ (โปแลนด์), โรเมลู ลูกากู (เบลเยี่ยม), รัดย่า นาอิงโกลัน (เบลเยี่ยม), อีวาน เปริซิซ (โครเอเชีย), บาลาซส์ ซุดซ์ซัค (ฮังการี), ร็อบบี้ เบรดี้ (ไอร์แลนด์), บ็อกดาน สตานคู (โรมาเนีย), บีร์เคียร์ บียาร์นาสัน (ไอซ์แลนด์), โคลเบนน์ ซิกธอร์สสัน (ไอซ์แลนด์), ฮัล ร็อบสัน คานู (เวลส์)  

 


ทำเนียบแชมป์ยูโร

ปี เจ้าภาพ แชมป์ รองแชมป์
1960 ฝรั่งเศส สหภาพโซเวียต ยูโกสลาเวีย
1964 สเปน สเปน สหภาพโซเวียต
1968 อิตาลี อิตาลี ยูโกสลาเวีย
1972 เบลเยี่ย เยอรมันตะวันตก สหภาพโซเวียต
1976 ยูโกสลาเวีย เซโกสโลวาเกีย เยอรมันตะวันตก
1980 อิตาลี เยอรมันตะวันตก เบลเยี่ย
1984 ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส สเปน
1988 เยอรมันตะวันตก ฮอลแลนด์ สหภาพโซเวียต
1992 สวีเดน เดนมาร์ก เยอรมัน
1996 อังกฤษ เยอรมัน สาธารณรัฐเช็ก
2000 เบลเยี่ยม-ฮอลแลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี
2004 โปรตุเกส กรีซ โปรตุเกส
2008 ออสเตรีย-สวิตเซอร์แลนด์ สเปน เยอรมัน
2012 โปแลนด์-ยูเครน สเปน อิตาลี
2016 ฝรั่งเศส    

   

 

Getty Images
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]