เสาร์ ที่ 17 กันยายน 2559 20:43 เต็ง 3 ยังน่ากลัว...

View Share
SHARE

แม้เสียรังวัดไปเยอะจากการตกรอบแรกในฟุตบอลโลก 2014 ของแชมป์เก่า แต่เชื่อว่าครั้งนี้พวกเขาจะปรับตัวได้ดีขึ้นในฐานะ “แชมป์เก่า” ยูโร เช่นกัน

 

    บิเซนเต เดล บอสเก้ มาดโค้ชคุณครูใหญ่ใจดีของเด็กๆกระทิงดุ ทำงานต่อเนื่องอย่างที่ความล้มเหลวที่บราซิลไม่สามารถทำอะไรเขาได้ ด้วยประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ ความสำเร็จอันเป็นโพรไฟล์สำคัญยิ่งที่ทำให้สหพันธ์และสื่อมวลชนสายกระทิง คิดว่าเขาได้โอกาสนั้นทำงานต่อ

    นั่นสิ...ถ้าไม่ใช่ เดล บอสเก้ ใครจะมาทำงานชิ้นที่กดดันยิ่งอย่าง “แชมป์บอลโลก”, แชมป์ยูโร 2 สมัยในรอบ 6 ปี

    ต้องยอมรับว่า...มันยิ่งใหญ่จริงๆอย่างที่หลายชาติไม่ว่าจะเป็นอิตาลี, เยอรมันเอง ก็ยังไม่เคยทำได้แบบนี้ คือคว้าแชมป์ยูโร, ป้องกันแชมป์ยูโร ได้ และเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกในช่วงเวลาคาบเกี่ยวกันแบบนี้ โดยใช้โค้ชแค่ 2 คน แต่วิธีการไม่แตกต่างจากเดิม

    ผมเองเขียนไปหลายครรั้งแล้วว่า...ไม่เคยประหลาดใจกับการเล่นของสเปนและวิธีการนำสู่ความสำเร็จด้วยพาสซิง เกมของพวกเขา เช่นเดียวกันกับความคิดที่มองว่าบาร์เซโลนาไม่ใช่ทีมนอกลโลกและไม่แปลกใจที่พวกเขาเล่นบอลอย่างที่เห็นแล้วประสบความสำเร็จอย่างสุดยอด

    สเปน, บาร์ซ่า เล่นบอลแบบนี้มานาน เพราะมันคือ “ธรรมชาติ” และ “เอกลักษณ์” ฟุตบอลของพวกเขา

    เพียงแต่ความล้มเหลวทำให้คนลืม...”สไตล์” การเล่นที่เป็น “ธรรมชาติ” ของพวกเขา

    ในฐานะคนข่าวผู้เคยเดินทางไปกินซกเล็กวัวกระทิงระยะสั้นๆ ผมไม่เคยอยู่นานๆเหมือน เจมส์ ลา ลีกา ซึ่งสามารถสถาปนาเป็น “เจ้าพ่อ”ฟุตบอลสเปนในเมืองไทยได้แล้ว เพราะอยู่จนหน้าตาเป็นหนุ่มสเปนไปแล้ว

    แม้ผมจะไม่ได้ไปจอดป้ายและ “โอล่า โอล่า เอสปันญา”แต่ผมยังคงติดตามเรื่องราวของพวกเขาเหมือนเดิม เนื่องจากมีสื่อที่เปียมด้วยข้อมูลจากนสพ. กีฬาแทบทุกแคว้นของพวกเขานำเสนอ ทำให้เราเข้าถึงข้อมูลและผมอยากจะบอกว่านสพ.กีฬาสเปน นั้นลึกด้วยเนื้อหาและข้อมูลจริงๆ ผมยกให้เป็นอันดับหนึ่งของโลก

    เนื่องจากสเปนเป็นชาติที่นิยมรักและชมกีฬาทุกประเภท ขนาดเอาวัวมาโดนมาทาดอร์เชือด ยังเรียกเป็นกีฬาทั้งที่มันไม่ใช่...

    คิดดูว่านี้สเปนเป็นชาติที่คว้าแชมป์โลกในกีฬาสากลเกือบครบแล้วมั้ง ขนาดเรือใบชิงแชมป์โลก พวกเขายังเคยได้แชมป์โลกเลย

    ฟุตบอลคือกีฬาอันดับหนึ่งเป็นมหาชนของพวกเขากลายเป็นกีฬาชนิดสุดท้ายมั้งที่ได้แชมป์ฟุตบอลโลกหลังจากรอคอยมานานนับจากคนอังกฤษเอาฟุตบอลมาให้พวกเขาเตะเล่นกันที่อ่าวบิสกายา เมืองบิลเบา แคว้น อุสกาดี้ (บาสค์) นั่นแหละครับ

    ว่ากันถึงทีมชาติสเปนในนาม “ขุนพลกระทิงดุ” ที่คนไทยเรียกแต่พวกเขาเรียกตัวเองว่า “ La Roja” ทีมเสื้อแดงเอ้ย สีแดง

    ฉายาของสเปนและประเทศกลุ่มผู้ใช้ภาษาละตินเป็นพื้นนี่ มักจะใช้สีเป็นสัญลักษณ์ “ อัสซูรี”, “เลอ  เบลอส์”, “ลา เซเลสเต้” เป็นต้น...สเปนสีแดงคือสัญลักษณ์ของพวกเขาแม้ว่าพื้นธงจะเป็นเหลืองและแดง เหมือนสีธรรมศาสตร์ แต่พวกเขาเรียกทีมชาติตัวเองว่า “ทีมเสื้อสีแดง” 

    ทีมเสื้อสีแดง กระทิงดุ...ผ่านคัดเลือกด้วยผลงานน่าประทับใจหลังหมดบอลโลกด้วยความช้ำใจ พวกเขาแพ้ 1 นัดใน 10 นัดที่ลงสนาม ...ทราบมั้ยครับว่าแพ้ทีมไหนในรอบคัดเลือก (อย่าเปิดเนตดู ลองนึกเอา)

    นึกไม่ออกผมจะเฉลยในบรรทัดต่อๆไป 

    เดล บอสเก้ ยังคงใช้นักเตะชุดเดิมๆเพิ่มเติมด้วยดาวรุ่งบ้าง ผลงานกลับมาดีขึ้น ครั้นจะบอกว่ากลุมซีของพวกเขาที่คัดเลือกนั้นไม่แข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ง่าย เมื่อเจอกับ ยูเครน, เบลารุส, สโลวะเกีย, ลักเซมเบิร์ก, มาเซโดเนีย ทีมของ มาริโอ ยูรอฟสกี้

    พวกเขายิงไป 23 ลูกเฉลี่ยนัดละ 2.3 ลูก เสียไปแค่ 3 ลูก ไม่มีนัดไหนที่ไม่ยิงประตู แม้กระทั่งนีดที่แพ้ สโลวะเกียยังยิงได้ โดยดาวซัลโวคือ ปาโก อัลกาเซร์ ยิงไป 5 ลูก ดาบิด ซิลบา 3 ที่น่าตกใจคือ อัลกาเซร์ ดาวยิงวัย 22 จากบาเลนเซีย ไม่ติดทีมชาติชุดฟุตบอลยูโร 2016 ครั้งนี้ด้วยนะครับ

    5 กองหน้าที่ เดล บอสเก้ เลือกมีไม่ติดทีมชาติเลยสักนัดอย่าง ลูคัส บาสเกส จากเรอัล มาดริด ...สถิติ 0/0 , อัลบาโร โมราต้า, เปโดร, อาริตส์  อดูริส วัย 35 ปี และ โนลิโต้ จาก เซลต้า วัย 29 ซึ่งติดทีมชาติรวมกันและผลงานยังไม่เท่ากับ อัลกาเซร์

    ไม่ฟิตร้อยเปอร์เซนต์?? นั่นคือนักเตะที่โดนตัดแบบเซอร์ไพรส์ สำหรับดาวยิง 5 ประตู

    หากเจาะลึกจริงๆ อัลกาเซร์ ทำประตูได้ในนัดที่พบกับ ลักเซมเบิร์ก 2 ลูก, สโลวะเกีย, มาเซโดเนีย ที่สำคัญสเปนชุดนี้ยิงประตูกันได้แทบทุกคนตั้งแต่กองหลังจนถึงกองหน้า เฉลี่ยกันถ้วนหน้า เรี่ยกว่าแทบไม่ได้พึ่งศูนย์หน้าเลย 

    เหมือนทีมนี้ใช้ระบบทีมเล่นเพื่อให้ได้ประตูมากกว่าฝากความหวังเอาไว้ที่กองหน้าคนใดคนหนึ่ง ไม่งั้น เชส ฟาเบรกาส จะเป็นศูนย์หน้าในยูโร ครั้งที่แล้วหรือครับ การตัด อัลกาเซร์ ออกแล้วเลือกใช้ อดูริส วัย 35 และ โนลิโต้ วัย 29 นั้น เดล บอสเก้ ให้สัมภาษณ์ว่า “มองดูทุกอย่างโดยละเอียด”

    การเลือกกองหน้าไป 5 คนเที่ยวนี้จะใช้ได้กี่คนกัน...นั่นคือเรื่องที่สนใจ และระบบการเล่นของ เดล บอสเก้ ปรับได้สองสามแบบ 4-3-3, 4-2-3-1 อะไรประมาณนี้ ถ้าดูกองกลางที่เลือก7 คนพบว่ามีตัวหลักๆ 2-3 คน ทั้ง อีเนียสต้า, ซิลบา และ บุสเกต นอกนั้นสามารถสลับกันเลยได้

    ขณะที่กองหลัง 8  คนมีเซนเตอร์ธรรมชาติ 4 คน แบกอีกสี่คน เอตอร์ เบเยริน โชคดีส้มหล่นได้เข้าก๊วนคนสุดท้ายแต่ ตำแหน่งแบกขวาคงต้องยอม ฆวน ฟราน จากแอต.มาดริด เขาไปแล้วกัน แบกซ้าย, คู่เซนเตอร์ ก็ลงตัว ทั้ง จอร์ดี้ อัลบา, ปิเกต์,รามอส 

    ถ้าเล่นแบบกลางรับสอง กลางรุกสาม บุสเกตกับ บรูโน น่าจะยืนด้วยกัน แนวรุกก็ ซิลบา , อีเนียสต้า, ฟาเบรกาส และหน้าเป้า โนลิโต้ ที่ช่วงหลังมาแรง ส่วนนัดที่ชนะเกาหลีใต้ 6-1 นั้นว่ากันไม่ได้เพราะ เดล บอสเก้ ทดลองกองหน้าหลายคนในเกมนี้ 

    ส่วนเกมในรอบสุดท้ายที่พวกเขาจะเปิดตัวกับ เชกวันที่13 มิ.ย. น่าจะเปลี่ยนอีกทีม ส่วนเกมที่อุ่นเครื่องกับจอร์เจียนั้นต้องติดตามลุ้นนะครับว่า เดล บอสเก้ จะจัดทีมอย่างไร อีกหนึ่งตำแหน่งที่แฟนบอลทั่วไปคิดคือ น่าจะถึงเวลาของ ดาบิด เด เคอา ในตำแหน่งผู้รักษาประตูตัวสุดท้ายได้แล้ว 

    น่าจะได้ลุ้นเหมือนกันนะครับแม้ว่า อีเคร์ กาสิยาส ที่เสียฟอร์มในบอลโลก 2014 จะยังคงเป็นหนึ่งในนักเตะที่ เดล บอสเก้ ไว้วางใจ แต่การใช้ เด เคอา ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเซอร์ไพรส์อะไรแน่นอน    

    ส่วน 11 คนแรกคาดการณ์หลายสื่อไม่ตรงกันเลย นัดที่จะพบกับจอร์เจียนั้น เดล บอสเก้ ให้สัมภาษณ์ว่าจะใช้ เด เคอา เฝ้าเสา แถมจะทดลองใช้ เบเยริน เล่นแบกขวาด้วยเช่นเดียวกัน และการอุ่นเครื่องกับจอร์เจีย ไม่เกี่ยวอะไรกับเกมแรกที่จะเล่นกับเชกเลย ไม้่มีความจำเป็นต้องมาเปิดเผยแผนการเล่นก่อนในนัดนี้

    เดล บอสเก้ มีแผนในใจมีนักเตะในใจแล้วอย่างน้อย 7-8 คนที่ร่วมงานกันมาจะต้องยืนพื้น หลังนี้ได้สามคนละ กลางก็ 3 คน หน้าอีก 1 ที่เหลือคือว่าเขาเลือกแผนแบบไหนเพราะ เดล บอสเก้ หลากหลายในแผนการเล่นเหมือนกันครับ 4-4-2, 4-2-3-1, 4-3-3 ก็ได้ครับ ตัวผู้เล่นก็จะเป็นแกนหลัก 7-8 คนอย่างนี้

    ถ้า 4-3-3 อันเป็นแผนที่เดล บอสเก ใช้บ่อยๆ เอาแบบ 11 คนแรกลงเตะเชกเลยนะครับ

    ผู้รักษาประตู - เด เค อา 

    กองหลัง - แบกขวา ฆวนฟราน คู่เซนเตอรื ปิเกต์, รามอส แบกซ้าย อัลบา

    กองกลาง - บุสเกต, อีเนียสต้า, โกเก

    กองหน้า - โนลิโตหรือ อดูริส, เปโดร และ ซิลบา 

    ดูจากชื่อที่จะได้เล่นทุกแผนเลยนะครับ, หลังสี่คน ตามด้วย บุสเกต, อีเนียสต้า, ซิลบา นั่นคือ 6 คนที่เล่นแน่ๆ อันนี้ไม่นับประตู ซึ่งผมคิดว่า เขาน่าจะใช้บริการ เด  เคอา แล้วครับ ไม่น่าจะกลับไปใช้ กาสิยาส 

    ดังนั้นอีก 4 ตำแหน่งต้องแย่งกันทั้ง โกเก,เปโดร, เชส ฟาเบรกาส และกองหน้า

    ในฐานะเต็งสามและแชมป์เก่า สเปนยังถูกมองว่ามีโอกาสลุ้นแชมป์ได้ แต่การจะคว้าแชมป์ยูโรแบบสามสมัยติดต่อกันนี่...มันเป็นอะไรที่เชื่อว่า ไม่น่าเป็นไปได้ง่ายๆเลยนะครับ 

    เหลือเชื่อเกินไปสำหรับแชมป์ยูโร 3 สมัยติดต่อกัน 

    แต่พวกเขาน่าจะเป็นหนึ่งในทีมที่มีโอกาสลุ้นแชมป์ด้วย และน่าจะไปถึงรอบรองชนะเลิศ จากนั้นขึ้นกับทีเด็ดในเกมสำคัญรอบนั้นแล้วว่ามีมากน้อยขนาดไหน และไม่เชื่อว่าน่าจะตกม้าตายเหมือนฟุตบบอลโลกที่ผ่านมา

    สเปน “เต็งสาม” ยังมีดีพอที่จะไปได้ไกลในยูโร 2016 ครั้งนี้ เพียงแต่ผมไม่อยากเชื่อว่าพวกเขาจะคว้าแชมป์ 3 ครั้งติด (12ปี) ในฟุตบอลยูโร 

    แชมป์ 2008,2012 .....ยิ่งใหญ่มากพอแล้ว


  

Jackie