เสาร์ ที่ 17 กันยายน 2559 20:43 ปัญหาข้อสุดท้าย

View Share
SHARE

เริ่มแล้วนะครับ สำหรับศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป "ยูโร 2012" โดยคืนนี้ประเดิมที่กลุ่มเอก่อน "เจ้าภาพ" ฝรั่งเศส จะเปิดสนาม สต๊าด เดอ ฟร็องส์ เจอกับ โรมาเนีย ตอนตีสอง ตามเวลาในบ้านเรา

 

    หลังจากวันนี้เป็นต้นไป ข่าวสารต่างๆ ก็คงจะเน้นหนักไปที่ศึกยูโรมากเป็นพิเศษ จริงๆ มันก็เริ่มเยอะมาตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ก่อนแล้วล่ะครับ แต่ควันหลงหลังจบศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยังมีตามมาอีกระลอก เลยยังต้องวนเวียนกับเรื่องราวของระดับสโมสรอีกซักนิด

    แต่หลังวันนี้เป็นต้นไป คงได้มาโฟกัสกันที่เรื่องราวของทีมชาติมากหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทีมชาติสเปน ที่อยู่ในกลุ่มดี และมีโปรแกรมลงเตะเกมแรกในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ตอนสองทุ่มตรง โดยเกมแรกของทีมกระทิงดุ จะเจอกับ สาธารณรัฐเช็ก

    กลุ่มดีของสเปน แม้ว่าจะไม่ได้ถูกยกให้เป็น "กรุ๊ป ออฟ เดธ" ของศึกยูโรคราวนี้ (ผู้สันทัดกรณีส่วนใหญ่มองว่ากลุ่มอี เป็นกลุ่มที่หนักที่สุด) แต่เมื่อดูจากรายชื่อทีมร่วมกลุ่ม ผมว่าก็ไม่เบาเลยเหมือนกัน ดีไม่ดีอาจมีความเร้าใจในการชมมากกว่ากลุ่มอี ที่ประกอบไปด้วย เบลเยี่ยม, อิตาลี, ไอร์แลนด์ และ สวีเดน ด้วยซ้ำ

    สเปน ของ บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ต้องเจอกับ สาธารณรัฐเช็ก, ตุรกี และ โครเอเชีย ซึ่งส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นการเจอกันของทีมที่มีสไตล์การเล่นที่มีความคล้ายคลึงกันไม่ใช่น้อย เพราะเป็นทีมที่มีจุดเด่นในการเล่นเกมแดนกลางด้วยกันทั้งนั้น

    เช็ก มีผู้เล่นตัวเก๋าอย่าง โทมัส โรซิชกี้ และ ยาโรสลาฟ ปลาซิล นำทัพ อาจจะอายุมากพอสมควรแล้ว แต่ประสบการณ์ของทั้งสองคนจะช่วยทีมได้แน่ แต่กระนั้นพวกเขาก็มีตัวสดอย่าง วลาดิเมียร์ ดาริด้า และ โบเร็ค ด็อกคาล ที่เป็นตัวหลักของทีมมาตลอดในช่วงรอบคัดเลือก โดยเฉพาะรายหลังนี่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก อาจแจ้งเกิดได้เต็มๆ จากทัวร์นาเมนท์นี้

    ส่วน ตุรกี คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณกันให้มากนัก เพราะเต็มไปด้วยนักเตะคุณภาพดีเต็มทีม แดนกลางนี่ทีเด็ดเพียบ ไม่ว่าจะเป็น อาร์ด้า ตูราน, นูริ ซาฮิน, ฮาคาน ชาลฮาโนกลู หรือตัวเก๋าอย่าง เซลชุค อินาน เรียกว่าวัดกับสเปนชุดนี้แล้ว คุณภาพไม่ได้เป็นรองกว่ากันเลยแม้แต่น้อย

    ขณะที่ โครเอเชีย แดนกลางเป็นจุดเด่นของพวกเขาอย่างแท้จริง ผู้เล่นอย่าง อิวาน ราคิติช, ลูก้า โมดริช, มาเตโอ โควาซิช และ อิวาน เปริซิช ต่างเป็นมิดฟิลด์คุณภาพ และเล่นให้กับทีมชั้นนำในยุโรปทั้งนั้น

    ดูแล้วไม่ใช่งานง่ายสำหรับสเปนแน่ๆ หากหวังจะผ่านเข้ารอบต่อไปในฐานะแชมป์กลุ่ม แม้ว่าในภาพรวม สื่อและสำนักพนันแบบถูกกฎหมาย จะยกให้พวกเขาเป็นเต็งแชมป์ลำดับที่ 3 ของศึกยูโรคราวนี้ก็ตาม

    เดล บอสเก้ ออกมาเผยก่อนหน้านี้ว่า เป้าหมายของเขาคือนำสเปนไปให้ถึงรอบตัดเชือกเป็นอย่างน้อย ซึ่งถ้าทำได้ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว เพราะอย่างที่รู้กันว่า ยุคทองของพวกเขาจบสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อยนับตั้งแต่จบศึกฟุตบอลโลกที่บราซิล การตกรอบแรกอย่างเจ็บช้ำ ทำให้กุนซือหน้าหนวดรู้ดีว่าถึงเวลาแล้วที่สเปนต้องเปลี่ยนถ่ายสายเลือดใหม่

    เทียบกับผู้เล่นชุดลุยฟุตบอลโลกเมื่อสองปีก่อน เดล บอสเก้ เปลี่ยนนักเตะไปมากถึง 9 ราย เรียกว่าเกือบครึ่งทีม มาคราวนี้จึงได้เห็นผู้เล่นหน้าใหม่ๆ บ้างอย่าง เซร์คิโอ ริโก้, มาร์ก บาร์ตร้า, เอ็กตอร์ เบเยริน, มิเกล ซาน โฆเซ่ และ บรูโน่ โซเรียโน่ มีชื่ออยู่ในทีมชุดนี้

    ยิ่งแดนหน้า ที่เป็นจุดเด่นของสเปนมาตลอด นับตั้งแต่พวกเขาประกาศศักดาคว้าแชมป์ยูโร 2008 ภายใต้การคุมทัพของ หลุยส์ อาราโกเนส ผู้ล่วงลับ มาคราวนี้ เดล บอสเก้ แทบจะเปลี่ยนแบบยกแผง ตัวที่เคยเป็นขาประจำอย่าง เฟร์นานโด ตอร์เรส และ ดิเอโก้ คอสต้า ถูกหมางเมินอย่างไม่ใยดี ก่อนจะไปเลือกกองหน้าอย่าง อัลบาโร่ โมราต้า, อาริตซ์ อาดูริซ, โนลิโต้ และที่เซอร์ไพรซ์สุดๆ ก็คือ ลูกัส บาซเกซ ของ เรอัล มาดริด มาอยู่ในทีมชุดนี้ด้วย

    แค่การเรียกตัวผู้เล่น 23 คนสุดท้ายก็ถูกวิจารณ์ขรมแล้ว ถ้าผลงานออกมาไม่ดีนี่ รับรองว่าดูไม่จืดแน่

    โอเคว่า จะลองนักเตะอย่าง โมราต้า และ อาดูริซ เป็นกองหน้าตัวเป้าดูบ้างมันก็พอเข้าใจได้ โนลิโต้ หรือ เปโดร ยังพอทำเนา แต่ในรายของ บาซเกซ ผมคิดว่าเป็นอะไรที่เหมือนเสียของไปเปล่าๆ

    ถ้าจะเรียกกองหน้า 5 คน ไม่เอา ดิเอโก้ คอสต้า อย่างน้อย ตอร์เรส ที่กลับมาเล่นดีอีกครั้งกับ แอต. มาดริด ก็น่าจะมีชื่ออยู่ในทีมชุดนี้ด้วย

    นับเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปีที่มีความรู้สึกว่า สเปน ไม่มีกองหน้าในระดับแม่เหล็กอยู่ในทีมเลย แตกต่างจากในสมัยก่อนที่เมื่อนึกถึงกองหน้าสเปน เราจะจินตนาการได้เลยว่ามีใครบ้าง และเป็นระดับท็อปแทบทั้งนั้น

    ยังดีที่ในตำแหน่งอื่นๆ ยังไม่ถือว่าเลวร้ายมาก ตรงกลางยังมีชื่อของ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อันเดรส อิเนียสต้า, โกเก้, เชส ฟาเบรกาส, ติอาโก้ อัลกันตาร่า และ ดาบิด ซิลบา ซึ่งก็ถือว่าเป็นกองกลางระดับโลกแทบทุกคน

    ไม่ว่าจะเรียกใครมาใช้งานบ้าง แต่สเปนชุดนี้ก็ต้องเดินหน้าต่อไป ถ้าผลงานออกมาดี เดี๋ยวเสียงวิจารณ์ก็คงจะหายไปเอง เหมือนอย่างที่ปู่หลุยส์ เคยหักดิบไม่เอา ราอูล กอนซาเลซ มาแล้ว แต่สุดท้ายพาทีมไปประสบความสำเร็จในยูโร 2008 จนได้

    ในเรื่องระบบการเล่น ไม่น่าเป็นปัญหาอะไร ขึ้นอยู่กับว่าเจอคู่แข่งแบบไหน แต่ดูแล้ว 4-2-3-1 หรือ 4-3-3 น่าจะเหมาะสมมากที่สุด อย่างในเกมอุ่นเครื่องที่ถล่มเกาหลีใต้ 6-1 เดล บอสเก้ เลือกสามประสานในแดนหน้าเป็น โนลิโต้, โมราต้า และ ซิลบา ขณะที่ตรงกลางมี บรูโน่ เป็นตัวตัดเกม ขนาบข้างด้วย ฟาเบรกาส และ อิเนียสต้า ถือว่าเล่นได้ลงตัวไม่น้อย แต่เชื่อว่าเมื่อเกมจริงมาถึง น่าจะมีการปรับเปลี่ยนบางตำแหน่ง

    เกมล่าสุดที่แพ้ จอร์เจีย คาสนาม โกลีเซียม อัลฟองโซ่ เปเรซ 0-1 อาจจะดูเสียหน้าไปซักหน่อย แต่ประตูที่เสียไปก็เป็นเพราะความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว พวกเขาสร้างโอกาสได้ค่อนข้างมาก แต่ที่ขาดไปคือความเฉียบคม ซึ่งถ้าดูจากตรงนี้ โมราต้า น่าจะเป็นตัวจริงในตำแหน่งกองหน้าค่อนข้างแน่ ส่วน อาดูริซ คงต้องรอโอกาสที่ม้านั่งสำรองไปก่อน

    ในแต่ละตำแหน่งค่อนข้างชัดเจนว่าใครจะเป็นตัวจริงบ้าง มีเพียงแค่ตำแหน่งเดียวที่ตอนนี้บรรดาสื่อยังคาดเดากันไม่ออกมาว่า สุดท้ายแล้ว เดล บอสเก้ จะเลือกใคร นั่นก็คือผู้รักษาประตู

    ถ้าว่ากันตามฟอร์ม แน่นอนว่าทัวร์นาเมนท์นี้ ควรถึงเวลาของ ดาบิด เด เคอา แล้วที่จะก้าวขึ้นมาเป็นมือหนึ่ง ขณะที่ อิเกร์ กาซิยาส คงต้องลดบทบาทไปเป็นเพียงมือสองของทีม

    ผลงานในระดับสโมสรนั้นเห็นได้ชัด เด เคอา คือคนสำคัญของ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าไม่มีเขา บางที หลุยส์ ฟาน กัล อาจโดนปลดไปนานแล้ว ไม่ต้องมานั่งลุ้นจนกระทั่งจบฤดูกาลเหมือนที่ผ่านมา และทีมปิศาจแดงคงไม่สามารถจบอันดับ 5 ในพรีเมียร์ลีก รวมถึงคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองได้ หากปราศจากอดีตนายทวารทีมตราหมีคนนี้

    ตรงกันข้ามกับ กาซิยาส ที่ไปเริ่มต้นใหม่กับ เอฟซี ปอร์โต้ แต่ผลงานมีแต่จะสาละวันเตี้ยลง ความผิดพลาดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จนช่วงท้ายฤดูกาลถึงกับตกไปเป็นเพียงแค่ตัวสำรองของทีม

    ที่ผ่านมา เดล บอสเก้ ค่อนข้างชัดเจนว่าเลือกให้ กาซิยาส เป็นมือหนึ่ง รวมถึงกัปตันทีม แต่มาถึงตอนนี้ หากสเปนอยากจะประสบความสำเร็จ บางที เด เคอา ควรได้รับโอกาสก่อน

    ถ้าให้ผมจัด 11 ตัวจริงของสเปนชุดนี้ หน้าตาก็คงจะออกมาประมาณนี้ มี เด เคอา เฝ้าเสาในระบบ 4-3-3 แดนหลังใช้ ฆวนฟราน, ปิเก้, รามอส, อัลบา ตรงกลางมี อิเนียสต้า, บุสเก็ตส์, ฟาเบรกาส ส่วนแดนหน้าใช้ โนลิโต้, โมราต้า และ ซิลบา โดยมี โกเก้, ติอาโก้ และ อาดูริซ เป็นตัวสอดแทรก

    ต้องลุ้นกันว่าสุดท้ายแล้ว เดล บอสเก้ จะเลือกใครเป็นมือหนึ่งในทีมชุดนี้ แต่ไม่ว่าจะจัดทีมออกมาอย่างไร โอกาสไปถึงแชมป์ในยูโรครั้งนี้สำหรับสเปน ยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากถึงยากมากอยู่ดี


 

joven