เสาร์ ที่ 17 กันยายน 2559 20:43 หัวใจของทัพกระทิง

View Share
SHARE

ช่วงเวลา 13 นาที ก่อนหมดเวลาการแข่งขัน

 

    อันเดรส อีเนียสต้า ลงไปช่วยเกมรับในแดนตัวเองบนพื้นหญ้าคัมป์ นู เขารับบอลจาก ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ในจุดอับห่างจากประตูคู่แข่ง 80 หลา โดยไม่มีเพื่อนร่วมทีมคนไหนอยู่ใกล้ๆ

    มันมีทางเลือกไม่มาก หนึ่งในนั้นคือการเตะบอลทิ้ง

    ชั่วอึดใจ อีเนียสต้าพลิกบอลอย่างรวดเร็วจากจุดนั้นแบบไม่มีใครคาดคิด จนไปจบด้วยการเปลี่ยนตัวเลขบนสกอร์บอร์ด เกมนั้นเป็นสิ่งที่ตอกย้ำถึงความสำคัญของเขาที่มีกับบาร์เซโลน่าและสเปน

    แม้ดูเชื่องช้าลงไปบ้าง เขายังพาตัวเองผ่านนักเตะปารีส แซงต์-แชร์กแมง คนแล้วคนเล่าจนผ่านระยะกว่า 50 หลา จากนั้นอีเนียสต้าไหลบอลต่อให้เนย์มาร์ทำประตู

    เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในค่ำคืนของเดือนเมษายน 2015 จนแสดงออกให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมที่มีอยู่เต็มเปี่ยม

    เวลาล่วงเลยมากกว่าปี อีเนียสต้าไม่หยุดทำในสิ่งที่เคยทำ และยังเป็นความหวังของสเปนในยูโร 2016

    เกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุด แม้ทีมกระทิงดุแพ้จอร์เจีย 0-1 กระนั้นเมื่ออีเนียสต้าถูกเปลี่ยนตัวลงมาในช่วงครึ่งหลัง เขาหลอกล่อนักเตะคู่แข่งที่อยู่รอบข้าง อันเป็นสิ่งที่ทำมาตลอด

    ''อีเนียสต้าลงมาช่วงพักครึ่ง (ดาบิด) ซิลบา ถูกเปลี่ยนตัวออกหลังจากนั้น'' อัลเฟรโด้ เรลาโน่ นักข่าวของอาสเขียนเอาไว้ ''แน่นอน ทุกอย่างเปลี่ยนไป โดยเฉพาะกับอีเนียสต้า เป็นอีกครั้งที่เขาสอนบทเรียนให้คู่แข่ง เขาเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ทั้งเรื่องสภาพร่างกายและมันสมอง''

    มันไม่ใช่เรื่องน่าเซอร์ไพรส์เลย

    ตั้งแต่ช่วงเวลาที่เขียนไปข้างต้นในการเจอเปแอสเชในช่วงปลายฤดูกาล 2014-15 อีเนียสต้ายังคงเล่นอย่างต่อเนื่อง จนช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2015-16 เขากลับมาเป็นคนเดิมอีกครั้ง

    อย่างเช่นในเกมนัดชิงชนะเลิศโกปา เดล เรย์ ที่พบกับเซบีย่า ซึ่งเขาแสดงความสุดยอดออกมา

    การต้องเล่นแค่ 10 คน หลังมาสเคราโน่โดนไล่ออกจากสนาม ตลอดช่วงเวลาที่เหลือของเกม รวมทั้งในช่วงต่อเวลาพิเศษ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ต้องการใครสักคนในการคุมจังหวะเกม

    อีเนียสต้าเป็นคำตอบนั้น

    เขาพยายามครอบครองบอลเอาไว้กับตัว เพื่อให้นักเตะเซบีย่าที่ตัวผู้เล่นมากกว่าต้องออกแรงไล่ แน่นอน ขุนพลเซบีย่าทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะไม่เคยได้เข้าใกล้ตัวอีเนียสต้าเลย

    เพราะเมื่อทุกครั้งที่คู่แข่งเข้ามาใกล้ เขาจะจ่ายบอลออกไปพร้อมกับขยับไปหาที่ว่างเพื่อรับบอลอีกครั้ง

    ''เราดีใจอย่างมากที่เห็นอีเนียสต้าอยู่ในฟอร์มที่ดีเหมือนอย่างที่เราเห็นในนัดชิงชนะเลิศ'' บิเซนเต้ เดล บอสเก้ เทรนเนอร์ทีมกระทิงดุกล่าวถึงลูกทีมคนสำคัญ

    เช่นเดียวกันกับ ดาบิด ซิลบา เมื่อถูกถามถึงฟอร์มของรุ่นพี่ในเกมพบเซบีย่า เขาบอกว่า ''สำหรับเรา มันไม่ใช่เรื่องใหม่ที่อันเดรสเล่นแบบนี้''

    สิ่งที่ ดาบิด ซิลบา พูดออกมาถูกต้องที่สุด เพียงแต่มองโดยภาพรวมมันมีความต่างออกไป อย่างเช่นเรื่องสภาพร่างกายที่ไม่สดเหมือนเดิม ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งต้องกังวล ในเมื่อจุดเด่นของเขาไม่ใช่เรื่องนี้อยู่แล้ว

    ช่วงเริ่มต้นฤดูกาล 2014-15 อีเนียสต้าเหมือนเลยจุดพีกของตัวเอง

    มันเป็นการกลับมาหลังบาร์เซโลน่าผ่านซีซั่น 2013-14 อันไม่น่าจดจำ อีกทั้งผลงานของสเปนในฟุตบอลโลก 2014 แย่ถึงขั้นตกรอบแรก นอกจากนั้นนักเตะรอบกายเขาที่บาร์ซ่าเปลี่ยนหน้าไป

    ภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ฟุตบอลของทีมอาซูลกราน่าเร็วขึ้นและเน้นจังหวะสวนกลับ

    ความสำคัญของกองกลาง คือการให้บอลไปกับ 3 กองหน้าให้เร็วที่สุด ซึ่งนั่นเป็นคุณสมบัติที่มีอยู่ในตัว อิวาน ราคิติช มันช่างแตกต่างกับยุคของอีเนียสต้าและ ชาบี เอร์นานเดซ

    มันเป็นการตอบโจทย์ว่าทำไมชาบีในวัย 32 ปี ต้องลาทีมไป

    อย่างไรก็ตาม อีเนียสต้ายังคงเล่นในรูปแบบของตัวเอง ทั้งการจ่ายบอลสั้น, การเลี้ยงบอล และการครองบอล ซึ่งมันยังจำเป็นกับทีม

    ''ผมไม่รู้ว่าจะมีสักกี่คนคิดแบบนั้น แต่ผมไม่เคยได้ยินเรื่องนั้น โดยเฉพาะเมื่อฤดูกาลก่อน'' อีเนียสต้าให้สัมภาษณ์เอาไว้ ''การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างย่อมต้องใช้เวลาปรับตัว''

    ทุกอย่างถูกพิสูจน์ให้เห็น

    ผลงานของเขากลับมายอดเยี่ยมอีกครั้งในฤดูกาลนี้ เมื่อปรับการเล่นด้วยการลงมาล้วงบอลลึกแล้ววางบอลยาวให้กับกองหน้า หรือจ่ายบอลออกให้ฟูลแบ็กที่มีความเร็วเติมเกม

    ''ผมรู้สึกว่าหากผมเป็นตัวเอง ผมสามารถเล่นได้ทุกระบบและทุกทีม'' เขาเสริม ''ผมไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง ผมไม่รู้ว่าใครจะพูดยังไง บางทีแล้วตอนนี้ผมคิดว่าทุกอย่างหนุนผม ผมเป็นมากกว่ามิดฟิลด์ ผมมีส่วนกับเกมมากขึ้นในการช่วยพาบอลจากหลังขึ้นมาข้างหน้า''

    หากย้อนกลับไปดูจังหวะการได้ประตูของบาร์เซโลน่าในฤดูกาลที่ผ่านมา

    หลายต่อหลายครั้งที่บอลจากเท้าของอีเนียสต้าเพียง 2-3 จังหวะ สามารถแปรเปลี่ยนเป็นประตู การจ่ายบอลอันแม่นยำจากระยะใกล้และไกลเหมือนทำลายแนวรับคู่แข่ง

    ''เหนือสิ่งอื่นใด ความสามารถของเขาทำลายความสมดุลของคู่แข่ง'' เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อดีตเทรนเนอร์บาร์ซ่าเคยเอ่ยเอาไว้

    หากจุดเด่นของเจ้าบุญทุ่มอยู่ที่ความรวดเร็วของ 3 กองหน้าอย่าง ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ และ เนย์มาร์ ที่รับบอลจากอีเนียสต้า สิ่งนั้นน่าเป็นเรื่องดีกับทีมชาติสเปนเช่นกัน

    ทีมกระทิงดุมีการถ่ายเลือดด้วยนักเตะสายเลือดใหม่ นำมาซึ่งระบบใหม่ๆ

    ในแผงมิดฟิลด์ การจ่ายบอลของ เชส ฟาเบรกาส และ โกเก้ มีความแตกต่างจากกองกลางชุดก่อนหน้านี้ บอลสามารถวางออกข้างเพื่อให้ โนลีโต้ อาศัยความเร็วไปรับบอล

    หรือแม้แต่การให้ตามช่องกับ อัลบาโร่ โมราต้า

    ในยูโร 2016 สเปนสามารถปรับรูปแบบการเล่นให้เหมือนบาร์เซโลน่าอีกครั้ง โดยเฉพาะการเปลี่ยนบอลจากหลังไปหน้าที่มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น

    อีเนียสต้าจะเป็นศูนย์กลางของทีมในเรื่องนั้นเหมือนที่เขาแสดงออกมาในฤดูกาลล่าสุด ด้วยทักษะอันยอดเยี่ยมที่อยู่ในตัว แม้เขาจะไม่มีความเร็ว แต่บอลจากเท้าสามารถทำลายคู่แข่งได้เสมอ

    สเปนต้องการสิ่งนั้น เหมือนกับที่ เดล บอสเก้ เชื่อมั่นในตัวอีเนียสต้ามาโดยตลอด ซึ่งเทรนเนอร์หน้าหนวดคิดถูกแล้ว
 

''เอล นินโญ่''